เมื่อวันที่ ๒๐ เม.ย. ๕๐   ในการนำเสนอผลงานใน Lunch Talk ของสภามหาวิทยาลัย    รศ.ดร.อนุชาติ   พวงสำลี   นำเสนอเรื่อง  "เครือข่ายการวิจัยบูรณาการลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง"   และ รศ.ดวงพร   คำนูณวัฒน์ & อ.สัญชัย   สูติพันธ์วิหาร   นำเสนอเรื่อง  "โครงการวิจัยบูรณาการเชิงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างมีส่วนร่วมในภูมิภาคตะวันตก (โครงการภูมิภาคตะวันตกศึกษา)"

          ผมจะไม่เล่าสาระที่นำเสนอ   ผู้สนใจอ่านได้จาก http://www.ict4dev.mahidol.ac.th/westernthailand   ซึ่งสรุปได้ว่า  ทั้ง ๒ โครงการช่วยให้นักวิชาการจากหลากหลายสาขาวิชาเข้ามาทำงานวิชาการร่วมกัน และร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่  มีการผลิตเอกสารวิชาการมากมาย

          ที่ผมจะบันทึกไว้ก็คือ  ระหว่างนั่งฟังอยู่ด้วยความชื่นชมนั้น  ผมเกิดความคิดว่า   ถ้าในวันนั้นเราเชิญตัวแทนชาวบ้านมาเล่า  สักโครงการละ ๒ คน   เราจะได้มุมมองอีกแบบหนึ่งของโครงการ   ยิ่งถ้าเอกสารวิชาการนั้นเขียนขึ้นจากเรื่องเล่า หรือถ้อยคำของชาวบ้านในพื้นที่  ที่เข้าร่วมโครงการ  ก็น่าจะได้ผลงานวิชาการอีกแบบหนึ่ง

          ผมถามตัวเองว่า  การวิจัยแบบ  "area-based"  เป็นอย่างไรแน่   เป็นแบบที่นักวิชาการเข้าไปทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน   แล้วนักวิชาการเป็นผู้เก็บข้อมูลและเขียนผลงานวิชาการ   หรือเป็นแบบที่นักวิชาการรวบรวม "ข้อมูล" จากคำพูด  และข้อสรุปของชาวบ้าน   เอามาวิเคราะห์และสังเคราะห์ให้เป็นวิชาการจากมุมของชาวบ้าน

          กลับมาถึงบ้าน   ผมบอกตัวเองว่าเรื่องแบบนี้ข้อสรุปไม่ใช่ either-or แต่เป็น both-and   คือเราน่าจะมีวิชาการทั้ง ๒ แบบ  มีการวิจัยแนว "area-based" ทั้ง ๒ แบบ

          แต่ผมก็สงสัยต่อไปอีกว่า   แล้วเอกสารงานวิจัย area-based  แนวมุมมองของชาวบ้านนั้น   จะได้รับการยอมรับว่าเป็นผลงานวิชาการที่เอาไปเสนอขอตำแหน่งวิชาการได้ไหม

วิจารณ์   พานิช
๒๑ เม.ย. ๕๐