สร้างเสน่ห์อย่างไรให้ชนะใจคนรอบข้าง


ทำอย่างไรให้ชนะใจคนในทุกสถานการณ์

     เมื่อวานเขียนเรื่องการเป็นผู้ที่จะต้องไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของนักพัฒนาองค์กร วันนี้จะเริ่มพูดถึงการฝึกทักษะบางอย่างที่จะทำให้คนอื่นมาร่วมมือกับเรามากขึ้น

     การทำงานของเราเรา ท่านท่านทั้งหลายคงหนีไม่พ้นเรื่องที่ต้องไปเกี่ยวข้อง หรือต้องขอความร่วมมือจากคนอื่น เพราะคงไม่มีใครที่ทำงานคนเดียวได้ โดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใคร หากเราจะทำงานของเราให้สำเร็จก็คงต้องมีการติดอาวุธบางอย่างให้กับตัวเองเพื่อให้รู้จักเทคนิคในการทำให้คนอื่นมาร่วมมือกับเราได้ วิทยายุทธ หรือความรู้ที่ต้องใช้เป็นอาวุธชนิดหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การสร้างเสน่ห์ให้กับตัวเอง อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าจะไปทำเสน่ห์ให้ใครมาหลงรักนะคะ เพราะในที่นี้จะพูดถึง ความสามารถที่ใครบางคนมีเพื่อการสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้คนที่ได้มาพบ คบหากันนั้นเกิดความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษขึ้นมา เพราะธรรมชาติของมนุษย์ต้องการเป็นคนสำคัญ ต้องการให้คนอื่นเห็นคุณค่าด้วยกันทั้งนั้น ถ้าใครทำให้เรารู้สึกอย่างนั้นได้ เราต้องชอบเขาแน่นอน 

     บางคนอาจเกิดมาโชคดีที่มีหน้าตายิ้มแย้มรับแขกเป็นทุนเดิม แต่ก็ใช่ว่าจะมีเสน่ห์เสมอไป คนที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้มีเสน่ห์ควรจะเป็นคนที่สามารถใช้พลังดึงดูด และมีอิทธิพลเหนือคนที่มาพบปะได้

     ขออนุญาตนำสาระที่ได้จากการอ่านหนังสือ วิธีชนะใจคนในทุกสถานการณ์ มาเป็นพื้นฐานเบื้องต้นประกอบความเห็นของตัวเองด้วยนะคะ พฤติกรรม 5A เพื่อสร้างเสน่ห์ มีดังนี้ค่ะ

  • Acceptance (การยอมรับ)  หมายถึงเราควรจะมีทัศนคติทางบวกต่อคนที่เราไปมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ต้องให้เกียรติ และยอมรับในตัวตนของเขา การยิ้มอย่างจริงใจก็ช่วยได้ค่ะ นอกจากนั้นต้องไม่จ้องจับผิด  ควรหาเรื่องชื่นชมเขาให้ได้ทั้งทางตรง และทางอ้อม  จากประสบการณ์ของตัวเอง วิธีหนึ่งที่ใช้ได้ผลก็คือ เราจะชม และบอกว่าชอบเขาในเรื่องอะไรผ่านเพื่อนสนิทที่เรารู้ว่า สิ่งที่เราพูดต้องไปถึงหูคนคนนั้นแน่นอน แล้วก็ได้ผลจริงๆ  สังเกตจากเมื่อเราพบเขาอีกทีสายตาของเขาก็ชื่นชมเรากลับมาเช่นกัน
  • Appreciation (การซาบซึ้ง) การที่เราแสดงความขอบคุณ หรือซาบซึ้งเมื่อมีใครมาทำอะไรให้แม้เพียงเล็กน้อย คนคนนั้นย่อมมีความนับถือตัวเองเพิ่มขึ้น รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและสำคัญ  แค่เพียงเราพูดว่า ขอบคุณ เท่านั้นในทุกๆ โอกาสที่เป็นไปได้  ไม่ว่าเขาจะเล็กหรือใหญ่กว่าเราก็ตาม ขณะที่พูดก็ต้องยิ้มให้ด้วยนะคะ
  • Approval (การเห็นชอบ) คนเราโดยธรรมชาติแล้วย่อมชอบให้คนเห็นด้วยกับสิ่งที่ตัวเองคิด ตัวเองพูด หรือกระทำ  ความต้องการนี้ไม่มีวันหมด เช่นเดียวกับความต้องการอาหาร ต้องการนอนพักผ่อน สังเกตได้ว่าเวลาประชุม ถ้ามีใครเสนอความคิดเห็นอะไรขึ้นมา  เพียงเรา พูดว่า เป็นความคิดที่ดีมาก เราเห็นด้วย แค่นั้น ลองสังเกตสีหน้าท่าทีของคนที่เสนอความเห็นสิคะ ว่าเป็นอย่างไร บางคนแทบจะเก็บความปลาบปลื้มไว้ไม่อยู่ อันนี้สังเกตเห็นว่า วิทยากรบางท่านก็นำมาใช้บ่อยๆ เพื่อทำให้ผู้เรียนสนใจในเรื่องที่เรียนด้วย
  • Admiration (การชื่นชม)  ใครๆ ต่างก็ชอบคำชม อยากให้มีคนมาชมทั้งนั้น แต่ทักษะในการชมนี่สิ ช่างหายากจริงๆ คนเรามักไม่ค่อยกล้าชมคนอื่น ที่พบมากับตัวเอง คือพ่อแม่ไม่ค่อยยอมชมลูก กลัวลูกเหลิง แต่ตามทฤษฎีใหม่ต้องชมให้มากๆ เด็กรุ่นใหม่เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่คงรู้จักวิธีการชื่นชมคนอื่นได้ง่ายขึ้น สิ่งที่จะหยิบยกมาชมมีมากมายที่เป็นตัวเขา เช่น การแต่งกาย เสื้อ ผ้า หน้า ผม หรือพฤติกรรมดีๆ เช่น ช่วยถือของ มีน้ำใจ มาทำงานตรงเวลา ทุ่มเท เสียสละ สารพัดเรื่องที่จเราะสรรหามาชมคนอื่นได้
  • Attention (การเอาใจใส่) เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างเสน่ห์ เพียงแต่เราลองสนใจ เอาใจใส่ โดยการจำเรื่องเล็กๆ น้อย ของเขาได้ เช่น เขาชอบรับประทานอะไร ไม่ชอบอะไร หรือเคยพูดอะไรไว้ แล้วเราจำได้ แค่นี้ก็ทำให้คนคนนั้นประทับใจในตัวเรา  แล้วเขาก็จะชอบเรามากขึ้นล่ะค่ะ

