ผมได้ลองคัดลอกบางส่วนของข่าวมาให้เพื่อนๆ อ่านครับ จริงๆแล้วข่าวนี้ลงเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่สื่อมวลชน นสพ. ผู้จัดการ ช่วยประชาสัมพันธ์ประชาชนไทยได้ชัดเจนมากขึ้นครับ ขอบพระคุณมากครับสื่อมวลชน นสพ. ผู้จัดการ คลิกที่นี่
ดร.ศุภลักษณ์ เข็มทอง กลุ่มสาขาวิชากิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ขยายความของนักกิจกรรมบำบัด ว่าเป็นวิชาชีพที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในประเทศไทยมากนัก แต่หากอยู่ในต่างประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ได้รับการพัฒนาแล้วนั้น นักกิจกรรมบำบัดได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการดูแลและช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วย รวมทั้งเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย ขณะเดียวกันคนไทยมักเข้าใจผิดคิดว่านักกิจกรรมบำบัดกับนักกายภาพบำบัดเป็นคนคนเดียวกันเพราะทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน แต่ในความเหมือนนั้นมีความแตกต่างในการปฏิบัติงานมาก
หากมองโดยภาพรวมในสาขานักกายภาพบำบัดเน้นในการฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีความบกพร่องด้านการช่วยเหลือตัวเอง อาทิ ผู้ป่วยอัมพาต เป็นต้น โดยเข้าไปดูแลให้คนไข้สามารถใช้กล้ามเนื้อแขน ขา ให้ทำงานได้เกือบเป็นปกติ เพราะในความเป็นจริงผู้ที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าวคงไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตหรือหายขาดจากโรคที่เป็นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
ในขณะที่นักกิจกรรมบำบัดจะลงลึกในรายละเอียดมากกว่านั้นคือ เมื่อคนไข้สามารถยกแขนหรือใช้กล้ามเนื้อที่เป็นชิ้นส่วนใหญ่ๆได้แล้ว ยังต้องทำให้อวัยวะส่วนนั้นสามารถใช้ดำเนินชีวิตประจำวันได้ เช่น การสวมใส่เสื้อผ้า รับประทานอาหารได้ด้วยตนเอง หรือแม้กระทั่งการหัดเขียนหนังสือหรือลงมือประกอบอาหารเอง แต่หากจะให้การรักษาได้ผลดีทั้งนักกิจกรรมบำบัด นักกายภาพบำบัด และแพทย์ต้องร่วมมือกันทำงานเป็นทีมเพราะแต่ละคนก็เชี่ยวชาญกันไปคนละด้าน
“นักกิจกรรมบำบัดจะฝึกให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้โดยเน้น 4 พื้นฐานในการดำเนินชีวิตหลักๆคือ 1. กิจวัตรประจำวัน 2. เรียนหรือทำงาน 3.ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ 4. การพักผ่อน ผู้ป่วยที่เข้ามาบำบัดจะต้องสามารถทำทุกข้อที่ว่ามานั้นได้ ซึ่งการรักษาคนไข้ต้องมีการวางแผนร่วมกันระหว่างคนไข้ นักกิจกรรมบำบัดและญาติของคนไข้ด้วย ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมาก ในเมืองนอกนักกิจกรรมบำบัดไม่ใช่ทำงานอยู่แต่ในคลินิกอย่างเดียวต้องหมั่นออกไปพบปะและติดตามอาการคนไข้ทั้งที่บ้านและโรงเรียนหรือที่ทำงานด้วย”
จากนั้นล่าสุด ศ. วิจารณ์ พานิช และกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหิดล ได้เข้าเยี่ยมชื่นชมคณะกายภาพบำบัดฯ โดยมีรายละเอียดที่เป็นประเด็นชัดเจนในบันทึก https://www.gotoknow.org/posts/408594
ผมในฐานะว่าที่ดอกเตอร์อย่างเป็นทางการ หรือคนที่ 11 ของคณะแบบไม่เป็นทางการ ขอนำ KM มาเป็นเครื่องมือเพื่อประสานสามัคคีของความแตกต่างของศาสตร์ทางสุขภาพให้เป็นประโยชน์ต่อชาวไทยอย่างสูลสุดครับ
-ข้อความข้างบน อยู่ใน อาชีวเวชศาสตร์ด้วยใช่ไหมคะ ตอนนี้เป็นก.ม.แล้วใช่ไหมคะ
ขอบคุณมากครับคุณ sasinanda
จริงแล้ว Occupational Therapy กิจกรรมบำบัด มีการพัฒนาศาสตร์และวิธีการประเมินรักษาในรูปแบบวิชาชีพทางการแพทย์เฉพาะ และมีการขยายองค์ความรู้เข้าสู่ Occupational Sciences ครอบคลุมวิทยาศาสตร์แห่งการประกอบกิจกรรมการดำรงชีวิต ที่ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่ในวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์อย่างเดียว
องค์ความรู้ข้างต้นถูกแยกออกจากองค์ความรู้หลายๆด้านในสาขาแพทยศาสตร์ ซึ่งเคยนำอาชีวเวชศาสตร์ Occupational Medicine ที่จำกัดเฉพาะความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสขภาพที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพที่มักทำงานในโรงงาน
Occupational Medicine กับ Occupational Therapy มีรากศัพท์ของ Occupational ต่างกัน อันแรกคือ "อาชีพ" แต่อันที่สองคือ "การไม่อยู่ว่าง"
เท่าที่ผ่านมาทั้งสองสาขาวิชายังไม่ค่อยทำงานร่วมกันครับ
สวัสดีค่ะดร.ป๊อป ได้อ่านบันทึกของอาจารย์เป็นระยะๆ แต่เนื่องจากเป็นคนโลว์เทค เมื่อก่อนเวลาอ่านบันทึกของคนโน้นคนนี้ไปหลายๆคน แล้วเลยไปเลยไม่ได้แสดงตัวหรือแสดงความคิดเห็นไว้ พอคิดว่าจะทักทายอาจารย์ซะหน่อยมันก็เลยไปไหนๆแล้ว
อ.ขจิตสอนให้ทำแพลนเน็ตเมื่อไม่นานมานี้ ตอนนี้ตามอ่านบันทึกอาจารย์ได้ไม่พลาด พี่ชอบศึกษาเรื่องใหม่ๆอย่างที่อาจารย์ทำอยู่ซึ่งมีประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
จะติดตามอ่านทุกเรื่องค่ะ
ขอบคุณอาจารย์คุณนายดอกเตอร์ที่ติดตามอ่านบันทึกทุกเรื่องครับ ผมจะเข้าไปทักทาย Blog อาจารย์ด้วยเช่นกันครับ
เป็นกำลังใจให้เพื่อนครับ
เห็นบอกว่าทำงานหนักก็ดูแลสุขภาพด้วยครับ
ในที่สุดกิจกรรมบำบัดจะถูกนำเสนอสู่สังคมมากขึ้น ผมคิดว่าศาสตร์ทางด้านนี้จะถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆครับ
ขอบคุณครับคุณจตุพร