สงกรานต์ : 1,100 กิโลเมตร .. บันทึกการเดินทางของชีวิตในเทศกาลน้ำ.. ภาพชีวิตเล็ก ๆ ในครอบครัวกลางถนน (7)

ความรื่นรมย์ดำเนินไปราวกับยกบ้านทั้งหลังมาไว้ในรถยนต์ และเปลี่ยนสถานะของรถไปเป็นบ้านที่มีวิถีชีวิตอยู่บนท้องถนน

ผมสัญญากับลูกชายคนโตว่าสงกรานต์ปีนี้จะพาไปเที่ยว สวนน้ำ  ที่จังหวัดขอนแก่น  แต่พอผมไม่มีทีท่าว่าจะพาไปเที่ยวเล่นตามคำสัญญาลูกผู้ชายที่ให้ไว้  น้องแผ่นดินก็ออกอาการงอนขนานใหญ่ 

   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมเคยพยายามอธิบายว่า (วันที่ 16  เมษายน)  วันสงกรานต์ได้ผ่านพ้นไปแล้ว  ใครต่อใครก็เลิกเล่นน้ำกันหมดแล้วเช่นกัน  กระนั้น  ก็ยังไม่เป็นผลใด ๆ  จำต้องเก็บข้าวเก็บของขึ้นรถและออกเดินทางไปตามคำสัญญาที่ให้ไว้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>    </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สงกรานต์..  ชีวิตของผมเต็มไปด้วยการเดินทางแบบชนิดวันต่อวัน  จังหวัดต่อจังหวัด  เหนื่อยล้าพอ ๆ กับความสุขที่ทะลักล้นเข้ามาสู่ทุกห้องหัวใจ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ชีวิตของผมและคนในครอบครัวที่ผมมักเรียกเสมอว่า คนของความรัก  เกิดขึ้นและดำเนินไปอยู่ภายในรถยนต์ส่วนตัว  เป็นเสมือนชีวิตของคนที่มี ครอบครัวอยู่กลางถนน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นานมาแล้วผมเคยได้อ่านหนังสือรวมเรื่องสั้นชุด ครอบครัวกลางถนน  อันเป็นวรรณกรรมซีไรต์ของศิลา  โคมฉาย  ซึ่งเรื่องราวได้สะท้อนภาพชีวิตและสถานการณ์ชีวิตของคนในกรุงเทพฯ  ที่เผชิญกับภาวะรถติดและติดกันอย่างยาวนานและแสนนาน  ถึงขั้นช่วงเวลาที่รถติดยังสามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้อย่างหลากหลาย  และนั่นก็เป็นเสมือนภาพของคนกรุงที่มีเสี้ยวชีวิตของครอบครัวอยู่กลางถนนนั่นเอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ช่วงเทศกาลน้ำชีวิตของผมก็ดำเนินไปไม่ต่างจากตัวละครในเรื่อง ครอบครัวกลางถนน  เพียงแต่สภาพชีวิตของเรารถราไม่ติด  เราขับแล่นตะบึงได้ตามอัธยาศัย  สัญจรไปสู่ความสุขโดยมีคนที่เรารักร่วมเดินทางไปกับเราด้วย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทันทีที่รถวิ่งเข้าสู่ตัวเมืองกาฬสินธุ์  ริมถนนบางแห่งยังคงพบคนเล่นสาดน้ำกันบ้างอย่างประปราย  ซึ่งน้องแผ่นดินก็ยังไม่วายชี้ให้ผมดูราวกับต้องการจะย้ำว่า นี่ยังเป็นสงกรานต์  ..เห็นมั๊ยคนยังเล่นน้ำกันอยู่เลย…สัญญาต้องเป็นสัญญา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>   </p><p>บรรดาลูก ๆ  กินข้าว กินน้ำ  ..  ร้องรำทำเพลง  นอนพักและตีลังกา ท้าตะวันกันในรถคันเล็กของเราอย่างเบ็ดเสร็จ  เหนื่อยก็หยุดพัก  เพลงก็เปิดอยู่อย่างไม่รู้จบ    ความรื่นรมย์ดำเนินไปราวกับยกบ้านทั้งหลังมาไว้ในรถยนต์  และเปลี่ยนสถานะของรถไปเป็นบ้านที่มีวิถีชีวิตอยู่บนท้องถนน  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นี่คือภาพส่วนหนึ่งอันน้อยนิดที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางของครอบครัวกลางถนนของผม…</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นการเดินทางเมื่อเทศกาลน้ำซาตัวลง  แต่คำสัญญายังต้องเป็นคำสัญญา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (26)