     พฤติกรรมสี่อย่างที่จะช่วยสร้างเสน่ห์ และพลังในตัวเรานี้ ปฏิบัติตามได้ง่ายจังเลย ขอให้ทำอย่างเป็นธรรมชาติจนติดเป็นนิสัย  ถ้าเราทำให้คนชอบหรือ ชื่นชมเราได้ เราก็สามารถที่จะโน้มน้าว จูงใจเขาได้ง่ายขึ้น เป็นคุณสมบัติของคนที่ต้องทำงานประสานกับคนหมู่มาก คนที่ต้องนำการเปลี่ยนแปลงอย่างหัวหน้าโครงการใหม่ๆ รวมทั้งผู้ที่เป็นคุณอำนวย (Facilitator) และคนที่เป็นเจ้าคน นายคน รับรองลูกน้องทำงานถวายหัวสมอง และหัวใจให้เลยค่ะ จริงๆ นะคะขอบอกเพราะเคยพบเจ้านายแบบนี้มาแล้ว

หมายเลขบันทึก: 93005เขียนเมื่อ 28 เมษายน 2007 05:56 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 มิถุนายน 2012 20:45 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (5)
วันนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับ อาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งเป็นอาจารย์ที่นิสิตให้ความเคารพมาก เพราะอาจารย์เป็นคนที่มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น ขนาดเราเป็นนิสิต เป็นเด็กกว่า แค่มีคำถามเกี่ยวกับการสมัครเป็นสมาชิกศิษย์เก่า อาจารย์ก็กดโทรศัพท์หาคนที่รับผิดชอบเพื่อหาข้อมูลให้ทันที ทำให้เรารู้สึกประทับใจอาจารย์มาก และคิดว่านี่แหละที่ อาจารย์ถึงเป็นที่รักของบุคลากรและนิสิต เพราะอาจารย์ให้ความสำคัญ และรู้สึกว่าเราเป็นคนสำคัญนั่นเอง
ขอบพระคุณค่ะพี่ส้ม  ได้แนวคิดดีดีอีกแล้ว  5A  อิอิ

Admiration (การชื่นชม)  ใครๆ ต่างก็ชอบคำชม อยากให้มีคนมาชมทั้งนั้น

จริงค่ะ แต่โดยภาพรวม คนไทยไม่ชอบชมกัน

ส่วนตัวแล้ว ลูกทำดีก็ชม ให้กำลังใจ กอดกันตลอด ไม่เห็นเสียเด็กเลย

ดีค่ะบันทึกนี้ น่าอ่านค่ะ

P

สวัสดีค่ะ พี่ sasinanda

ขอขอบพระคุณที่พี่ร่วมให้ความเห็นที่ดีมากๆ อีกครั้งค่ะ 

ขอชื่นชมพี่ด้วยความจริงใจค่ะ ว่าเป็นคุณแม่ที่ยอดเยี่ยมมาก อ่านสิ่งที่พี่เขียนแล้ว มองเห็นภาพที่งดงามมากๆ ค่ะ และอยากให้พ่อแม่ทุกคนให้ความรัก ความอบอุ่นกับลูกแบบนี้ เพื่อให้สังคมของเรามีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น และน่าอยู่ เพราะสังคมครอบครัว คือสังคมเล็กๆ หลายสังคมที่ผลิตคนที่จะส่งผลต่อสังคมใหญ่หากสังคมเล็กๆ ทำหน้าที่ได้ดี คนในสังคมใหญ่คงแก้ปัญหากันด้วยวิธีที่รุนแรงน้อยลงกว่าที่เห็นกันในปัจจุบันนี้

เป็นความคิดที่ดีมากนะคะ ดีสุดดดดดดดดดด

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี