ศีลห้า...คำมั่นสัญญา


เริ่มต้นสัญญาจากตัวเอง และเฝ้าระวังให้ประพฤติตนในกรอบของสัญญา ทำไปทีละวัน ทีละวัน ตามความเป็นปัจจุบันของชีวิต ก็จะเป็นมงคลแต่ตัวเอง และผู้ทำคือผู้ที่ได้อย่างแท้จริง

      วันนี้เป็นวันสงกรานต์ ที่เรียกแบบคนเหนือว่า วันเนาว์ หรือวันเน่า เป็นวันที่มีคตินิยมว่า จะไม่พูดคำหยาบ ไม่ด่าว่ากัน และไม่พูดโกหก เพราะจะทำให้ขาดมงคลของชีวิต

      การพูดสิ่งมัวหมองดังกล่าว ในทางพุทธศาสนาถือว่าผิดศีลอยู่แล้ว เป็นศีลข้อที่สี่ในศีลห้า แต่เมื่อมาเน้นในวันนี้ ทำให้เกิดความตระหนักหรือเฝ้าระวังตัวมากขึ้น คิดว่าเป็นอุบายที่ดี ..เพราะคนเราถ้าสามารถเฝ้าระวังตัว ถึงจะแค่วันเดียวในทั้งปี ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำเลยนะคะ

       เมื่อพูดถึงศีลห้า เลยทำให้นึกถึง การอาราธนาศีล

       คนที่นับถือพุทธศาสนา คงคุ้นเคยกันดี ในศาสนาพิธีจะต้องมีอาราธนาศีล อาราธนาธรรม คนส่วนใหญ่ได้ทำเมื่อไปวัดหรือไปร่วมพิธีทางศาสนา

       ในชีวิตประจำวัน ทั่วๆ ไป อาจจะไม่ค่อยได้ทำ

       แต่เมื่อมาลองพิจารณา คำอาราธนาศีล 5 จะเห็นว่า ทั้ง 5 ข้อ เป็นการขอต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่า ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะประพฤติสิ่งต่อไปนี้คือ

  1. ปาณาติปาตา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
  2. อะทินนาทานา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
  3. กาเมสุมิฉาจารา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
  4. มุสาวาทา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
  5. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฎธานา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

      หากได้กระทำเป็นนิจสิน ก็เท่ากับได้ทบทวนสัญญาปฏิบัติบ่อยๆ คนที่ได้ทำทุกวันพระ เท่ากับได้ให้สัญญาเดือนละ 4 ครั้ง คนที่ทำทุกวันคือสัญญากันทุกวัน

    การอาราธนาศีล 5 ได้ทุกเช้า เท่ากับเป็นการสร้างเงื่อนไขที่แยบคาย ทำให้เป็นผู้ที่ไม่หลงลืมง่าย และมีดวงประทีบส่องทางสว่างนำใจประคองตนให้อยู่เย็นเป็นสุขได้ในแต่ละวันของชีวิต นะคะ

       สัญญาแบบนี้ ไม่ต้องไปสาบานกับใคร ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ เป็นสัญญาที่สว่างนำทางชีวิต     มีเจ้าตัวเป็นผู้ไปขอให้คำมั่นสัญญา โดยใช้เกียรติเป็นประกัน การกล่าวคำมั่นสัญญานี้ถ้าได้กระทำบ่อยๆ ก็จะซึมลึกเข้าในใจ จดจำได้แม่นยำ เมื่อมีเหตุใดที่อาจจะทำให้ผิดสัญญา จะเกิดความสะดุ้งกลัว ไม่กล้าทำ

       เริ่มต้นสัญญาจากตัวเอง และเฝ้าระวังให้ประพฤติตนในกรอบของสัญญา ทำไปทีละวัน ทีละวัน ตามความเป็นปัจจุบันของชีวิต ก็จะเป็นมงคลแต่ตัวเอง และผู้ทำคือผู้ที่ได้อย่างแท้จริง

        ขอให้ความสุขสวัสดีมีแก่ทุกท่านในวันสงกรานต์ค่ะ   

     

        

หมายเลขบันทึก: 90286เขียนเมื่อ 14 เมษายน 2007 08:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มิถุนายน 2012 11:43 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (26)

