มองโลกและคนรอบข้างในแง่ดีมีแต่กำไร

     วันนี้เป็นอีกวันที่มีเรื่องที่สอดคล้องต้องกันมาให้ประมวลความคิดอีกแล้ว เกี่ยวกับการมีทัศนคติที่ไม่ดีกับคนที่อยู่รอบข้าง เปล่านะไม่ใช่ตัวเราหรอก แต่เป็นเพื่อนสนิทที่มักจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ่อยๆ

     มีใครเคยพบปัญหาแบบนี้หรือไม่ คนในที่ทำงานไม่ถูกกัน ไม่ชอบหน้ากัน ไม่ร่วมมือกัน ศรศิลป์ไม่กินกันแต่ชาติปางไหน ทำให้การทำงานสะดุดหยุดชะงัก เพราะทีมไม่เวอร์ค ต่อให้จัดอบรมเรื่องการสร้างทีมงานกันหลายรุ่น กลับมาก็เหมือนเดิม

     เคยพบตัวอย่างหลายๆ กรณีที่เป็นเรื่องจริง

  • เป็นทุกข์เพราะไม่ชอบคนนั้น วิจารณ์คนนี้ นินทาคนโน้น ทุกครั้งที่จับกลุ่มกัน
  • มีเรื่องให้อิจฉาคนที่อยู่รายล้อมได้ทุกคน
  • ไม่ชอบใคร ก็จะหาพวกให้ไม่ชอบตามไปด้วย ถ้าใครไม่เห็นด้วย ก็จะถือว่าเป็นคนละพวกกัน
  • ติดท่าที ไม่ชอบคนมีบุคลิกแบบนี้ มันขวางหู ขวางตา
  • ห้ามเอ่ยชื่อคนนี้ให้ได้ยินเด็ดขาด หรือชื่นชมให้ได้ยิน เกลียดเข้ากระดูกดำ
  • ถ้าคนที่ฉันไม่ชอบเสนออะไรมา ฉันจะค้านหัวชนฝา ชาตินี้ไม่ขออยู่ฝั่งเดียวกัน

  นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ในที่ทำงาน หลายที่ ใครเคยเจอมากกว่านี้ หรือ ไม่เคยเจอเลย ก็มาแบ่งปัน แลกเปลี่ยนกันได้ ว่ามีวิธีแก้ปัญหาหรือไม่  อย่าคิดว่าแค่เรื่องส่วนตัวของคนกลุ่มน้อยจะไม่กระทบต่อเป้าหมายรวมของหน่วยงาน

   เวลามีคนมาพูดว่าพบคนแบบนี้ ก็ได้แต่บอกเขาว่า ทุกคนน่าสงสาร เวลาที่เรานั่งลงพูดถึงคนที่เราเหม็นหน้า เราก็จะเริ่มโกรธ อารมณ์บ่จอย ขึ้นมาทันที ถามว่าใครล่ะที่แย่ ก็ตัวเองนั่นแหละ ไอ้เจ้าคนที่เราโกรธเกลียด เขาไม่ได้รับทราบอะไรเลย ว่าเรากำลังนินทาเขาอยู่

   ส่วนคนที่มักโดนเกลียด ไม่ว่าด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็น่าสงสาร เพราะเขาอาจไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่เขาทำนั้น สร้างความโกรธเคือง หรือความไม่พอใจให้คนอื่น และก็จะโดนคนไม่ชอบมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น เขาพูดจาไม่ดี ไม่เข้าหูคน วงแตกประจำ สายตาแสดงอาการดูหมิ่นผู้อื่นอยู่เสมอ เขาอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้

   เมื่อเช้าก็เลยบอกเพื่อนไปว่า ตอนที่เราได้ยินเขาพูดถึงคนที่เขาไม่ชอบเอามากๆ เขาทำท่า และเสียงดังใส่เรา ราวกับว่าเราเป็นคนคนนั้น เราจึงเตือนสติให้เขารู้ตัว และบอกว่าจงเมตตาและสงสารเขาเถอะ  เราลองเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อเขาเสียใหม่ พยายามมองหาสิ่งที่ดีในตัวเขา ปฏิบัติต่อเขาเสมือนเพื่อน หากเราปรับเปลี่ยนความคิดได้ ท่าทีที่เราแสดงอย่างเป็นมิตรที่จริงใจ จะทำให้เขารู้สึกได้ แต่ต้องทำทุกครั้งที่เจอกัน ไม่นานเขาจะเปลี่ยนท่าที และการปฏิบัติต่อเราจนกลายเป็นบวกเช่นกัน

   ไม่น่าเชื่อว่า พอมานั่งล้าง mailbox ก็ไปพบบทความหนึ่งที่เขียนเรื่องนี้ บอกว่าหากเราอยากให้คนรอบข้างปฏิบัติต่อเราอย่างไร

       ให้เราเขียนชื่อคนเหล่านั้นออกมา จากนั้นให้เขียนต่อท้ายชื่อของคนคนนั้นว่าอยากให้เขาทำอะไรให้เรา หรือปฏิบัติต่อเราอย่างไร แล้วเขียนต่อไปอีกว่าแล้วเราจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไรบ้าง จึงจะทำให้เขาทำอย่างที่เราต้องการ จากนั้นให้เฝ้าติดตามผล โดยเราต้องปฏิบัติตามสิ่งที่เราเขียนไว้เป็นขั้น เป็นตอนด้วย

      วิธีนี้ ถ้าตั้งใจใช้รับรองได้ผล ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ระดับไหน เพราะความยากอยู่ที่ตัวเราเองนั่นแหละที่จะปรับเปลี่ยนใจของเราก่อนได้หรือเปล่า แล้วเราตั้งใจมากน้อยเพียงไรที่จะสร้างมิตรมากกว่าศัตรู