ก้ไปอบรมมาล่ะซิ สนุกมากเลย
ช่วงนี้จะมีการอบรมที่ถี่มาก  หลังจากที่ครูได้พักผ่อนกันมาแล้ว  2  สัปดาห์   ครูบางคนก็พักผ่อนจริงๆ  บางคนก็เข้าโรงซ่อมสุขภาพ 
แต่สำหรับครูอ้อย  เรียน   ช่วงนี้จึงถึงวาระการอบรมภาคฤดูร้อน  บางท่านอาจจะยังเข้าใจว่าเป็นครูแล้วได้พักปิดภาคเรียนไปพร้อมๆกับนักเรียน  ขอเปลี่ยนความคิดเสียใหม่เลยว่า....ไม่จริง   
พวกเราชาวครูต้องพัฒนาตนเองอยู่อย่างสม่ำเสมอ  บางท่านก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเองก็มี 
แต่อบรมคราวนี้ การอบรมเชิงปฏิบัติการภาคฤดูร้อน   ไม่ต้องจ่ายเงิน  เป็นโครงการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2  ซึ่งมีครูเข้ารับการอบรมอย่างหนาแน่น    
     
ชื่อการอบรมภาคฤดูร้อนนี้คือ....Language Brush- Up  ซึ่งอบรมจำนวน 5  วัน  ผู้ให้การอบรมประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งนั้น  และเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ครูอ้อยชื่นชอบ   ให้ความรู้แบบละเอียด   อย่างชัดเจน  ให้พวกเราได้นำไปประยุกต์ใช้อย่างเห็นเป็นรูปธรรม
     
ครูอ้อยประทับใจในตอนเช้า   ที่หัวหน้ากลุ่มศึกษานิเทศน์ได้พูดคุยกับครูอ้อยกับเพื่อนครูที่มาช่วยราชการที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง  เราใช้เวลาในตอนเช้า   ที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตั้งแต่เรื่อง.....  การประเมินผลงานทางวิชาการเชิงประจักษ์   การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบ BACKWARD DESIGN 
ซึ่งครูอ้อยได้ชี้แจงในส่วนที่ได้รับการอบรมมาในรุ่นที่ 1 ที่สถาบันอบรมครู วัดไร่ขิง นครปฐม  ที่ครูอ้อยเคยนำเสนอไปบ้างแล้ว  เมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมา  เรียนรู้การออกแบบการสอน Backward Design 
และยังพูดคุยถึงการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ต้องยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง    ทักษะกระบวนการคิด   เน้นคุณลักษณนิสัย เด่ง ดี มีสุข   ทุกๆอย่างจะเข้าไปอยู่ในแผนเดียวไม่ได้  
ครูอ้อยได้อธิบายการจัดทำแผนฯในส่วนที่เป็นของครูอ้อยเท่านั้น  ซึ่งหัวหน้ากลุ่มสาระฯ  จะต้องเข้ารับการอบรมเพื่อการนำมาขยายผลอีกครั้ง  
จากนั้นเมื่อถึงเวลา 08.30 น.  ก็เริ่มการอบรมโดย  ศน.สุดา   ที่เป็นข้าราชการบำนาญ   ครูอ้อยฟังและเข้าใจดี   ยังชมเชยท่านอาจารย์ในใจว่า  อายุตั้งมากยังมีพลังที่จะทำอะไรได้อีกตั้งเยอะ  ซึ่งครูอ้อยต้องจำไว้เป็นแบบอย่าง  
จากนั้นก็พักเบรค  ครูอ้อยไม่มีเวลาที่จะนำน้อง acer มาใช้ในตอนไหนได้เลย   เธอจึงอยู่ในกระเป๋าแบบนั้น   ความคิดรวบยอดของการอบรมในช่วงเช้า  ก็คือ 
1.  การฟัง ข้อความ  ที่สามารถเดาความหมายได้ 
2.  การฟังข้อความที่มี key word และนำมาเดา main point ได้ 
3.  ฟังแล้วเดาความหมายได้จากการที่มี knoeleadge of the World  ซึ่งหมายถึง  การฟังที่จะต้องพื้นฐานของความรู้เรื่องนั้นๆด้วยจึงจะเกิดการเดาความได้สมบูรณ์ยิ่งขี้น 
4.  การเตรียมตัวก่อนการฟังนั้นต้อง 
          4.1  อ่านข้อความภาษาไทย  แล้วจึงฟังภาษาอังกฤษ 
          4.2  ฟังข้อความภาษาไทยก่อนที่จะฟังภาษาอังกฤษ    เมื่อพักกลางวัน  เราทุกคนกินข้าวร่วมกัน  และเข้ารับการอบรมอีกในตอนบ่าย  วิทยากรเป็นชาวสิงคโปร์  ชื่อ Mr.Haris  เก่งมาก  และเข้าใจธรรมชาติของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย ...