เขียนเมื่อ 
  • "ครอบครัวกลางถนน" เคยอ่านค่ะ เป็นวรรณกรรมสะท้อนสังคม ที่ทำอะไรๆหลายอย่างในรถ ...แต่ถ้าช่วงเลิกงาน กทม.ติดหนักจริงๆค่ะ
  • สองพี่น้องดูน่าทางสนุกสนานนะคะ....หัวกลมทั้งคู่เลย น่ารักน่าชังมากค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน 

จริงค่ะ..คำสัญญายังต้องเป็นคำสัญญา

ถ้าเราจะสอนให้เค้าเป็นคนที่คิดแล้วพูด..และเป็นคนจริงทั้งต่อหน้าและลับหลัง

สัญญา..ต้องเป็นสัญญาค่ะ และดีใจยิ่งนักที่เห็นคุณพ่อ คุณแม่ครอบครัวนี้ร่วมกันปลูกฝังต้นอ่อนดีๆให้กับลูกน้อย

งามตา
IP: xxx.153.189.1
เขียนเมื่อ 

-ครอบครัวกลางถนน เคยอ่านเหมือนกันค่ะ

-ลูกชายน่ารักมากค่ะ กี่ขวบกันแล้วคะ ยังดูดนมขวดอยู่เลย

-นี้แหละค่ะ มันคือชีวิตครอบครัว

napalai
IP: xxx.153.189.1
เขียนเมื่อ 

มีความสุขจังเลยคะ เด็กๆก็น่ารัก ทำงานมาทั้งปี ส่งสัยหายเหนื่อยก็ตอนนี้แหละ (ใช่ไหมคะ)

  • เห็นภาพครอบครัวกลางถนนจริง ๆ ค่ะ
  • มีความสุขเล็กในครอบครัว เราก็ถือว่าเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่นะคะ
  • ตอนลูกพี่ยังเล็กอยู่เราจะไปเที่ยวกระบี่ ภูเก็ต พังงาบ่อยมาก เพราะพี่ชอบทะเล ภูเขา จะเห็นภาพของลูกชายกลิ้งนอนอยู่หลังรถ ตื่นนอนดื่มนมและมานอยซบตักแม่ บางครั้งก็ลากเราแม่ไปนอนหลังรถด้วยกัน
  • แต่ตอนนี้ลูกโตขึ้น เขามีกิจกรรมของเขาตามประสา เช่นเรียนดนตรี กีตาร์ มีเวลาว่างไม่ตรงกัน ก็เลยไม่ค่อยไปไหนด้วยกันค่ะ
เขียนเมื่อ 
  • น่ารักจัง
  • การให้เด็กๆไปที่ต่างๆ
  • เป็นการเรียนเรียนรู้ที่บางครั้งดีกว่าการเรียนในหนังสืออีกครับ
  • ขอบคุณครับผม
เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P

ครอบครัวกลางถนนเป็นวรรณกรรมที่สะท้อนสังคมได้อย่างน่าสนใจ  โดยเฉพาะเรื่องราวอันเป็นวิถีชีวิตของคนเมือง  ซึ่งผมก็ชื่นชอบในวรรณกรรมเล่มนี้ไม่น้อยเช่นกัน...

กรณีลูกชายหัวกลมเช่นนี้เพราะตอนเล็ก ๆ  ผมให้แกนอนหงาย  ไม่เน้นนอนคว่ำ  หรือตะแคง...เพราะรู้สึก (เอง)  ว่าลูกจะได้นอนสบาย ๆ  และไม่วิตกว่าโตมารูปทรงของศีรษะจะออกมาในรูปแบบใด

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P

ตอนนี้กำลังจะเที่ยง..เลยถือโอกาสออกจากงานมาเข้าระบบเสียหน่อย...ทานข้าวเที่ยงที่ไหนครับ...

