มหาสงกรานต์ (และมหาวันหยุด) ที่ผ่านมา มีโอกาสได้อยู่กับครอบครัว หลังจากออกนอกบ้านไปให้ชาวบ้านเขาสาดน้ำกันจนหนาวแล้ว ก็เลยหากิจกรรมทำกันในบ้าน คือ การเล่นต่อกลอน จะเป็นกลอนอะไรก็แล้วแต่ มีข้อแม้ว่าห้ามแต่งเอง เล่นไปได้สักพัก...หมดกลอนที่จะต่อกัน ผู้เขียนจึงนึกขึ้นได้ถึงกาพย์ชนิดหนึ่งซึ่งเคยเรียนตอนมัธยมต้น ขึ้นต้นว่า "มัสมั่นแกงแก้วตา" คนอื่น ๆ ที่ได้ยินต่างต่อกาพย์กันได้หมด ยกเว้นน้องสาวคนเล็ก บอกว่าไม่เคยได้ยิน ก็เลยกลับมาคิดว่าในรายวิชาภาษาไทย น่าจะบรรจุหลักสูตรเหล่านี้ไว้ ให้เด็กรุ่นหลัง ๆ ได้มีโอกาสซึมซับวรรณกรรมหรือบทกลอน/กาพย์ เหล่านี้ไว้บ้าง เพราะถือว่าเป็นสมบัติของชาติ เป็นประวัติศาสตร์ที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
วันนี้ก็เลยขออนุญาตนำกาพย์เห่ชมเครื่องคาวมาแบ่งปันให้สมาชิกทุกท่านนะคะ ก่อนอื่นมารู้จักประวัติคร่าว ๆ ก่อนละกัน
"กาพย์เห่ชมเครื่องคาว" เป็นกาพย์ที่สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเพื่อชมฝีพระหัตถ์ในการแต่งเครื่องเสวยของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี และเพื่อเป็นบทเห่เรือพระที่นั่งเวลาเสด็จประพาสส่วนพระองค์ ลักษณะคำประพันธ์เป็นกาพย์ห่อโคลงเรือเริ่มต้นด้วยโคลงสี่สุภาพ 1 บท ใช้กาพย์ยานี 11 ข้อความในโคลงสี่สุภาพ 1 บท และบรรยายเนื้อหาอีกทั้งหมด 14 บท
กาพย์เห่ชมเครื่องคาว <p>๏ แกงไก่มัสมั่นเนื้อ นพคุณ พี่เอย
หอมยี่หร่ารสฉุน เฉียบร้อน
ชายใดบริโภคภุญช์ พิศวาส หวังนา
แรงอยากยอหัตถ์ข้อน อกให้หวนแสวง ๚</p>
๏ มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง
ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา
๏ ยำใหญ่ใส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลือตรา
รสดีด้วยน้ำปลา ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ
๏ ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม เจือน้ำส้มโรยพริกไทย
โอชาจะหาไหน ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง
๏ หมูแนมแหลมเลิศรส พร้อมพริกสดใบทองหลาง
พิศห่อเห็นรางชาง ห่างห่อหวนป่วนใจโหย
๏ ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย
รสทิพย์หยิบมาโปรย ฤๅจะเปรียบเทียบทันขวัญ
๏ เทโพพื้นเนื้อท้อง เป็นมันย่องล่องลอยมัน
น่าซดรสครามครัน ของสวรรค์เสวยรมย์
๏ ความรักยักเปลี่ยนท่า ทำน้ำยาอย่างแกงขม
กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม ชมไม่วายคล้ายคล้ายเห็น
๏ ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ รสพิเศษใส่ลูกเอ็น
ใครหุงปรุงไม่เป็น เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ
๏ เหลือรู้หมูป่าต้ม แกงคั่วส้มใส่ระกำ
รอยแจ้งแห่งความขำ ช้ำทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม
๏ ช้าช้าพล่าเนื้อสด ฟุ้งปรากฏรสหื่นหอม
คิดความยามถนอม สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์
๏ ล่าเตียงคิดเตียงน้อง นอนเตียงทองทำเมืองบน
ลดหลั่นชั้นชอบกล ยลอยากนิทรคิดแนบนอน
๏ เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน
เจ็บไกลในอาวรณ์ ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง
๏ รังนกนึ่งน่าซด โอชารสกว่าทั้งปวง
นกพรากจากรังรวง เหมือนเรียมร้างห่างห้องหวน
๏ ไตปลาเสแสร้งว่า ดุจวาจากระบิดกระบวน
ใบโศกบอกโศกครวญ ให้พี่เคร่าเจ้าดวงใจ
๏ ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง เป็นโฉมน้องฤๅโฉมไหน
ผักหวานซ่านทรวงใน ใคร่ครวญรักผักหวานนาง ๚
มีใครทราบหรือไม่ว่ากาพย์เห่ชมเครื่องคาวนี้ ชมอาหารไว้ทั้งหมดกี่อย่าง ยังไงก็ลองตอบกันดูนะคะ สำหรับอนุรักษ์ไทย (ตอนที่ 1) คงต้องพอแค่นี้ก่อน (ชักยาวไปซะแล้ว) เอาไว้ครั้งหน้าจะมาแบ่งปัน "กาพย์เห่ชมเครื่องหวาน" นะคะ
</span></span></span>