มี 2 อย่างที่ถูกใจครูอ้อยก็คือ...เน้นการสอนแบบ Communicative Approach  เน้นการติดต่อสื่อสาร  .....และไม่เน้นไวยากรณ์  
ท่านมีเทคนิควิธีการสอนที่ดีมาก  เหมาะสมที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในห้องเรียนที่มีนักเรียนมากกว่า 30 คน  ท่านใช้จิตวิทยาในการเรียนรู้นักเรียนในวัยต่างๆ  
และปลอบใจเสมอว่า.....ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยาก  ครูอ้อยก็เห็นด้วยกับ  การที่ครูมุ่งเน้นการสอนมากเกินไป  ไม่ได้ปล่อยให้นักเรียนคิด  และปฏิบัติตามใจชอบ     
อาจารย์หลอกให้พวกเราพูดถึงปัญหาในการสอนภาษาอังกฤษ  ซึ่งครูอ้อยยังไม่ถึงคิวที่จะพูด  แต่มีเพื่อนครูพูดไปแล้วก็คือ.....ชั่วโมงสอนภาษาอังกฤษน้อยเกินไป......จำนวนนักเรียนในแต่ละห้องมากเกินไป.....ครูผู้สอนไม่มีความมั่นใจในการถ่ายทอดคเทคนิควิธีนี้   .....
สำหรับครูอ้อยจำมาก็คือ.....ต่อไปนี้ต้องให้นักเรียนได้ปฏิบัติมากๆ  เน้นการพูด  ให้พูดมากๆที่สุด 
กิจกรรมที่ใช้ได้ผลตั้งแต่นักเรียนอนุบาล  จนถึงปริญญาเอก  คือ......กิจกรรม ice - breaker   ซึ่งหมายถึง  อารมณ์นักเรียนนั้นเหมือนน้ำแข็งในการเข้าเรียนใหม่ๆ  บางคนกลัว  บางคนเบื่อ  บางคนง่วงนอน  
ดังนั้นกิจกรรมนี้จะต้องให้น้ำแข็งนั้นๆ  ละลายให้ได้   สนุกดีค่ะ  เมื่อตอนที่ครูอ้อยไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศ  ก็มีกิจกรรมนี้ด้วย   ครูอ้อยนำมาใช้กับนักเรียนที่โรงเรียนเหมือนกัน   ....เสียงดังมากเลย  นักเรียนไม่ค่อยมีวินัย  และมักจะเอาเป็นเอาตาย  ยังไม่รู้จักแพ้  ชอบการแข่งขัน   และการเยาะเย้ย  เพื่อนว่า.....ตัวเองชนะ  ซึ่งจะต้องแก้นิสัยนี้ให้ด้ 
นอกจากนั้น.....ก็มีกิจกรรมอื่นๆอีก 
ซึ่งครูอ้อยต้องขอตัวพักผ่อนก่อน  และจะตื่นมาตอนดึกๆ  เพื่อทำการบ้าน    และอาจจะเล่าต่อไป...ขอบคุณค่ะที่ติดตาม