ดิฉันเห็นว่าเรื่อง การรายงานเท็จ หรือการโกหก เป็นเรื่องที่แย่ ดิฉันไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ....

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10625 (www.matichon.co.th) โดยสายสะพาย ได้นำเสนอเรื่องการอุทธรณ์ร้องทุกข์ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งหนึ่ง โดยมีเนื้อเรื่องสรุปว่า

มีอาจารย์ท่านหนึ่งสงสัยในวุฒิการศึกษาของอาจารย์ซึ่งมีตำแหน่งบริหารใน มรฏ. ว่าเป็นเท็จ 

ต่อมา มรฎ. แห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้น โดยกรรมการ มีมติโดยเสียงข้างมากว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยตาม มาตรา 39 วรรคสี่ มาตรา 40 วรรคแรก มาตรา 42 และมาตรา 44 วรรคแรก พ.ร.บ.ฉบับเดียวกัน จัดเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง เห็นสมควรให้ลงโทษลดขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้น แต่มีกรรมการรายหนึ่งให้ความเห็นแย้งว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยจนถือได้ว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง จัดเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 44 วรรคสอง เห็นสมควรให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ

ต่อมา มรฏ.มีคำสั่งลงโทษผู้ถูกกล่าวหา โดยให้ลดขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้น

อาจารย์ผู้ร้องจึง มีหนังสือถึงอธิการบดีขอดูสำนวนการสอบสวนทางวินัยกรณีผู้อุทธรณ์ร้องเรียนให้ตรวจสอบวุฒิการศึกษาของอาจารย์ซึ่งมีตำแหน่งบริหารใน มรฏ. แต่ มรฏ.ปฏิเสธการเปิดเผยสำนวนการสอบสวน โดยให้เหตุผลว่า อาจารย์ผู้ร้อง ไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ในการสอบสวน และเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

ดังนั้นอาจารย์ผู้ร้องกับพวกอีก 5 คนจึงไปร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร (กวฉ.) โดยระบุว่า มีความสงสัยในวุฒิการศึกษาปริญญาตรี ศศ.บ.(บริหารรัฐกิจ) และ ศ.บ.(เศรษฐศาสตร์) ของอาจารย์ซึ่งมีตำแหน่งบริหาร

กวฉ.สาขาสังคมฯเห็นว่า การที่ผู้อุทธรณ์กล่าวอ้างว่าโทษทางวินัยที่ผู้ถูกกล่าวหาได้รับไม่สมควรแก่กรณีนั้น แสดงว่า มีความเคลือบแคลงสงสัยการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและ มรฏ.ว่า เป็นไปด้วยความเที่ยงธรรมหรือไม่

ดังนั้น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวการสอบสวนทางวินัยแก่ผู้อุทธรณ์ย่อมเป็นการเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ อันเป็นการแสดงถึงความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แม้รายงานการสอบสวนจะมีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการศึกษาซึ่งเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลรวมอยู่ด้วยก็ตาม แต่ผู้ถูกกล่าวหามีตำแหน่งทางวิชาการ และเป็นผู้บริหารเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษามีส่วนสำคัญในการได้มาซึ่งตำแหน่ง ย่อมมีเหตุอันสมควรที่จะได้รับการตรวจสอบการเปิดเผยไม่น่าจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร

ข้อความใน ....เป็นข้อความที่คัดลอกมาจากที่คุณสายสะพายเป็นผู้เขียน

ดิฉันเห็นว่าเรื่อง การรายงานเท็จ หรือการโกหก เป็นเรื่องที่แย่ ดิฉันไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานเท็จเรื่องวุฒิการศึกษาของตัวเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าของสังคมไทย เพราะนักศึกษาจะเป็นอย่างไร ถ้าอาจารย์เป็นเสียเอง (ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งสรุปว่าอาจารย์เป็นอย่างนี้หมดนะคะ อาจารย์ดีๆ มีเยอะค่ะ เรื่องนี้ถ้าไม่พิจารณาอย่างเป็นกลาง จะคล้ายกับว่าปลาเน่าตัวเดียว จะพาปลาทั้งข้องตายกันหมดค่ะ)

อีกเรื่องที่ผู้ที่อยู่ในวงการทั้งหลายควรตระหนักไว้คือเรื่อง พรบ.ข้อมูลข่าวสาร ปัจจุบัน ได้มีการนำ พรบ.ฉบับนี้มาใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ ท่านคณบดี มาลินี ธนารุณ ได้สรุปสาระสำคัญไว้ในเรื่อง ความเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่ส่งผลต่อการบริหารมหาวิทยาลัย 2    ดิฉันว่าเรื่องนี้คนที่อยู่ในแวดวงราชการควรศึกษาค่ะ เพราะน่าจะมีผลกระทบแน่ เลยนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ที่สนใจค่ะ