เมื่อวันที่ ๒๖ ตอนเช้าผมไปฟังการประชุม-อภิปรายเรื่องการปฎิวัติพลังานเพื่อรองรับหรือป้องกันภาวะโลกร้อน จัดโดยสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกรีนพีซ โดยมีนักวิชาการ จนท.รัฐ และกลุ่มผู้สนใจเข้าร่วมมากเกือบเต็มห้องประชุม
ฟังแนวคิดของนักวิชาการจากเยอรมันแล้วน่าทึ่งว่าสังคมของเขาก้าวไปไกลมาก วันนี้อุตสาหกรรมที่เติบโตมากในประเทศเขาก็คืออุตสาหกรรมพลังงานสะอาด(หมายถึงพลังงานแสงแดด ลม และเชื้อเพลิงชีวภาพ แต่ไม่รวมถึงนิวเคลียร์ และฟอสซิลทุกรูปแบบ) เยอรมันกำลังจะปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลงแล้วในอีกไม่นาน
ย้อนกลับมามองสถานการณ์ในประเทศบ้างครับ น้ำมันขึ้นราคาอีกแล้ว น้ำมันแก๊สโซฮอล์ก็ยังขายได้ประมาณ ๔๐-๔๕% ของตลาดเบนซินอ็อกเทน ๙๕ อยู่เท่าเดิม เอาละครับอย่างน้อยเราก็มีจุดเริ่มต้น การพัฒนาอาจจะนำความเจ็บปวด (Growing Pain - ปวดฟันกราม - เขี้ยวซาว) มาบ้างแต่ก็เพื่ออนาคตที่ดีกว่า อย่างน้อยเราก็พอจะพูดได้ว่าเราประเทศเล็กๆ ได้ริเริ่มการลดก๊าซเรือนกระจกแล้ว
ผู้ที่อยากได้ข้อมูลจากการประชุมเพิ่มติดต่อ www.greenpeace.org
สวัสดีค่ะ ท่านอ.Samai
ตอนนี้กำลังระดมสรรพกำลังกันทั่วโลกครับ แนวการนำนั้นมาจากยุโรปที่เข้าสู่สังคมหลังอุตสาหกรรมแล้วและเป็นสังคมฐานความรู้ไปแล้ว
บ้านเราเองก็มีการพัฒนาไปบ้างแล้วเช่นกัน ติดอยู่บางเรื่องเกี่ยวกับนโยบายที่ติดขัดอยู่บ้าง เรายังขาดคนที่จะเข้าไปมีบทบาทในระดับโลกครับ ยกตัวอย่างที่ IPCC เขามาจัดการประชุมในไทยอยู่ตอนนี้แต่ไม่เห็นมีหน่วยไหนสื่อเรื่องใหญ่แบบนี้กับคนไทยเลย
today the world is thinking of moveing towards low carbon society.
actions must begin by ourselves first,
reduce the carbon footprint of how we do and conduct things.