สะท้อนให้เห็นผลที่เกิดขึ้นของสงคราม..ไม่มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นได้เลย...มีแต่น้ำตาและหายนะ..นี่แหละที่พิษภัยของสงคราม

           

           สุดสัปดาห์ที่ผ่านมานึกครึ้มอกครึ้มใจ ชวนพรรคพวกไปดูภาพยนตร์....ซึ่งก็ไม่รู้ว่าช่วงนี้มีเรื่องใดที่น่าสนใจ...แต่รู้ว่าไม่ยากถ้าจะหาหนังดีๆ ซักเรื่องก็ไม่พ้นโรงหนังทางเลือก ฉกเช่น ลิโด สกาล่า หรือ สยาม ซึ่งเป็นเครือของ Apex…..คิดได้ดังนั้นก็ชวนพวกพ้องเดินตรงไปยังป้ายโฆษณาหนังภายในโรงหนังสกาล่า....เลือกหนังที่น่าสนใจ....ซึ่งช่วงนี้มีหลายเรื่อง... และแล้วเรื่องที่ตรึงสายตาของกลุ่มเราคือ Pan’s Labyrinth

          ดูจากป้ายโฆษณาแล้วน่าจะเป็นหนังผจญภัยของเด็กน้อยสู่ดินแดนแห่งเทพนิยาย...จินตนาการ...ภาพสวย...และลึกลับ....ผิดคาดคะ    หนังเรื่องนี้เป็นหนังเขย่าขวัญผสมแฟนตาซี  ตลอดทั้งเรื่องเป็นหนังใช้ภาษาสเปน...โชคดีเป็นอย่างยิ่งที่มีภาษาอังกฤษและไทยแปล...ไม่งั้นคงต้องฟังภาษาสเปนกันทั้งเรื่อง

           หนังเรื่องนี้เสนอเรื่องราวในอดีต..ย้อนกลับไปในยุคสงครามกลางเมืองของสเปนช่วงทศวรรษ 1940  และผสมผสานจินตนาการของผู้กำกับชาวเม็กซิกัน กิลเลอร์โม่ เดลทาโร่ที่มีการใช้สัตว์ในเทพนิยายกรีกเป็นตัวเชื่อมจินตนาการ   Pan’s Labyrinth  หมายถึง เขาวงกตของแพน (สัตว์ในเทพนิยายกรีกมีลักษณะผสมระหว่างมนุษย์และแพะ  ส่วนหน้าเป็นคนมีเขา คล้ายแพะ  ขาเป็นแพะ -ในหนังเรียกชื่อตามภาษาละตินว่า เฟาน์)

          แพนหรือเฟาน์ ปรากฏตัวให้เด็กหญิงโอฟีเลียเห็นและชักชวนเธอปฏิบัติภารกิจ 3 อย่างเพื่อหาทางคืนสู่ดินแดนสวรรค์  ซึ่งแพนบอกโอฟีเลียว่า เธอเป็นเจ้าหญิงในแดนสวรรค์ที่ถูกสาป....หนังตัดสลับกับความเป็นจริงที่โอลิเฟียมีแม่ที่กำลังอุ้มท้องกับพ่อเลี้ยงที่เป็นนายพลทหาร มีนิสัยเกรี้ยวกาจและเผด็จการ...พร้อมพาผู้ชมสัมผัสกับบรรยากาศการสู้รบระหว่างฝ่ายกองโจรกบฏที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพชาวสเปนรอดเงื้อมมือของเผด็จฟาซิสต์อย่าง นายพลฟรังโก

             ชีวิตของโอฟีเลียตกอยู่ในสถานการณ์โหดร้าย ได้เห็นความโหดเหี้ยมของพ่อเลี้ยงที่ปฏิบัติการกวาดล้าง ผู้ต่อต้าน  อย่างเลือดเย็น...บางฉากผู้ชมอาจจะทนดูไม่ได้กับความโหดร้ายแต่ไม่ถึงกับรับไม่ได้.....มันคงเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงช่วงสงครามสมัยนั้น....ซึ่งโลกปัจจุบันไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกครั้ง

             ขอบอกว่าหนังเรื่องนี้ไม่เหมาะกับเด็ก เพราะความซับซ้อนของเนื้อหาบวกกับความรุนแรงของหลายๆ ฉาก ที่ทำให้ให้เห็นถึงความเผด็จการและไม่มีเหตุผลของผู้นำ ไม่มีการไตร่ตรองก่อนการปฏิบัติการกวาดล้างคน  ไม่มีเมตตากับคน และท้ายที่สุด การกรีดเลือดเฉือนเนื้อของมนุษย์อย่างไม่ปราณี.....สุดท้ายหนังจบลงด้วยน้ำตาและความเศร้าโศก 

           หลายท่านคงคิดว่า ทำไมยังนำหนังเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง....เพราะหนังเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นผลที่เกิดขึ้นของสงคราม..ไม่มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นได้เลย...มีแต่น้ำตาและหายนะ..นี่แหละที่พิษภัยของสงคราม