เรื่องของสัญญาที่ให้ไว้กับลูกชายนั้น  ช่วงนี้ผมระมัดระวังมาก  เพราะแกค่อนข้างจำได้และจำได้ดี...และไม่อยากให้แกรู้สึกว่าเราไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้

เขาเป็นเสมือนต้นกล้าที่ยังต้องการการบ่มเพาะและหล่อเลี้ยงที่ดีจากผู้ที่เกี่ยวข้อง... 

ผมและคนในครอบครัวยังต้องทำงานหนักอีกเยอะสำหรับการวางรากฐานที่ดีให้ลูก  ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้แค่ไหน  วันหนึ่งเขาโตขึ้น  อาณาจักรแห่งชีวิตย่อมกว้างขึ้น   และเราก็จะดูแลเขาให้มากขึ้น  โดยไม่รู้ว่าจะติดตามเขาได้ในระดับใด   แต่ตอนนี้ก็ขอเพียงทำเต็มที่และทำเต็มกำลังกายและใจก็พอแล้ว...เพียงหวังว่าวันนี้จะเป็นภูมิต้านทานที่ดีในตัวเขา

ขอบคุณมากครับ...

เขียนเมื่อ 
สวัสดีมื้อเที่ยงครับ
ไม่มีรูป
งามตา
  • ตอนนี้คนโตอายุเพิ่ง 5 ขวบ
  • คนเล็ก 3 ขวบเศษ ๆ  ปลายปีนี้ก็จะครบ 4 ขวบแล้วครับ
  • เป็นชีวิตครอบครัวกลางถนนที่ได้รสชาติมาก  ..และมักจะได้ยินบ่อย ๆ ที่ลูกชายคนโตทำหน้าที่จัดที่นั่งเบ็ดเสร็จว่า "พ่อขับ  พี่นั่งหน้า  น้องและแม่นั่งหลัง"
  • ขอให้มีความสุขเช่นกันนะครับ และขอบคุณที่แวะมาทักทายและเป็นกำลังใจในบันทึกนี้

 

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะพี่พนัส
  • ดูแล้วความอบอุ่นล้นทะลักผ่านบล๊อกเลยค่ะ อิ อิ
  • ราณีดูแล้วยิ้มคนเดียวได้ด้วยค่ะน่ารักสุด ๆ เหนือคำบรรยายเลยค่ะ ระหว่างน้องแผ่นดิน และน้องแดนไทค่ะ
  • ดูจากรูปน้องแผ่นดินให้น้องแดนไทดื่มน้ำก่อน ตามด้วยน้องแดนไทขอบคุณโดยจุ๊บพี่ หนึ่งครั้ง
  • ทำเถอะค่ะ เหนื่อยเถอะค่ะ แค่เห็นคนที่เรารักมีความสุข ก็สุขใจแล้วค่ะ อย่างน้อยราณีก็รู้ว่าพี่ทำเพื่อครอบครัว และปู่ย่า ตายาย ของน้องแผ่นดินและแดนไทด้วยค่ะ
  • ราณีคิดว่าเด็ก ๆ ที่มีความสุข ได้รับการปลูกฝังความรัก ความอบอุ่น ความผูกพันที่ดี ก็จะเป็นตัวบ่มเพาะให้เขาเป็นคนที่มีความกล้าคิด ทำหน้าที่ที่ดีที่สุดเมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ค่ะ
  • อ่านบันทึกพี่ด้วยความไม่เคยเบื่อ ได้ซึมซับครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งนับวันจะค่อย ๆ เลือนหายไปจากสังคมไทย ค่ะ ราณีจึงตั้งครอบครัวของพี่เป็นตัวอย่างเสมอค่ะ
  • ขอบคุณที่ทำให้ราณีได้สัมผัสความอบอุ่นผ่านตัวอักษร
เขียนเมื่อ 

โอ้พระเจ้า ทำไมเจ้าตัวเข้มเยี่ยงนี้ ไปทำอะไรมาน้อ

โอน้องแดน เจ้าช่างอุดมสมบูรณ์ได้ขนาดนี้เลยเหรอ

ตกลงถ้าใครไม่รู้จักจะรู้ไหมคะว่าใครเป็นพี่หรือน้องกันแน่ อิอิอิ

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
ไม่มีรูป
napalai

ลูก ๆ คือมโหรีของชีวิตเสมอ...ตอนนี้บ้านเงียบมาก เพราะปิดเทอมพวกเขาต่างไปอยู่กับปู่และย่า...

เพียงแค่รู้สึก "คิดถึง"  ก็หายเหนื่อยได้เช่นกันนะครับ...

ขอบคุณนะครับที่แวะมาให้กำลังใจ

ผมเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนก็มีความสุขในการที่จะบอกเล่าเรื่องราวของลูกอย่างไม่รู้จบ

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ พี่อัมพร
P

อันที่จริงผมยังเหลือสัญญากับการต้องพาพวกเขาไปเที่ยวทะเล  แต่ตอนนี้เคลียร์เวลายังไม่ได้  ซึ่งก็ได้คุยกับลูก ๆ แล้ว  และเป็นที่ดีใจว่าเขาก็เข้าใจและไม่งอแงในเรื่องดังกล่าว...

ชีวิตและความสุขในรถแคบ ๆ เป็นเพียงเสี้ยวชีวิตที่เราสามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ทั่วไปทั้งในบ้าน, ร้านอาหาร, เถียงนา...ฯลฯ

ผมยังมีความสุขที่จะบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ต่อไป...อย่างน้อยโตขึ้นลูก ๆ  จะได้เห็นถึงความปรารถนาดีที่เรามีต่อพวกเขา

ขอบพระคุณมากครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ อ.ขจิต

P

ตอนนี้เด็ก ๆ ที่หมู่บ้านจำนวนไม่น้อยกำลังเรียนพิเศษในช่วงปิดเทอม  แต่ลุกผมเต็มที่กับการเล่นและชีวิตชีวิตตามท้องไร่ท้องนา...

ยังไม่สายใช่ไหมครับที่ยังไม่ให้ลูกได้เรียนพิเศษในช่วงนี้...

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน

อ่านแล้วก็ขำๆ ลูกย้ำเหลือเกินนะคะว่า สัญญาต้องเป็นสัญญา แสดงว่าคุณพ่อสอนไว้หนักแน่น 555

ดีค่ะ จะทำให้เด็กเป็นคนรักษาคำพูด ต้องปฎิบัติเป็นตัวอย่างที่ดี แต่ 1,100 กิโลเนี่ย เหนื่อยน่าดูนะคะ คราวหลังต้องสัญญาที่ใกล้หน่อยแล้วมั้ยเนี่ย 555

สองหนุ่มน้อย ตัวกลมจริงๆ

^___^

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ  คุณ

P

เป็นรสชาตของชีวิตที่ยากจะลืมเลือนนะครับ...

ร่างกายแข็งแรงดีทุกคนนะสามารถพาตระรอนท่องเที่ยวทั่วทุกถิ่นที่...ฮา ๆ เอิก ๆ

เขียนเมื่อ 
น่ารักนะคะ...เห็นบันทึกนี้แล้วอยากกินลูกชิ้นค่ะ...หัวกล้ม กลม...คุณเมตตาไม่ค่อยสัญญาอะไรกับลูกให้เป็นเงื่อนไข...นึกจะไปก็ไป...นึกจะซื้อให้ก็ซื้อ...สัญญาแล้วทำไม่ได้ต้องอธิบายกันยาว....ค่ะ
เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วมีความสุขครับ...

ชีวิตคนต่างจังหวัดอยู่บนถนนก็เฉพาะเดินทางไปท่องเที่ยว แต่คนกรุงเทพใช้ชีวิตอยู่บนถนนทุกเช้า ทุกเย็นครับ...

ขอบคุณมากครับ...

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ อ.ราณี

P

  • การเดินทางในเทศกาลสงกรานต์ดูยาวนานและยาวไกล  กระนั้นผมก็มีพลังเหลือเฟือต่อการเดินทางครั้งนั้น 
  • อนาคตก็ยังยาวไกล  วิถีการเติบโตของลูกก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไรบ้าง
  • ทำวันนี้ให้ดีที่สุด  และดูแลเขาให้ดีที่สุด
  • และเชื่อว่าวิถีครอบครัวใหญ่ในชนบทจะช่วยหล่อหลอมให้ลูก ๆ  มีภูมิต้านทานที่ดี
  • ขอบคุณนะครับที่แวะมาเป็นส่วนหนึ่งในบันทึกของผมอย่างต่อเนื่อง

 

เขียนเมื่อ 

 น้องนุ้ย

P

ตอนนี้น้องดินดำเข้มเพราะเล่นสงกรานต์มามาก  และแต่ละวันก็เที่ยวเล่นอย่างเต็มที่  ส่วนน้องแดนนั้น ไม่ต้องพูดถึงเลย  อ้วนท้วมสมบูรณ์เกินพิกัด  ..กลับมาคราวนี้นุ้ยอุ้มไม่ไหวเป็นแน่...

ไม่คุ้นเคย...ก็คงแยกยาก...ว่าใครเป็นใคร  แต่ถ้าให้ชัวร์ก็ดูที่จุกก็แล้วกัน

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P
  • ตอนนี้เด็กทั้งสองเริ่มอ้วนกลม - อ้วนกลม  เพราะกินเต็มที่และนอนเต็มที่
  • คำสัญญาสำคัญเสมอสำหรับผมกับลูกชาย
  • แต่ก็ไม่เผลอสัญญาบ่อยนักหรอกนะครับ
  • ......
  • ขอให้มีความสุขกับการใช้ชีวิตนะครับ
  • ขอบคุณครับ

 

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P

ตอนนี้ร่างกายก็ถือว่าแข็งแรงอยู่บ้าง  แต่ก็เพียงพอต่อการพาครอบครัวไปไหนต่อไหนได้อย่างสบาย  ทำไงละครับ  เป็นความสุข และรสชาติชีวิตที่พึงมีและพึงสร้างขึ้นในครอบครัวของเรา...

ขอบคุณครับ

 

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P

ไม่เพียงแต่หัวเท่านั้นที่กลม  แต่ตอนนี้เด็กทั้งสองก็กลมไปทั้งตัวแล้วล่ะครับ

ตอนนี้ยังต้องเล่านิทานก่อนนอนหรือเปล่าครับ

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ
P
จริงดังที่กล่าวนะครับ

ชีวิตคนต่างจังหวัดอยู่บนถนนก็เฉพาะเดินทางไปท่องเที่ยว แต่คนกรุงเทพใช้ชีวิตอยู่บนถนนทุกเช้า ทุกเย็นครับ...

เป็นความสุขที่แตกต่าง  และมีรสชาติไปคนละแบบ

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

คนน้องดูท่าทางจะโตกว่าพี่แล้วนะค่ะ ตัวอ้วนกลม ผิวเข้มขึ้นรึปล่าวค่ะ ... กิน และนอนในรถ เข้าใจเลยค่ะว่าทำไมเรียกว่าครอบครัวกลางถนน ....

น่ารักมาก วันรวมญาติ ครั้งที่ 2 น่าจะพาไปเยี่ยมคุณปู่ครูบาด้วยมั้ยค่ะ .... ป้าๆ ลุงๆ ทั้งหลายคงมันเขี้ยวน่าดู

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ อ.แป๋ว..

P

ตอนนี้..คนน้อง (แดนไท)  โตกว่าพี่ชาย (แผ่นดิน)  อย่างเห็นได้ชัดและผิวก็เข้มกว่าเช่นกัน...คนพี่ดูเรียบร้อย แต่คนน้องจะห้าวหาญ ...และดูออกจะเก๋า ๆ  อยู่ไม่น้อย...

วันรวมญาติครั้ง 2  ยังไม่ทราบรายละเอียด  เพราะช่วงนี้แทบมีเวลาอยู่ในบล็อกไม่เกิน 30 นาที  จึงยังไม่ทราบรายละเอียดอื่นใดเลย  แต่สักครู่จะแวะเข้าดูรายละเอียดนะครับ

...

ขอบพระคุณมากครับ..