หายหน้าไปหลายเดือนเพราะคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับ webpage gotoknow ไม่ได้

ในที่สุดตัดสินใจ format เมื่อสองวันก่อน เลยได้กลับมาพบกับเพื่อนๆ ใน G2K ได้เขียนสมใจ

สองเดือนที่ผ่านมา ผมมาใช้ชีวิตรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพในการทำวิจัย ณ อ.กุดบาก จ.สกลนคร

ผมสนใจกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า เครือข่ายอินแปง เป็นกลุ่มคนที่พยายามนำเสนอวิถีชีวิตแบบทางเลือก ทำเกษตรแบบฉลาด แสวงหาความเข้มแข็งของพื้นถิ่น พึ่งตนเอง แต่ไม่ปฏิเสธการบริหารจัดการ และเทคโนโลยีแบบสมัยใหม่

ได้มาพักที่ศูนย์อินแปง อันเป็นศูนย์อบรม ศูนย์ประชุม ศูนย์สาธิต การใช้ชีวิตแบบที่ว่า

 ขณะเดียวกันก็ได้สัมผัสกับคนที่น่าสนใจหลายๆ คนที่อยู่ในเครือข่ายนี้

ได้รู้จักกับพ่อคำไพ เกษตรกรที่จากคำพูดของพ่อคำไพเองบอกว่า ในอดีตแกเป็นคนที่ "อับจนเหมือนขอทาน" ในหมู่บ้าน ใช้เวลายี่สิบปี ปรับวิธีคิด วิธีการทำงาน วิธีการเพาะปลูก ฝึกอบรมตัวเองเรื่องสมุนไพร จนปัจจุบันมีที่นาปลูกข้าวพอเลี้ยงครอบครัวได้ มีเงินเก็บพอจะสร้างบ้านให้เป็นเรือนหอของลูกสาว เป็นเจ้าของกิจการเพาะกล้าไม้ ที่เกือบทุกวันจะมีคนวิ่งเอาเงินมาให้ถึงในบ้าน (เพื่อซื้อกล้าไม้ไปปลูก) ทุกวันมีกินโดยไม่ต้องซื้อ เพราะปลา ผักทุกอย่างที่กิน ปลูกอยู่ในบ้าน  มีทีวีขาวดำเครื่องเล็กๆ เก่าๆไว้ดูข่าว ดูละคร ไม่ต้องมีตู้เย็น ไม่ต้องมีรถปิกอัพ มีสุขภาพดีเพราะไม่ได้รับสารพิษจากอาหารแปรรูป อาหารตลาดต่างๆ มีความสุขที่ได้แบ่งปันพืชผักแก่พี่น้องเพื่อนบ้าน มีความภูมิใจ มีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ที่สามารถเป็นครู สอนเรื่องการดำรงชีวิตแบบพอเพียงให้กับคนเกือบห้าพันคนต่อปีที่มาอบรมที่ศูนย์อินแปงแห่งนี้

มาพบกับพระอาจารย์สมเกียรติ พระนักอนุรักษ์ที่ใช้ชีวิตอยู่บนเขาห่างไกลจากแหล่งชุมชนหลายกิโลเมตร เพื่อรักษาต้นไม้ ต้นน้ำให้กับคนที่อยู่ข้างล่าง ได้มาเห็นชีวิตที่เรียบง่ายและงดงาม ท่านอาศัยเพียงหลืบหินเป็นที่พัก ในฤดูแล้งก็ต้องอดหลับอดนอนเพื่อคอยตามดูสถานการณ์ของไฟป่า หลายครั้งที่ท่านองค์เดียวต้องวิ่งหาบครุน้ำไปดับไฟป่าหกล้มขาแข้งช้ำเพราะวิ่งกลางป่าในยามค่ำคืน ทำงานอย่างนี้มาหกปีแล้ว อยู่อย่างเงียบๆ ทำเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านดู แสวงหาความสงบในชีวิต อาหารวันละมื้อ เป็นแต่ผักล้วนๆ

และสุดท้ายสำหรับบันทึกนี้ คือคุณก้อง วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ผันตัวเองมาใช้ชีวิตแบบพึ่งตัวเองให้มากที่สุด บุกเบิก ถากถางสวนชาวดิน โรงเรียนแห่งการเรียนรู้เรื่องการพึ่งตัวเอง อยู่แบบไม่ใช้ไฟฟ้า ปลูกกินทุกอย่าง ผลิตเองเกือบทุกอย่าง ผงซักฟอก ยาสีฟัน แชมพูสระผม สีข้าวกินเองด้วยเครื่องสีที่โยกด้วยมือ ใช้เวลาสี่ห้าปี พิสูจน์ตัวเองให้กับครอบครัวเห็นว่า วิถีชีวิตแบบนี้งดงาม อยู่รอดได้ มีความสุข และมีสุขภาพดี

 สามคนที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นคนที่อยู่แบบเงียบๆ ไม่ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ไม่ต้องมีการประชาสัมพันธ์ผลงาน พวกเขาเป็นเพียง "คนธรรมดา ที่มีความตั้งใจอย่างแรงกล้า" ที่จะทำในสิ่งที่เขาเชื่อมัน และมุ่งทำไป ผมเชื่อว่าคนแบบนี้แหละที่ผลักดันให้สังคมเราเคลื่อนที่ไป

ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสมาอยู่ในสังคมเดียวกับสามคนนี้ และมีอีกหลายสิบคนที่จะเล่าให้ฟังในภายหน้า ทำให้ได้เห็นความหมายของสุขภาพ และความหมายของชีวิต ในแง่มุมที่ไม่เคยรู้สึกว่าจะได้รู้ได้เห็นมาก่อน

แล้วจะเล่าให้ฟังต่อเร็วๆนี้ครับ ต่อ G2K ติดแล้วต้องเขียนให้หายคิดถึง

สุธี