เมื่อหัวหน้าโยนคำถามขึ้นมา.. เอาหล่ะค๊า ต้องช่วยกันหาคำตอบ

                วันนี้ราว 10.00 น. คุณสมบัติ เลิศการณ์ สาธารณสุขอำเภอกะเปอร์ โยนคำถามสุด สยิวใจที่ทำให้ นักวิชาการสาธารณสุข เอย.. ผู้รับผิดชอบงานระบาดเอย ต้องอึ้งกิมกี่ ไปพักใหญ่ก็ จู่-จู่ หัวหน้าโยนคำถามขึ้นมา.. เอาหล่ะค๊า ต้องช่วยกันหาคำตอบ สักหน่อย เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า น้องกานต์ ผู้รับผิดชอบงานระบาดวิทยา ได้นำแบบสอบสวนโรค ทางระบาดวิทยาให้กับสาธารณสุขอำเภอรับทราบ ว่าแล้วเรื่องไม่จบอยู่แค่นั้น.. คะมีคำถามขั้นมาว่า ใครรู้บ้าง.. 5 โรคในหน้าร้อนที่ควรจับตา เป็นกรณีพิเศษมีโรคอะไรบ้าง ???

                 คิดว่าทางท่านสาธารณสุขอำเภอเองคงจะทราบคำตอบดีอยู่แล้ว ว่ามีโรคอะไรบ้าง แต่ที่ถามคงเป็นเพราะอยากรับทราบว่าพวกเราได้ติดตามข้อมูลข่าวสารมาน้อยแค่ไหน อ้ำอึ้งกันอยู่นานคะ จำได้ว่า 2 โรคแรกที่ทายถูกกันก็คือ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน และโรคอาหารเป็นพิษ แล้วก็จอดดดดดดด เหอะ-เหอะ ผู้เขียนก็พยายามหลบหน้าหลบตา ก็ต้องสะดุ้งกับทำถามที่ว่า เอ้า...  "เปิ้ล" นักวิชาการ รู้รึป่าว ???  ว่าแล้วก็ต้องค้นคว้าหล่ะทีนี้ จึงได้ครบทั้ง 5 โรค ประกอบด้วย 1.โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน 2. โรคอาหารเป็นพิษ 3. โรคบิด 4. โรคไทฟอยด์ และ 5. โรคไวรัสตับอักเสบ เอ

               และก็ลองหาที่มาที่ไปว่าทำไมจึงต้องเป็น 5 โรคนี้ ...เนื่องจากสภาพอากาศในไทยร้อนขึ้น ซึ่งนายแพทย์มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในด้านผลกระทบของการเจ็บป่วยจากภาวะภัยแล้งและสภาพอากาศร้อน สำนักระบาดวิทยารายงานว่า ปีนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 25 เมษายน 2550 ทั่วประเทศมีผู้ป่วยเข้ารักษาในสถานพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศดังนี้ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน 332,456 ราย เสียชีวิต 26 ราย โรคอาหารเป็นพิษ 31,239 ราย เสียชีวิต 1 ราย โรคบิด 1,588 ราย ไม่มีรายงานเสียชีวิต ไข้ไทฟอยด์ 620 ราย โรคไวรัสตับอักเสบ เอ 90 ราย ทุกพื้นที่ควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่มีการระบาดในวงกว้างแต่อย่างใด 

               เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาพบว่า จำนวนลดลงร้อยละ 23-35 แต่ก็ยังไว้วางใจไม่ได้ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นกว่าปกติ และสูงกว่าช่วงปีที่แล้ว อาจทำให้เชื้อโรคโดยเฉพาะกลุ่มแบคทีเรียเจริญเติบโตดีขึ้น และสามารถแพร่ระบาดได้ง่าย กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเป็นกรณีพิเศษ ให้ดำเนินการสอบสวนโรคทันทีหากมีการระบาดเกิดขึ้น หากเกินความสามารถให้ประสานบุคลากรพื้นที่ใกล้เคียงช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันให้ประชาชนยึดหลักความปลอดภัย 4 ข้อคือ รักษาความสะอาดส้วม ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากใช้ห้องน้ำ กินอาหารปรุงสุกใหม่ๆ และใช้ช้อนกลาง

                เราจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นโรคระบาดที่รุนแรงแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่จำเป็นและสำคัญที่สุด นั่นก็คือพฤติกรรมส่วนบุคคล การมีสุขลักษณะที่ดี ถือเป็นการนำพาทุกคนให้ห่างไกลจากโรคคะ!! ไม่ว่าจะหน้าร้อน หน้าหนาว หรือหน้าฝน หากทุกคนรู้จักการป้องกันที่ถูกวิธีก็จะนำพาสุขภาพดีมาสู่ตนเองคะ ..