ไม่งั้นเราจะเจอปัญหาการมีเครื่องมือ เพียงแค่ไว้โชว์และอวดกันว่าตนมี ซึ่งไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆ เลยต่อสังคมไทย ผมเชื่อว่าทุกท่านที่ใช้สิ่งเหล่านี้อยู่ก็พยายามเร่งกันทำงานเพื่อทำให้ระบบมีประโยชน์มากขึ้น มากกว่าการปล่อยให้เครื่องคอมพิวเตอร์ กินพลังงานไฟฟ้าไปโดยเปล่าประโยชน์นะครับ

สวัสดีครับทุกท่าน

         วันนี้ผมชวนพวกท่านมาทำความรู้จักกับศัพท์สองคำคือ

  • ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ และ

  • พีซีคลัสเตอร์

คำสองข้อนี้ เป็นยอดแห่งคอมพิวเตอร์ เลยหล่ะครับ โดยที่ ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์จะเกิดมาก่อนครับ สร้างโดยต่างชาติครับ และพีซีคลัสเตอร์ก็เกิดที่ต่างประเทศเช่นกันครับ แต่ตัวซุปเปอร์คอมพิวเตอร์นั้น จะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่บรรจุไปด้วยพลังสมอง พลังในการคำนวณสูง โดยมีจำนวนซีพียูมากมาย เช่น 128 ตัว หรือ 512 ตัว ในตู้ใหญ่ๆ ตู้หนึ่ง แต่ราคานั้นมหาศาลครับ ใครจะตั้งงบซื้อกันซักที ต้องต้องวางกันที่ ร้อยล้านขึ้นไปครับ

 ส่วนพีซีคลัสเตอร์ คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันนี่หล่ะครับ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยที่เราจะต้องเอาเครื่องเหล่านั้นมาต่อเชื่อมกันให้รู้จักกัน และมีตัวแม่ข่ายในการรับงานแล้วส่งงานไปเพื่อสั่งให้เครื่องลูกข่ายทำงานร่วมกัน เป็นเหมือนกับว่า ทำงานแบ่งงานกันทำ ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น เรามีเงินซักหนึ่งล้าน ซื้อเครื่องพีซีเครื่องละ สองหมื่นห้าพันบาท เราอาจจะซื้อคอมพิวเตอร์มาได้ประมาณ สี่สิบเครื่อง

แล้วเอามาเชื่อมต่อกัน ร่วมกันทำงานแบ่งงานกันทำ จะทำให้งานนั้นเร็วกว่างานที่ใช้เครื่องเดียวคำนวณ เกือบ 40 เท่า (ในทางปฏิบัติคงไม่ถึงเพราะว่ามีการสูญเสียศักยภาพทางด้านการส่งข้อมูลด้วยครับ)

แต่หากเราซื้อ supercomputer จำนวน 40 ซีพียูในเครื่องเดียวกัน ราคาคงไม่ใช่หนึ่งล้านเป็นแน่ๆ ครับ

แต่การมี supercomputer นั้น หากมีเงินแล้วที่สำคัญ คนมีความรู้พอจะดีมากๆ คือใช้เป็นสร้างเป็น เขียนโปรแกรมเป็น รู้ว่าซื้อมาเพื่อให้ทำอะไร ก็จะเกิดประโยชน์กับชาติไม่น้อยครับ เพราะศักยภาพของ supercomputer นั้นยอดเยี่ยมครับ แต่ราคาสูงครับ ดังนั้น ทางออกหนึ่งที่ต่างประเทศนิยมใช้กันคือ การทำพีซีคลัสเตอร์ครับ โดยใช้การบริหารงานส่วนพีซี (บุคคล) มาทำการบริหารให้มีการคำนวณตามกฏระเบียบนะครับ แล้วจะได้งานที่มีศักยภาพไม่แพ้ supercomputer เลย

ต่อมาภายหลัง เมื่อคนพูดถึง พีซีคลัสเตอร์ PC Cluster ก็จะรวมไปถึงซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งเช่นกันครับ

อย่างที่มหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์กที่เยอรมัน ตอนนี้ก็มีอยู่จำนวน 512 ซีพียูครับ ซึ่งนับว่ายอดครับ แต่ที่สำคัญคือ เค้ามีงานรันบนเครื่องนี้เต็มไปหมดครับ เพราะคนเขียนโปรแกรมก็ต้องคิดกันนะครับ และต้องบริหารซีพียูได้ด้วยนะครับ

ผมเลยถามว่า บ้านเราเมืองไทย ตอนนี้เรื่อง พีซีคลัสเตอร์ เดินไปอย่างไรบ้างครับ หากจะซื้อซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ เราพร้อมหรือเปล่า แล้วมันแพงเกินไปหรือเปล่า ทางออกที่ดีคืออะไรครับ

มีโปรแกรมอะไรบ้างตอนนี้ที่ใช้กันในเมืองไทยตอนนี้ แล้วมีการประยุกต์ในการใช้งานด้านใดบ้างครับ

ทั้งนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ หรือพีซีคลัสเตอร์ล้วนเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น แต่สิ่งสำคัญคือ การทำงานในด้านที่จะนำมาสู่การบูรณาการให้เข้ากันระหว่างสาขาต่างๆ นักโมเดลลิ่ง นักจำลอง คอมพิวเตอร์ นักคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา สังคมวิทยา นักพัฒนาชุมชน สื่อสารมวลชน และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา ให้หันมาร่วมมือกันอย่างจริงๆ ว่าด้วยเรื่องการบริหารคน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และการเตรียมคนให้พร้อม ก่อนจะมีอุปกรณ์เหล่านี้ด้วยครับ

ไม่งั้นเราจะเจอปัญหาการมีเครื่องมือ เพียงแค่ไว้โชว์และอวดกันว่าตนมี ซึ่งไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆ เลยต่อสังคมไทย ผมเชื่อว่าทุกท่านที่ใช้สิ่งเหล่านี้อยู่ก็พยายามเร่งกันทำงานเพื่อทำให้ระบบมีประโยชน์มากขึ้น มากกว่าการปล่อยให้เครื่องคอมพิวเตอร์ กินพลังงานไฟฟ้าไปโดยเปล่าประโยชน์นะครับ  

 เชิญท่านบรรเลงครับผม

ขอบคุณมากนะครับ

เม้ง สมพร ช่วยอารีย์

ปล.อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Supercomputer สำหรับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ครับ