สาธุ มาเตือนสติดีแท้

  • ที่จริงไม่ต้องไปออกกติกาสากลบ้าๆบอๆอะไรหรอก แค่มนุษย์มีศีล5โลกก็สันติสุขแล้ว
  • บังเอิญว่าผู้รู้เรียนเตลิด คิดเก่ง ทำเกิน สิ่งที่มนุษย์จะรับและปฏิบัติได้ มันก็เลยกำกับและควบคุมสังคมไม่ได้ มีแต่จะเลี่ยงบาลี เห็นศีลเป็นป้ายจราจร ถ้าเลี่ยงได้ก็ท้าทายสนุกดี มันเป็นเสียอย่างงี้
  • คนที่อยู่ในศีลก็จะถูกมองว่าเป็นยายชีทึนทึก มุมมองโลกและสังคมน่ากลัว
  • ระบบการศึกษาก็แย่ แย่จนยอมให้ขายอุปกรณ์คุมกำเนิดในโรงเรียน
  • ไม่กล้าที่จะคิดแก้ที่ต้นเหตุ มันผวา อ่อนแอ กันทั้งสังคม
  • ท่านอาจารย์จะต้องเคาะกระโหลกบ่อยๆ แล้วกระมั๊ง
  • สงบ สันติสุข ตลอดปีใหม่ครับ
อาจารย์บันทึกได้ดี มีประโยชน์น่าอ่าน แต่เขียนน้อนจังเลย คอยอ่าน คอยอ่าน คอยนานมาก นานแสนนาน  คิดถึงก็แล้ว คาดการณ์ก็แล้ว โธ่ๆๆๆ
Pจันทรรัตน์ เจริญสันติ


อ่านแล้วชอบใจครับ ขอเข้ามาอ่านบ่อยๆ นะครับ

มีประโยคหนึ่งมาฝากครับ ...ศีลนั้นรักษาคน...เมื่อคนมีศีล ศีลจะรักษาคน...  การปฏิบัติธรรมมักเริ่มด้วยการรักษาศีลเป็นประการแรก... จริงๆแล้วศีลเป็นเพียงเครื่องมือที่จะทำให้ระมัดระวังตน ให้เกิดสติ ตื่น รู้ตัวตลอดเวลา...ซึ่งเป็นทางดับทุกข์ดับกิเลสตัวจริง ครับ

ขอแลกเปลี่ยนแค่นี้ก่อนนะครับ

ครูบาที่เคารพ

คนที่อยู่ในศีลก็จะถูกมองว่าเป็นยายชีทึนทึก มุมมองโลกและสังคมน่ากลัว

ตอบ...      T_T      กึ๋ย..อ่านแล้วสยอง

 

อาจารย์บันทึกได้ดี มีประโยชน์น่าอ่าน

ตอบ       \O/  ขอบพระคุณค่ะ ...

 

แต่เขียนน้อยจังเลย

ตอบ      ^_^    ...ขออภัยที่ทำให้ครูบาคอยค่ะ....

เรียน ท่าน รองจบ

อ่านแล้วชอบใจครับ ขอเข้ามาอ่านบ่อยๆ นะครับ

ตอบ      เชิญค่ะ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยือนค่ะ

ศีลนั้นรักษาคน...เมื่อคนมีศีล ศีลจะรักษาคน.

ตอบ ....ชอบประโยคของฝากค่ะ ...จะเก็บไว้เป็นที่ระลึกนะคะ

จริงๆแล้วศีลเป็นเพียงเครื่องมือที่จะทำให้ระมัดระวังตน ให้เกิดสติ ตื่น รู้ตัวตลอดเวลา...ซึ่งเป็นทางดับทุกข์ดับกิเลสตัวจริง ครับ

ตอบ      ขอบพระคุณค่ะ..^_^

        เป็นข้อคิดที่ดีมากๆเลย  เขียนได้ดีมากๆอยากเขียนให้ได้แบบนี้บ้างแต่คงยากเพราะบุคลิมันไม่ใช่นอกจากต้องรอให้อารมณ์มันให้
                                                สาวคะ

เรียนคุณ สาว แสงนภา 

 เป็นข้อคิดที่ดีมากๆเลย  เขียนได้ดีมากๆ

 

ตอบ.....ขอบคุณค่ะ ได้แรงใจขึ้นอีกโขเลย..:-)

อยากเขียนให้ได้แบบนี้บ้างแต่คงยากเพราะบุคลิมันไม่ใช่นอกจากต้องรอให้อารมณ์มันให้

ตอบ      เข้าไปเยี่ยมอ่านบันทึกของคุณสาว แล้ว..บอกได้เลยว่า เขียนได้ใจมากๆ ค่ะ...ที่โดนใจคือมีความเห็นของลูกชายด้วย ลูกสาวอยากช่วยคุณแม่เขียนด้วย...และเห็นไฟในการทำงานที่ลุกโชนผ่านบันทึกออกมาเลยก็ว่าได้.....คุณสาวเขียนได้ยอดเยี่ยมอยู่แล้วค่ะ

  • น้องครับ
  • เนี่ยะเขาเรียกว่ามีของดีเอาไปซ่อนซะ ไม่ยอมเอาออกมา
  • อย่างที่ท่านครูบากล่าว ว่าเขียนดีแต่น้อยไปหน่อย เอาเถอะแม้ออกมาน้อย ก็เป็นของดีดี
  • พี่เป็นกำลังใจให้นะครับ

ขอบพระคุณค่ะ พี่ บางทราย

เขียนดีแต่น้อยไปหน่อย

ตอบ.....ค่ะ จะพยายามลดความขี้เกียจลงและเขียนมากขึ้นค่ะ ตอนนี้ก็อ่านบันทึกของคนอื่นๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ อยู่ค่ะ

พี่เป็นกำลังใจให้นะครับ

ตอบ....\O/ ขอบพระคุณค่ะ

 

สวัสดีค่ะ มาเยี่ยมตามคำแนะนำของพี่บางทราย เป็นมือใหม่ทำอะไรที่เก๋ๆ ให้คนอ่านง่ายๆ หรือเอารูปลงก็ยังทำไม่เป็น เห็นคุณจันทรัตน์ทำได้ดี เขียนก็น่าอ่าน ชื่นชมค่ะ ตัวเองสนใจการเจริญสติ พยายามฝึกตัวเองบ่อยๆ จะติดตามอ่านต่อไปค่ะ

เคยอ่านหนังสือธรรมะเล่มหนึ่งแนะนำว่าเมื่อสวดมนต์ก่อนนอนก็ควรอาราธนาศีลด้วย จะได้หลับลงด้วยความตั้งใจดี อย่างน้อยระหว่างนอนหลับเราก็ได้รักษาศีลนะคะ

สวัสดีค่ะ คุณนายดอกเตอร์

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมค่ะ

ได้ไปอ่านเรื่องราวของบ้านริมน้ำของ คุณนายดอกเตอร์ แล้ว..สนุก สงบ ชวนอ่านค่ะ

การหลับด้วยความตั้งใจดี สวดมนต์ก่อนนอนช่วยทำให้หลับสบายไม่ต้อง ตื่นกลางดึก ด้วยค่ะ...ขอบคุณที่ช่วยเติมเต็มค่ะ

อาจารย์จันทรรัตน์คะ

อจารย์สื่อสารเรื่องศีลห้าได้อย่างนุ่มนวล จับใจเหลือเกินค่ะ  ทำให้นึกถึงคำคมของ  Samuel  Taylor Coleridge  ที่ว่า

Advice is like snow ;  the softer it falls,  the longer it dwells upon,  and the deeper it sink into,  the mind.

 "...คำแนะนำก็เหมือนกับหิมะ ยิ่งมันตกลงมาเบาเพียงใด มันก็ยิ่งเกาะอยู่นาน และฝังอยู่ในใจลึกขึ้นเพียงนั้น..."

คำคมส่วนมากดิฉันก็ได้มาจากหนังสือ Quips&Quote ของคุณ คนเดิม นี่แหละค่ะ  มีอยู่เล่มเดียว  แต่อ่านแล้วอ่านอีก    สนุกดีและได้ข้อคิด เหมือนกับเวลาอ่านบันทึกของอาจารย์นี่แหละค่ะ :)

อาจารย์ดอกไม้ทะเล คะ

เจอคำชมของอาจารย์แล้ว ปลื้มค่ะ....ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณที่เอาคำคมอันอ่อนละมุนมาเติมให้กับบันทึกด้วยค่ะ ...

หิมะ..บางคนมองว่าเป็นอุปสรรคเพราะทำให้ขับรถยากไปไหนไม่สะดวก แต่หิมะสำหรับชาวนาคนเมืองหนาวคือการสะสมความชื้นให้กับดินไว้สำหรับหน้าร้อนที่แห้งแล้ง

ประโยชน์ของธรรมชาติมักเป็นที่ปรารถนาของเกษตรกรเสมอ ไม่ว่าจะมุมไหนของโลก....แต่มักจะเป็นสิ่งน่ารำคาญและสร้างความลำบากสำหรับคนของสังคมวัตถุนิยม

กวีมักจะมีฐานความคิดของธรรมชาติและถ่ายทอดผ่านมุมมองเช่นนั้นได้อย่างสวยงาม....นะคะ...แล้วถ้าคิดอย่างนี้...

อาจารย์จะให้ความเห็นว่าอย่างไรคะ....

 

 

สวัสดีค่ะ อาจารย์จันทรรัตน์

ดิฉันไปประชุมสองวันเข้ามาตอบช้าขออภัยค่ะ  ตอนนั่งประชุมใจยังแว่บนึกถึงคำถามของอาจารย์......

ครั้งนี้เขาพาไปประชุมไกลถึงริมทะเลค่ะ  คือคงอยากให้ทุกคนผ่อนคลาย (และจะได้ไม่แว่บกลับบ้านก่อน)  ตอนกลางคืนดิฉันนอนดูทะเล ใจก็คิดถึงคำถามของอาจารย์อีก..... 

ดิฉันว่าคนที่เราเรียกว่า กวี  ได้  คงต้องมีวิธีคิด หรือประสาทสัมผัสที่ละเอียดอ่อนมาก คือเห็นละเอียด เห็นต่าง หรือเห็นลึกกว่าปกติ
 และแปลสิ่งที่เห็น  (หรือสัมผัส)ออกมาเป็นความหมาย......

แล้วก็ถ่ายทอดความหมายนั้นด้วยความสามารถ บวกศิลปะเฉพาะตัวทางภาษา  ออกมาเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อน  (จับใจคน)

เพราะความรู้สึกละเอียดอ่อน  และอารมณ์อ่อนไหวมากเป็นพิเศษ (มีศัพท์ใช้ว่า อารมณ์สะเทือนใจ)เช่นนี้  กวี จึงมักถ่ายทอดมุมมองที่มีต่อธรรมชาติได้สวยงามนัก........(ทั้งมุมมองด้านบวก และด้านลบของธรรมชาติ)  

เพราะเขามีวิธีให้ความหมาย  และมีวิธีใช้ภาษาในการให้ความหมายอย่างพิเศษ   ต่างจากเราๆ  (ไม่มากก็น้อย)

เช่น บทกวีที่สื่อให้เห็นภาพทะเลสงบ ทะเลยามคลื่นลมแรง  เปรียบเหมือนอารมณ์มนุษย์  ที่แปรผันไปตามกาล เป็นต้น 

สมัยสาวๆ ดิฉันมีอารมณ์กวีอ่อนๆ  นั่งแต่งกลอนเปล่าได้เรื่อยๆ    แล้วส่งให้เพื่อนอ่านตอนอาจารย์สอนแก้ง่วงเป็นประจำ   วันหนึ่งอาจารย์ดุว่าพวกเธอนี่แปลกจริง  ฉันสอนออกซีเรียส  แต่พวกเธอนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันอยู่ได้  โชคดีเพื่อนร่วมหอเดียวกันนั่งยิ้มเฉยๆ  เลยรอดตัวไป   ......ท่ามกลางความใจหายวาบๆของดิฉัน  เพราะในกลอนเปล่านั้นเขียนว่า

                       Queue 

                       ขี้เกียจซักผ้า
                       ตั้งสองตะกร้าใหญ่
                       เอางี้ดีกว่า....ตัวไหนใช้ก่อน
                       ซักก่อนตามคิว
                       ....สบายใจ....

แล้ววาดรูปสุภาพสตรีท้วมผมทรงเดียวกับอาจารย์ ยืนเท้าสะเอวข้างหนึ่ง กระเดียดตะกร้าผ้าข้างหนึ่งด้วยสีหน้ามีความสุข

ถ้าอาจารย์เห็น.....วันนั้นดิฉันทุกข์หนักแน่อะค่ะ... :-)

สำหรับเรื่องธรรมชาติ  พอดีดิฉันได้อ่าน บันทึกนี้ของคุณเม้ง   จึงทำให้ยิ่งเห็นว่าหากมนุษย์รักษาศีล  (คือสงสัยว่าต้องลึกกว่าศีลห้า)  ที่เอื้อต่อการไม่เบียดเบียนธรรมชาติ  เราถึงจะรอดไปด้วยกันได้  
หากขาดศีล  และละเมิดธรรมชาติแล้วไซร้  เขาก็จะกลับมาเอาคืน ........... และตอนนี้ธรรมชาติคงเห็น คนของสังคมวัตถุนิยม เป็นสิ่งน่ารำคาญอย่างมากไปแล้วอะค่ะ      *_*

สวัสดีครับ คุณ จันทรรัตน์ เจริญสันติ
ผมคนหนึ่งที่เคยให้คำมั่นว่าจะ ทำศีล 5 ให้ดีที่สุด

แต่การทำงานบางครั้งเราก็หลุดบ้าง เช่นข้อ

มุสาวาทา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

ข้อนี้ทำยากมากๆ ปกติถ้าผมนั่งสมาธิผมจะอาราธนาศีลทุกครั้งครับ ผมทำผิดไปสักข้อจะมีผลอะไรไหมครับ ผมเคยอ่านในหนังสือ ชื่อ เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน ผลที่ได้รับมันคำนวณยากนะครับ ผมขอขอบคุณมากนะครับที่มาเตื่อนสติอีกครั้ง ( ช่วงนี้ศีลใกล้จะขาดแล้ว อิอิ )

สวัสดีครับ คุณ จันทรรัตน์

อ่านข้อเขียนเกี่ยวกับ"ศีลห้า" ประทับใจครับ

ผมเขียนกลอนเกี่ยวกับ "เบญจศีล - เบญจธรรม" ไว้

ขอนำมาแปะให้อ่าน ครับ

เบญจศีล - เบญจธรรม
......................................
เบญจศีล คือ ศีลห้า ท่านว่าไว้
หนึ่ง คือไม่ ฆ่าสัตว์ ให้อาสัญ
สองไม่ลัก ของเขา เอาไปพลัน
ข้อสาม นั้น ต้องไม่คิด ผิดทางกาม
สี่ ต้องไม่ พูดเท็จ หลอกลวงเขา
ห้า ต้องไม่ ดื่มน้ำเมา ให้เขาหยาม
หากผู้ใด เคร่งครัด ปฏิบัติตาม
เรียกขานนาม ชาวพุทธได้ ไม่อายใคร

เบญจธรรม ตรองดู คู่ศีลห้า
หนึ่ง เมตตา กรุณา นั่นไฉน
สอง สัมมา-อาชีพ สุจริตใจ
สาม ควรได้ สำรวมอยู่ คู่ครองตน
สี่ มีความ สัตย์ซื่อ ถือสุจริต
ห้า ความคิด รอบคอบ กอรปเหตุผล
มีสติ สัมปชัญญะ ไม่ลืมตน
เป็นบุคคล เรียกว่า " กัลยาณชน "

หากชาวพุทธ มีศีล และมีธรรม
จะน้อมนำ สันติสุข ทุกแห่งหน
จึงเชิญชวน พุทธศาสนิกชน
ทั่วทุกคน ปฏิบัติ เคร่งครัดเอย ฯ
.......................................



