๕.ด้วยใจและการรู้จักสิ่งรอบตัว..ปัจจัยที่ห้าในการเผชิญกับสิ่งใหม่


"........ยางกล้วย หรือความรู้จักตัวเองพื้นๆ และหัวใจของเราที่ยังคงสู้อย่างไม่ย่อท้อ ซึ่งในยามวิกฤติและการที่ต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่เคยพานพบมาก่อน เบื้องหน้า จึงได้รู้ว่ามันกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เราพึ่งตนเองได้ดีที่สุด......"

                ครั้งหนึ่งเมื่อกว่า 30 ปีมาแล้ว ผมเล่นแตรวง เป็นแตรวงชาวบ้านจากตำบลห้วยถั่วใต้ อำเภอหนองบัว นครสวรรค์  เล่นและรับงานเมื่อหลังฤดูเกี่ยวข้าว รับงานทุกชนิดที่เป็นงานประเพณี  ทั้งงานศพ งานบวช   งานทำบุญกุศล และงานรื่นเริงของชาวบ้าน  วัด  ชุมชน 

               ในงานบวช  งานประเพณี  และงานรื่นเริงนั้น แตรวงจะมีบทบาทมากในการเชียร์รำวง  ทำให้การเอาแรง  ลงแขก หรือระดมพลังช่วยงานกันของเจ้าภาพและชาวบ้าน  เป็นเรื่องสนุกสนาน แตรวงที่ผมเล่นอยู่ในวง จัดว่ามีชื่อเสียงพอสมควร โดยเฉพาะในการเล่นและร้องเพลงเชียร์รำวง  อีกทั้งมีเครือข่ายว่างานกว้างขวางเหนือจรดใต้  

                ผมเล่นทรัมเป็ตและแซ็กโซโฟนเป็นหลัก ขณะเดียวกัน  ก็พร้อมจะเป็นมือเปลี่ยนให้กับคนอื่นๆ ได้ทุกชิ้นยกเว้นตีกลองชุดเท่านั้น ตอนนั้น  ทั้งวงและแตรวงอื่นๆไม่มีใครทำ เพราะปากสำหรับเล่นเครื่องเป่าแบบทรัมเป็ตและเครื่องเป่าแบบมีลิ้นดังเช่นแซกโซโฟนและคาลิเนต  ต้องใช้ริมฝีปากและวิธีเป่าคนละแบบ หากฝึกตัวเองไม่อยู่แล้วไปเป่าเปะปะปากเราจะพังหมด แต่ผมทำหน้าที่นี้ให้กับทั้งวงได้

              พวกเล่นแตรวงชาวบ้านมักจำเพลงแม่น...จะเรียกว่าจำแม่นก็ไม่ถูก  เรียกว่ามีทักษะในการฟังทางเพลงแตกดีกว่า  ผมก็เหมือนกัน ทำให้เพลงต่างๆ แม้จะออกมาใหม่ล่าสุด  ไม่เพียงขอให้ได้ฟังแค่เที่ยวเดียวเท่านั้น แต่ถึงขั้นแค่ได้ยินจังหวะและตัวโน๊ตเพียงนิดเดียวก็เดาทางออกและเล่นสดได้  อีกทั้งเล่นทน ภาษาแตรวงเรียกว่ามีปากอยู่ตัว เลยเล่นคู่กับการเชียร์รำวงได้ตลอด เพลงอะไรขึ้นมาแตรวงของเรารับลูกให้ได้หมด ถึงไหนถึงกัน เราจึงเล่นให้เจ้าภาพและชาวบ้านจนสว่างคาตาอยู่เป็นประจำ เจ้าของงานส่วนมากจึงประทับใจและมีไม่น้อยที่ผูกพันกันเยี่ยงคนคุ้นเคยในกาลต่อมา

              การขึ้นเพลงและรักษาการเล่นทั้งวงเหมือนกับเป็นคอนดัคเตอร์ให้วงไปในตัว เป็นทักษะที่สำคัญ โดยเฉพาะในเพลงไทยเดิม  เพลงตับ  เพลงเถา  บ่งบอกถึงการต่อเพลงมาได้เยอะ  ได้รับการถ่ายทอดจากครูเยอะ  แม่นเพลงและแม่นจังหวะของการเล่นเป็นวง ส่วนใหญ่จึงเป็นหน้าที่ของครูหัวหน้าวง  หลายครั้งผมเป็นคนทำหน้าที่นี้แทนหัวหน้าวง

            ผมเป็นเด็กและตัวเล็กที่สุดในวง ทว่า สามารถเล่นเพลงและเป่าแตรได้ทน  โดยเฉพาะการเป่าทรัมเป็ตนั้น  ผมสามารถเป่าเดี่ยวท่อนแยกของเพลง เหมือนข้าวคอยเคียว โดยไม่ถอนปากและไม่หยุดหายใจเลย อีกทั้งสามารถเลือกเทคนิคการเป่าได้หลายลีลา เสียงกลมๆเวลาเชียร์รำวง และเสียงแผดแบบได้ยินทั่วถึงทั้งขบวนเวลาต้องเดินแห่นาค  เรื่องนี้เป็นที่ร่ำลึอกันในหมู่แตรวง ด้วยว่ามีอยู่คนเดียวและเล่นโชว์ได้รางวัลมาจากผู้ใหญ่-คนเฒ่าคนแก่แทบทุกครั้งเวลาออกงาน ครูว่าผมปอดแข็งแรงและซ้อมจนปากอยู่ตัว

            ไม่ว่าจะเป็นการแห่โดยลำพังขบวนเดียว  หรือเวลาต้องเจอกับหลายขบวนและแตรวงหลายวง เสียงทรัมเป็ตของผมจะคุมทางเพลงและคุมจังหวะไม่ให้วงหลงทางไปกับเสียงวุ่นวายรอบสารทิศ คณะแตรวงผมมีความเป็นทีม  รู้ทางกัน และผมก็มีส่วนในการช่วยให้ทีมมั่นใจ  เราสามารถประชันเพลงได้แบบไม่น้อยหน้าใครเลย

          ทว่า  วันหนึ่ง  แตรวงคณะผมไปงานบวชของชาวบ้านที่เขาพนมรอก  อำเภอท่าตะโก  จังหวัดนครสวรรค์  ผมก็ต้องประสบกับสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน  และทำให้ผมได้ตระหนักถึงการกำลังเผชิญกับโลกความเปลี่ยนแปลงรอบข้าง 

                         

           บ่ายวันแรก  ซึ่งเป็นวันแห่นาคจากวัด  รอบหมู่บ้าน  และจะไปทำขวัญนาคในตอนเย็น  เราก็แห่นาคตามปรกติ  แต่พอไปถึงวัด  ก็เจอนาคอีกเจ้าหนึ่ง ซึ่งพวกเราเพียงเห็นขบวนแห่เข้ามาในบริเวณวัดแล้วก็ต้องตกตะลึง  คือ แตรวงของเขาเล่นเอาวงโยทวาธิตมาเป็นวงใหญ่เลยทีเดียว  นัยว่ามาจากโรงเรียนชายนครสวรรค์ ทั้งเสียงอันกระหึ่ม  การเล่นอย่างเป็นระบบซับซ้อน  มีขบวนพร้อมเพรียงขึงขัง  ข่มแตรวงของพวกผมลงไป  เทียบแล้วเหลือสัก 1 ใน 30 ของวงโยทวาธิตนั้นได้เลย  ทั้งขนาด  ศักยภาพ  และพลังของเสียงบรรเลง

         ที่ร้ายไปกว่านั้นคือตอนที่จะต้องแห่นาคออกจากวัดและเข้าไปตามถนนในหมู่บ้าน เจ้าแตรวงโยทวาธิตนั้น ดันไม่เห็นความสำคัญในข้อที่จะต้องเว้นห่างขบวนกันสักหน่อย  พอแตรวงของผมและขบวนนาคของเรา  ออกไปได้นิดหน่อย   เขาก็ขึ้นเพลงและออกเดินแห่ตามหลังไปด้วย  แรกๆก็อยู่ห่างๆ แต่ถึงแม้จะอยู่ห่าง เสียงของวงโยทวาธิตทั้งวงก็กลบเสียงแตรวงของผมจนรวนไปทั้งขบวน แตรวงก็จะหลง  คนรำในขบวนก็แยกไม่ออกว่าจะเต้นตามจังหวะกลองทางไหน 

           ผมและทั้งทีมแตรวงทำอะไรไม่ถูก  พวกเราไม่เคยเจออย่างนี้มาก่อนเลย  หากเป็นแตรวงด้วยกัน  เมื่อเจออย่างนี้  พวกเราจะรวมวงและพาชาวบ้านรวมเป็นขบวนเดียวกันสนุกสนาน  ไม่เคยหรอกที่จะเจอความแปลกแยกอย่างนี้  ทว่า  ครั้งนี้มันเป็นแตรวงกับวงโยทวาธิต...คนละสารบบเลย  มันรวมกันไม่ได้เพราะมันคนละทาง  และเมื่อต้องเล่นแยกเราก็สู้ไม่ได้ในทุกทางเสียอีก  ซึ่งสำหรับชาวแตรวงแล้ว  การเล่นล้มไม่เพียงจะเสียฝีมือ  แต่จะทำให้เจ้าภาพเสียหน้าไปด้วย  เล่นสู้ไม่ได้ แต่ก็ยอมให้เสียงานไม่ได้

            ตอนนั้น  ถึงแม้ผมจะเป่าทรัมเป็ตด้วยพลังที่มากที่สุดแล้ว  แต่ก็ยังทำท่าว่าจะพาวงไปไม่รอด   ผมสู้ทนเป่าแตรอย่างต่อเนื่องจนปากเริ่มเจ่ออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  ซึ่งทำให้ผมพอจะรู้แล้วว่า  ผมจะเป่าต่อไปอีกได้ไม่กี่น้ำ

            ช่วงหนึ่ง  เป็นช่วงที่ข้างถนนมีกอกล้วย  ผมมองแว่บไปที่ต้นกล้วยแล้วเกิดนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างฉับพลับ   อะไรบางอย่างมาดลใจให้ผมนึกถึงยางกล้วยว่าจะแก้ปัญหาได้ในขณะนั้น  ผมจึงวิ่งไปหักลูกกล้วยดิบแล้วเอายางกล้วยมาทาปากทั้งปาก  เสร็จแล้วก็กดปากทรัมเป็ตลงไป  ยางกล้วยจึงทำหน้าที่เหมือนกาวตรึงปากผมกับทรัมเป็ตไว้อย่างสนิท  ลมไม่มีรั่ว และผมตั้งใจในตอนนั้นเลยว่า  จะต้องเป่าอย่างแรงแบบไม่ต้องถอนปากออกอีกเลย  ซึ่งก็ได้ผลมาก  เสียงทรัมเป็ตผมแผดออกไปให้เพื่อนๆ ในวงได้ยินและไม่หลงทาง  ทำให้เรากุมจังหวะและแห่นาคไปได้ตลอด  กระทั่งถึงบ้าน

           ทุกคนเหมือนโล่งอก และรู้ดีว่าเกือบแย่  ทว่า  ผมเองนั้น  เมื่อหยุดเป่าและถอนปากออกจากปากทรัมเป็ตซึ่งมียางกล้วยทำหน้าที่เหมือนกาวสมานริมฝีปากยึดติดกับปากทรัมเป็ตนั้น  ปากผมแตกและบวมเจ่อ  เลือดไหลซึมออกมาซิบๆ อีกทั้งในอกก็หอบเหนื่อย  ผมรู้สึกตระหนกต่อพลังอะไรบางอย่างที่เราไม่เคยรู้จัก  และเย็นวันนั้น  ผมเป่าเพลงเชียร์รำวงไม่ได้เลยเพราะปากแตกและเจ็บระบมไปหมด

            ที่ผมและทั้งวง พากันฝ่าพลังกระทบบางอย่างที่เราไม่เคยพานพบมาก่อนได้นั้น ไม่ใช่ฝีมือ  คน เครื่องมือ  และความเจนประสบการณ์มาอย่างมากมาย ทว่า กลายเป็นยางกล้วย หรือความรู้จักตัวเองพื้นๆ และหัวใจของเราที่ยังคงสู้อย่างไม่ย่อท้อ ซึ่งในยามวิกฤติและต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่เคยพานพบมาก่อนเบื้องหน้า จึงได้รู้ว่ามันกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เราพึ่งตนเองได้ดีที่สุด.

หมายเลขบันทึก: 92039เขียนเมื่อ 23 เมษายน 2007 19:26 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 17:57 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (3)

แวะมาอ่าน + ทักทายครับ   สบายดีนะครับ

ผมว่าไม่ใช่แค่ยางกล้วย กับหัวใจครับ  แต่ต้องรวมไปถึงฝีมือ ทีม เครื่องมือ และที่สำคัญอีกสิ่งนึงนอกจากหัวใจก็คือประสบการณ์ครับ   สุดยอดมากครับพี่

วิรัตน์ คำศรีจันทร์

ขอบคุณมากเจ้าเจษฎ์  สบายดีใช่ไหม ดีใจที่เข้ามาอ่านนะ และรู้สึกดีที่ร่วม Inspired  มีความสุขและมีพลังใจเสมอนะ

พี่ม่อย

มีชาวบ้านและคนท้องถิ่น ชุมชนอำเภอหนองบัว นครสวรรค์ หลายคน ให้ข้อมูลชุมชนสอดคล้องกันว่า การแห่นาคและการบวชนาคหมู่ เป็นวัฒนธรรมประเพณีที่โดดเด่นในอดีตของอำเภอหนองบัวมาก อีกทั้งมีความใกล้ชิดกับพัฒนาการของท้องถิ่นหลายด้าน เช่น ข้อเขียนและการนำข้อมูลต่างๆมาถ่ายทอดของพระมหาแล อาสโย  รวมทั้งการร่วมสนทนาของผู้อ่าน

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี