โชคดีที่ปีใหม่ไทยนี้ ผมได้เข้าวัด รดน้ำพระพุทธรูป ทำบุญ และรดน้ำขอพรคุณยาย คุณพ่อ คุณแม่ เป็นครั้งแรกในรอบห้าปีที่ผมอยู่ไกลที่ออสเตรเลีย
แต่สิ่งที่ผมประทับใจอีกเรื่อง
คือ วิธีการเข้าร่วมทำกิจกรรมในยามว่าง เน้น กิจกรรมทางสังคมที่เกิดขึ้นภายในวัดไทย
สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสของคนกรุงเทพ ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่ย้ายมาจากต่างจังหวัด หรือ อยู่ที่กรุงเทพตั้งแต่แรก บรรยากาศรถวิ่งน้อยคันแบบสบายๆ มีผู้คนจำนวนไม่แออัดนัก ดูแล้ว กรุงเทพน่าอยู่ขึ้นอย่างมากเลยครับ
กิจกรรมภายในวัดดูน่าสนใจทีเดียว มีการก่อเจดีย์ทราย เป็นครั้งแรก แม้ว่าจะเป็นการก่อบนพื้นถนนก็ตาม แต่ก็เป็นบรรยากาศไทยๆ ดี ที่ประทับใจอีกก็คือ ที่วัดนี้อยู่ไม่ไกลบ้านผมนัก เลยได้ประคองคุณยายที่เดินไม่ถนัด นั่งรถแล้วไปต่อรถเข็นที่ทำดูอย่างดี เป็นเก้าอี้ไม้ที่ติดล้ออย่างสวยงาม มีบริการให้กับผู้สูงอายุได้นั่งและเคลื่อนไหวไปกับกิจกรรมการทำบุญต่างๆ ภายในวัด
คุณยายดูมีความสุข เพราะปกติท่านจะอยู่บ้านเฉยๆ ผมเองก็พลอยพักสมองจากการนั่งทำงานหน้าคอมที่บ้าน ได้จุดธูป ไหว้พระ ทำบุญทำทาน ถวายอาหารเพล-สังฆทาน รับพรพระ รดน้ำพระ และอื่นๆอีกมากมาย
สังเกตได้ว่า คนกรุงเทพพาครอบครัว ผู้สูงอายุ ลูกหลาน เข้าวัดดูน่าประทับใจ และเห็นถึงพลังแห่งสุขภาพกายใจจากกิจกรรมการใช้เวลาว่างทางสังคม (Benefits of Social Leisure) ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะผมได้มีโอกาสทำวิจัยผลของ Social Engagement for Women with Multiple Sclerosis related Fatigue (MRF) ซึ่งกำลังจะตีพิมพ์วารสารต่างชาติภายในปีนี้ครับ
อยากจะสรุปพลังแห่งกิจกรรมสังคมว่า กิจกรรมปีใหม่ไทยเป็นแรงดึงดูดให้ผู้คนมีส่วนร่วมและต้องการที่พึ่งทางจิตใจ ให้ตนเองรู้สึกมีความมั่นใจและสร้างภาพของความสุขในการดำรงชีวิตแก่ตนเองและผู้คนที่เป็นที่รัก
ขอบคุณครับพี่ขจิต