...แสงจันทร์กระจ่าง ส่องนำทางสัญจร คิดถึงนางฟ้าอรชรป่านนี้นางนอนหลับแล้วหรือยัง ....เอาใจและร่าง ออกมาวางเดิมพันเดินทางไกลอยู่ใต้แสงจันทร์ คิดถึงทุกวัน คิดถึงทุกคืน คิดถึงคนรัก ชุ่มชูใจให้ตื่นฟื้น โอ้ฝันอยู่ทุกค่ำคืน ในคืนที่มีแสงจันทร์ อ่อนหวาน ..เอาความฝันใฝ่สอง เราไว้ที่ปลายฟ้าเดินทางผ่าน สายธารเวลา ขอให้ศรัทธา อย่าลืมลางเลือน รอแสงสว่าง อรุณรุ่งรางมาเยือน ฝากใจไว้กับแสงดาวเดือน ขอให้มาเยือนอยู่ในนิทรา
ใต้นวลจันทร์ คืนที่ 6เมย.50 ชวนให้คำนึงถึงบทเพลง "แสงจันทร์"การไปมหาชีวาลัยครั้งนีคุณรัตติยา และคุณสมพร เป็นผู้คอยเตือนคอยวางแผนการเดินทางระหว่างเวลาที่มีอยู่กับธุระที่ต้องสะสางนานับประการ เป้าหมายคือให้ช่วงเวลาที่อยู่ที่โน่นไม่มีความกังวลใดๆ ร่วมวางแผนดีดลูกคิดรางแก้วให้มีต้นทุนการเดินทางน้อยๆ รถไฟ..รถตู้..เครื่องบิน...ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ตลอดการเดินทาง "จองตั๋วเดินทางแล้วยังไปจัดการเนิ่นๆ จะได้ราคาถูก"(ใช้บริการบิน lowcostในการเดินทางกลับ)เสียงเตือนมาจากคุณสมพรแทบทุกวันทางโทรศัพท์
บรรยากาศการชวนทำ AAR ใต้แสงจันทร์เริ่มที่ 24.00 - 02.30 น. ดิฉั้นไม่ได้ออกมาตั้งแต่ต้นของการคุยลูกหลับจึงออกมาเจอกลุ่มลากเก้าอี้ล้อมวงหัวเข่าชนกัน พ่อครูเริ่มชวนคุย มีวันนี้ได้ไง? ประเด็นที่ให้ทุกคนพูดไม่ได้กำหนดตายตัวนักชวนกันคุยว่าตัวเองได้อะไรจากการเขียน blog คิดอย่างไรจึงมาที่นี่ มาแล้วเป็นอย่างไรเห็นอย่างไร การจัดนัดพบลักษณะเช่นนี้มีความเห็นอย่างไร
เริ่มต้นที่พ่อครูเล่าว่าพ่อครูมีอุปสรรคสมควรในการใช้ใน blog ในระยะเริ่มต้นแต่ก็มิละความพยายาม...ประหลาดใจที่มีคนเข้ามาช่วยเยอะแยะเพียงขอให้บอกหรือออกปากก็จะมีคนเข้ามาแนะนำช่วยเหลือ มีการส่งไฟล์ มีการส่งบทความที่ต้องการส่งมาให้ บางครั้งแค่พูดถึง..ในบันทึกก็มีมวลมิตรก็หาสิ่งที่ต้องการมาให้ในไม่นาน ..เขียนไปเขียนมามีคนมาคอยสนทนาด้วย เรียนรู้กันเริ่มรู้จักกันไป
การพบกันครั้งนี้ตั้งใจมิให้เป็นทางการ กำหนดการจัดให้เหมาะกับกลุ่ม มีเด็กๆ มาด้วยไม่พยายามทำให้โปรแกรมเคร่งครัดเพราะแม่อาจรู้สึกเครียดในการจัดการเด็กๆ ที่ไม่ยอมนอน อาจพาลให้นาฬิกาในร่างกายเปลี่ยนไป(ช่างละเอียดอ่อนและเข้าใจความรู้สึกของแม่ได้อย่างดี) การควบคุมเวลาที่มีคนอยู่รวมกันนับได้หลายสิบ มีโปรแกรมเต็มตลอด 43 ชั่วโมงที่อยู่ที่นั่น ได้สาระ ได้บันเทิง ได้เรียนรู้และพักผ่อนในคราวเดียวตลอดเวลามีการกันล้อมวงคุยกัน ใครพอใจจะคุยกับใครก็คุย บางเป็นวงเล็กวงใหญ่ คุยกันตามจริต
ดิฉันคุยในวงว่า AAR ว่าใช้ gotoknow เพราะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับงานเขียนมาเขียนไปก็รู้ว่าเป็นเครื่องมือชั้นดีในการพัฒนาตนเอง การเขียนยากกว่าการพูดหลายร้อยเท่าเขียนมาเขียนไปรู้สึกเป็นการบริหารจัดการความรู้ในตนเองพร้อมๆไปกับ จัดการเวลาของตัวเองมองอะไรบวกขึ้นเนื่องจากได้ซึบซับพลังด้านบวกจากมวลสมาชิกจึงมองอะไรเป็นบวก มากกว่าลบ...
งานของพ่อครูบา...ดิฉั้นอ่านน้อยมาก..เนื่องจากพ่อครูมักใช้ภาษาวัยรุ่นในการเขียน เขียนยาว..เขียนเรื่องไม่ตรงกับงานของดิฉั้น อ้าว!.....แล้วดันมาเยี่ยมคารวะทำไมถึงมหาชีวาลัย...อ่านบ้างค่ะอ่านผิวๆ รอบเดียว..ไม่ให้ความเห็นในขณะที่ทำกับบันทึกคนในฟิวส์เดียวกันแบบละเอียด...คุณรัตติยาแกเป็นแฟนเพลงและจะเลือกบันทึกแล้ว link ให้อ่านบางบันทึกเธอบอกว่าให้เห็นงานที่แตกต่างกับงานของเรา อ่านเพื่อเติมเต็มให้ชีวิต อยากรู้จักมหาชีวาลัยซะแล้ว...และเป็นโอกาสให้เด็กๆมีประสบการณ์ชีวิตที่ไม่ฉาบฉวย ฟุ่มเฟือย
สิ่งที่ดิฉั้นแปลกใจในวันแรกคือมีป้ายผ้าต้อนรับพวกเรา..เขียนว่า"วันพบญาติที่รัก"เห็นการเตรียมการของพ่อครู..ว่าตั้งใจรอวันนี้ เกินคุ้มค่ะ..สำหรับดิฉั้นมาที่นี่แล้วเห็นชีวิตที่สบายเรียบง่าย การผสมผสานแปลงผัก เลี้ยงสัตว์ มีคนมาอยู่เรียนรู้เรื่องต่างๆ ตลอดทั้งปี(ทราบจากน้องๆที่นี่)เครื่องนอนสะอาดแบบที่ดิฉั้นสามารถนอนหลับได้อย่างสนิทใจ สายตาพ่อครูอบอุ่นเราต่างเข้าใจกำหนดการกันหลวมๆ ตื่นนอน สนทนาธรรม เดินเล่น กินข้าว เดินทางไปทำบุญร่วมกัน เดินป่าศึกษาธรรมชาติ อาบน้ำพักผ่อนช่วยกันทำอาหาร มีกิจกรรมสันทนาการ
เช้าอีกวัน"พ่อครู"นำเด็กชมเส้นทางเรียนรู้รอบบริเวณบ้าน อ.แป๋ว สอนพวกเราถ่ายภาพดอกไม้
การนัดพบแบบนี้อีก..ยินดีค่ะคงต้องรักษาบรรยากาศความเป็นกันเอง..ความรักความอบอุ่นความไว้วางใจกัน...บรรยากาศอาจเปลี่ยนไปบ้างตามจำนวนคนที่มากขึ้นอย่างไรก็ต้องแลกขยายวงมิตรภาพ..ขยายฐานความรักความไว้วางใจ.ความเป็นเครือข่าย สลายกำแพงวิชาชีพ...ตามที่พ่อครูเขียนไว้ที่นี่แล้ว
คุณเมตตาคะ
บันทึกนี้ครบถ้วนสมบูรณ์...หลับตา......เห็นภาพ
จึงไม่มีความเห็นเพิ่มเติม
เพียงอยากจะบอกว่า
ทุกคน...ล้วนแต่มีความสุขที่ได้ไปเยือน "มหาชีวาลัยอีสาน" มหาวิทยาลัยแห่ง(ความมี)ชีวิต
พี่อึ่งฯ ขา
นอนหลับตาเห็นภาพ ด้วยเหมือนกันค่ะ แต่ถึงแม้จะไม่หลับตา ก็เห็นค่ะ เพราะอยู่ในห้วงแห่งความคิดคำนึงเหมือนกัน
ก๊าก