ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ICT ทำให้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการพัฒนาบุคลากร ที่เราเรียกว่า e-Training ซึ่งหน่วยงานการศึกษานอกโรงเรียนได้นำเอามาใช้ และที่ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเอง ก็นำมาใช้ประมาณ 2 ปี มาแล้ว แต่จะมีคำถามเสมอว่า จะใช้ได้ผลจริงหรือ รูปแบบการใช้งานเป็นอย่างไร ควรนำเอามาใช้แทนระบบการพัฒนาบุคลากรเดิมที่มีอยู่ได้หรือไม่
ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ทดลองนำเอาระบบ e-Training มาใช้ เพื่อทดลองใช้ในการพัฒนาบุคลากรด้าน ICT โดยเปิด website ระบบ e-Training ที่ http://202.143.141.237/etraining/ โดยทดลองนำเอาหลักสูตรเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ โดยดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 แต่ยังไม่ได้ดำเนินการอย่งเต็มรูปแบบ เพียงแต่เป็นการทดลองเพื่อแสวงหาคำตอบหลายประการ
การดำเนินการได้เริ่มต้น เป็นขั้นตอนดังนี้
- ระยะที่ 1 ใช้ e-Training เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามปกติ นั้นคือ ระบบ e-Training เปรียบเหมือนกับสื่อเสริมของการอบรม คือให้ผู้เข้ารับการอบรมในระบบชั้นเรียน เข้าไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่อบรม หรือนอกเหนือจากที่อบรม จากระบบ e-Training โดยเข้าไปเรียนได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนเข้ารับการอบรมในระบบ e-Training
- ระยะที่ 2 ใช้ e-Training เป็นส่วนหนึ่งของการอบรมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามปกติ โดยพัฒนาสื่อในระบบ e-Training ให้มีลักษณะเป็น Interactive มากขึ้น ผู้เข้ารับการอบรมในโครงการพัฒนาบุคลากรนอกจากจะเข้าอบรมตามปกติแล้ว จะต้องขึ้นทะเบียนเข้ารับการอบรม (สมัครเป็นสมาชิก) ในระบบ e-Training แล้วเข้าไปเรียนรู้วิธีการใช้ระบบ e-Training และ เข้าไปศึกษาเนื้อหาในเรื่องที่ กำลังอบรม โดยยังไม่ต้องลงทะเบียนเข้าอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด แต่เข้าไปเรียนได้ตามอัธยาศัย ควบคู่ไปกับการอบรมในชั้นเรียน
- ลงทะเบียนเรียนในระบบ e-Training ควบคูไปกับการอบรมในชั้นเรียน จะใช้กับกลุ่มผู้เข้ารับการอบรม มีความคุ้นเคยกับระบบ e-Training กระบวนการนี้ ผู้เข้ารับการอบรม จะต้องลงทะเบียนอลรมในหลักสูตรที่เปิดการอบรมในชั้นเรียน กระบวนการอบรมในชั้นเรียน จะให้ผู้เข้ารับการอบรม ใช้ระบบ e-Training มาขึ้น โดยวิทยากรจะลดบทบาทหน้าห้องเรียนลง มาใช้บทบาทการสื่อสารผ่านทาง Online มากขึ้น เช่น การสื่อสารกับผู้เข้ารับการอบรม การสั่งงาน การตรวจงานผ่านทาง e-Mail แต่กระบวนการก็ยังคงใกล้ชิดกับผู้เข้ารับการบอรม การแนะนำเรื่องต่างๆ ก็ยังคงต้องแนะนำจากในห้องเรียน ยังไม่เป็นรูปแบบทางไกลสมบูรณ์แบบ
- การอบรมทางไกล เต็มรูปแบบ โดยทดลองใช้กับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานผ่านทาง Internet ผู้เข้ารับการอบรมเป็นบุคลากรของ กศน. จาก ศบอ. ต่างๆ โดยผู้เข้ารับการอบรมไม่ได้เดินทางมาที่ ศนอ. แต่จะสมัคร และเข้ารับการอบรม จากบ้าน หรือที่ทำงาน และเรียนรู้ทางไกลผ่านระบบ e-Training อย่างแท้จริง การดำเนินการได้เริ่มทดลองในเดือนเมษายน 2550 จากการทดลองครั้งนี้ ไปรับประสบการณ์ และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากจริงๆ พร้อมทั้งได้คำตอบว่า e-Training ใช้ได้จริงหรือไม่ หรือ ถ้า จะใช้จะต้องทำอย่างไรบ้าง
ผลจากการทดลองทั้ง 4 ระยะที่ผ่านมา ได้เรียนรู้อะไรมากมาย ดังนี้
1.1 ทักษะการท่อง web หรือใช้ www มาบ่อย จึงจะทราบว่า ควรจะ คลิกตรงไหน การเปิดหน้า การย้อนกลับ การบันทึกเป็นต้น
1.2 ทักษะการสมัครสมาชิก หรือการเข้าระบบต่างๆ
1.3 ทักษะการศึกษาบทเรียนทาง Internet
1.4 ทักษะการสื่อสารทาง e-Mail เพื่อคอยตรวจสอบว่า มีข่าวถึงเราบ้างไหม จะต้องส่งข่าว ส่งงานอย่างไร
1.5 ทักษะการเก็บข้อมูลไว้ศึกษาแบบ Offline
จากการติดตามข้อมูลการเข้าใช้งานในระบบ e-Training ที่บันทึกไว้ในระบบ มีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
สวัสดีค่ะอาจารย์
เห็น website ของ ศนอ. มีทั้ง e-Learning และ e-Training ไม่ทราบว่า e-Learning กับ e-Training ต่างกันอย่างไร
แตกต่างกัน 3 เรื่อง
ส่วนที่เหมือนกัน คือ ใช้ระบบ เดียวกัน คือ Learnsquare ในการจัดการ LMS และ CMS
ผมขอชมเชยอาจารย์ศรีเชาวน์ วิหคโตด้วยใจที่ได้นำระบบการเรียนการการสอนทางไกลโดยรูปแบบ etraining เข้ามาใช้เป็นรูปเป็นร่างซึ่งจะสามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาทางการศึกษาและสอดคล้องกับหน้าที่ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน แต่ประเด็นที่สงสัยและอยากจะขอความรู้จากท่านอาจารย์ก็คือท่านได้นำทฤษฎีการจัดสภาพการเรียนรู้ในรูปแบบใดมาใช้ในการจัดทำในครั้งนี้ครับ
ขอบคุณครับ
ณัฏฐกรณ์ ปะพาน
สวัสดีครับ คุณณัฐภรณ์
หลังจากที่ได้เขียนเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 28 เมษายน จนถึงวันนี้ 31 กรกฎาคม เวลาผ่านไป 3 เดือน กับแนวคิดเรื่องความเป็นไปได้ของการอบรมทางไกล มีข้อคิดดังนี้
1 ถ้าไม่ได่เข้าเรียนและรับวุฒิบัตร จะมีผลต่อการประเมินผลการปฏิบัติงาน เพราะการต่อสัญญาการจ้าง จะขึ้นอยู่กับการประเมินของศูนย์ ดังนั้น ผู้ที่เข้ามาเรียน จึงต้องการวุฒิบัตร และช่วงนี้ ก็เป็นช่วงปลายปีงบประมาณ จึงถูกบังคับว่า จะต้องได้รับวุฒิบัตร ภายในเดือนสิงหาคม
2 ต้องการทราบว่า e-Training เป็นอย่างไร มีวิธีการเรียนอย่างไร เพื่อจะได้แนะนำคนอื่น หรือลูกน้องได้ จึงต้องสมัครเข้ามาเรียนด้วย
3 ต้องการความรู้จริงๆ เพราะสนใจเนื้อหา และนำไปปฏิบัติ
1 อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องข่าย ของทั้งฝ่ายผู้จัด และฝ่ายผู้เรียน ดูที่ฝ่ายผู้เรียนก่อน หลายท่านต้องเรียนจากร้าน Internet Cafe หรือเสียเงินต่อเชื่อม Internet ที่บ้าน แต่ส่วนมาก สามารถเรียนจากระบบ Network ภายในหน่วยงานได้ ดังนั้น ถึงจะมีแรงจูงใจขนาดไหน แต่ถ้าไม่มีเครื่อง ก็เป็นเรื่องยากพอสมควร
มาดูอุปกรณ์ของฝ่ายจัดบ้าง ค่อนข้างจะยุ่งยาก และซับซ้อนมาก ถ้าไม่พร้อมจริงไ ก็คงจะยากมากในการให้บริการ
2 Software คงไม่ต้องพูดอธิบายยาก เพราะมีเรื่องให้พัฒนาอย่างมาก เพราะจะกระทบถึงกระบวนการเข้าเรียน ระบบที่ใช้ทุกวันนี้ ก็ยังมีปัญหา เป็ยอย่างมาก ซึ่งมีผลกระทบต่อกระบวนการเรียน และการให้บริการ ที่ต้องตอบปัยหาผ่านทางโทรศัพท์
3 สื่อการเรียนรู้ มีกระบวนการสร้างและพัฒนาได้ค่อนข้างยุ่งยาก
จากขัอมูลในวันนี้ คือ 31 กรกฎาคม มีสมาชิก 3,127 คน และส่วนมากเรียนจบหลักสูตรแล้ว ผลที่ตามมาในระยะเวลาไม่นานนี้คือ ระบบ e-Training ก็จะหยุดนิ่ง เพราะสมาชิกเรียนจบแล้ว และไม่มีเงื่อนไขที่เป็นข้อบังคับให้เข้าเรียน ประกอบกับไม่มีเนื้อหาอะไรที่น่าสนใจ และจูงใจให้เรียน
แนวทางที่ทำได้ 2 แนวทางคือ ทำอย่างไรให้ผู้ที่เป็นสมาชิกทั้ง สามพันกว่าคน ที่ส่วนมากเป็นครู กศน. ได้มีส่วนเข้ามาเป็นผู้จัดการเรียนการสอนทางไกล นั่นคือการขยายรูปแบบ ไปยัง ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด หรืออำเภอ โดยให้บุคคล และหน่วยงานดังกล่าวมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนทางไกล
อีกแนวทางหนึ่ง คือ เพิ่มหลักสูตรที่น่าสนใจ ที่จำเป็น เข้าไปในระบบ e-Training โดยการวิเคราะห์อย่างดีว่า มีเรื่องอะไรบ้าง ที่จำเป็นต้องรู้ ที่ควรรู้
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอชื่นชมอาจารย์อีกคนคะ
ขอแสดงคามคิดเห็นดังนี้
e-Training เน้นกระบวนการฝึกอบรม เมื่อเรียนรู้เสร็จแล้ว หยุดนิ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องมีการติดตามผล ว่าสมาชิกได้นำความรู้สู่การปฏิบัติจริงตามเป้าหมายของการฝึกอบรมหรือไม่ ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นหน้าที่ของใคร
ในส่วนของอาจารย์ ถือว่าการฝึกอบรมเนื้อหานั้น จบไปแล้ว หากมีการอบรมใหม่ ต้องมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ว่าเป็นกลุ่มใด ต้องการพัฒนา อะไร เพื่อนำไปใช้อย่างไร เนื่องจากการฝึกอบรมเป็นระบบปิด
ขอให้กำลังใจค่ะ
กัลยา แม้นมินทร์
ขอบคุณ คุณกัลยามากครับ สำหรับข้อเสนอแนะ และกำลังใจครับ เพราะจากข้อความที่ผมเขียนไว้ตั้งแต่ปี 2552 เกี่ยวกับการดำเนินการเรื่อง e-Training จนถึงปัจจุบันปี 2552 ได้ดำเนินการมาเรื่อย พบปัญหาใหม่มาเรื่อยๆ ก็ทำให้ได้รับประสบการณืเพิ่มขึ้น จากข้อเสนอแนะดังกล่าวเป็นความจริงมากครับ เพราะดูเหมือนว่ากลุ่มเป้าหมายประมาณ 3000 คน มีส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนแปลง แต่ที่สำคัญคือ การสำรวจความต้องการอย่างจริงจัง ยังไม่ได้ทำเลยครับ เพียงแต่เป็นการสำรวจแบบกว้างๆ และบางเรื่องก็เป็นเรื่องบังคับเรียน ตามนโยบายครับ