สวัสดีค่ะ อาจารย์ดอกไม้ทะเล

ขอบคุณค่ะที่พาคำถามไปเที่ยวทะเลด้วย...เมื่อกลับมาแล้วอาจารย์ก็ได้คำตอบตกผลึกมาด้วย...ดีใจจริงๆค่ะ

เห็นละเอียด เห็นต่าง หรือเห็นลึกกว่าปกติ
 และแปลสิ่งที่เห็น  (หรือสัมผัส)ออกมาเป็นความหมาย    
คือกวี

...อยากเป็นกวีแล้วค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณ ลูกพ่อพิฆเนศ

คนรู้ตัวว่าศีลจะขาด ย่อมระวังมากกว่าคนไม่รู้จักศีล ใช่ไหมคะ

เคยไปอบรมจริยธรรมครั้งหนึ่ง ท่านวิทยากรกล่าวได้น่ารักมากในทำนองนี้ว่า "คนที่มักจะเข้ารับการอบรมจริยธรรม มักจะไม่ค่อยมีปัญหาจริยธรรมแต่ก็เฝ้าระวังจะผิดจริยธรรมเลยไปเข้าอบรมอยู่เรื่อยๆ แต่คนที่เป็นปัญหาทางจริยธรรมที่มักจะเป็นคนที่ผู้จัดการอบรมหวังเป็นกลุ่มเป้าหมาย แต่กลุ่มนั้นก็มักจะไม่ค่อยเข้ารับการอบรมหรือเข้าๆออกๆห้องประชุมและมักจะละเมิดจริยธรรมอยู่เรื่อยๆ"

ผลของการกระทำผิด..ยังไม่เคยทราบเลยค่ะ เพราะที่เฝ้าระวังนี้ก็เพื่อรักษาตนและรักษาใจตนไม่ให้หม่นหมองด้วยการกระทำผิดศีลเท่านั้นเอง คุณ ลูกพ่อพิฆเนศ ถ้าว่างแวะกลับมาอีก กรุณาเล่าให้ฟังด้วยนะคะ ว่าผลเป็นอะไรอย่างไรบ้าง

ขอบพระคุณค่ะ อาจารย์augustman

อาจารย์เขียนกลอนได้ไพเราะมากค่ะ ขออนุญาตเก็บไว้เป็นเครื่องเตือนใจค่ะ

  • ตามมาอ่านและขอบคุณมากครับ
  • จะพยายามรักษาให้ครบทุกข้อครับอาจารย์
  • ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับผม
ไม่ได้มาเยี่ยมอาจารย์นานแล้ว  เพิ่งรู้ว่าเป็นรูปกบโหนดอกบัว  เคยเขียน รู้ แต่ไม่ทำ พูดเรื่องศีลห้าไว้เหมือนกัน   ว่างๆจะเขียน ทำ ทั้งๆที่รู้   อิอิ

สวัสดีค่ะ อาจารย์ขจิต ..ขอบคุณที่มาทักทายค่ะ

ขอบคุณค่ะ คุณหมอคนชอบวิ่ง

อ่านบันทึกของคุณหมอแล้ว ละอายใจที่ รู้ แต่ไม่ทำ คือออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ อีกอย่างคือวิธีออกกำลังกายไปเรื่อยเลยค่ะ บางวันก็รำจี้กง บางวันก็เดิน บางวันก็แอโรบิก ไม่ค่อยคงที่วิธีเดียว เลยไม่เก่งสักอย่าง??

รออ่าน ทำ ทั้งๆที่รู้ ค่ะ.....จะเป็นเรื่องออกกำลังกายหรือเรื่องกิน..หรือ...?? เดาไม่ถูกเลยไม่เดา รออ่านอย่างเดียวค่ะ

อาจารย์ จันทรรัตน์ เจริญสันติ ออกกำลังกายถูกวิธีแล้วครับ  ทำหลายแบบเป็น Cross Training มีทั้งการฝึกสมาธิและการยืดเหยียดครบหมด

รู้ว่ามีคนรออ่าน ทำ ทั้งๆที่รู้ คงต้องหาเวลาเขียนซะแล้ว  ต้องสลัดตัวขี้เกียจเขียนให้ได้ก่อน เดี๋ยวนี้หาคนอ่านก่อนแล้วค่อยเขียน อิอิ

:-) คุณหมอ คนชอบวิ่ง ตั้งเป้าหมายคนรออ่านผกผันกับความขี้เกียจเขียนแน่ๆ เลย...เดาๆๆ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี