การที่เราเดินทางไปไหนแล้วมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยนี้ก็ดีไปอีกแบบหนึ่งนะครับ
วันนี้ผมมีเพื่อนร่วมเดินทางเป็นนิสิตกำลังศึกษาระดับปริญญาเอกอยู่สองท่านเป็นพระครูสมภารวัดหนึ่งรูปท่านมาจากจังหวัดตรังและเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ตอีกหนึ่งท่าน
ตลอดการเดินทางเราคุยกันในหลายเรื่องมีสาระบ้างเบาสมองบ้างเฮฮากันไปเช่นเรื่องหนึ่งท่านพระครูเล่าให้ฟังว่า...
มียายคนหนึ่งนั่งรถสองแถวไปทำธุระในตัวเมืองและได้ยินเด็กหนุ่มกระเป๋ารถพูดคำนี้บ่อยมากคือ...คำว่า...O.K. ลูกพี่ไปได้เลย...ๆๆๆ...O.K. ลูกพี่จอด...ๆๆๆ...
เมื่อคนโดยสารบอกว่าจะลงตรงโน้น...จะลงตรงนี้...คุณยายก็ได้ยินจากเด็กหนุ่มกระเป๋ารถร้องตอบดัง ๆอีกแล้วว่า...O.K. ๆๆ
คุณยายสงสัยอยู่นานจึงร้องถามเด็กหนุ่มคนนั้นเป็นภาษาท้องถิ่นใต้แปลได้ความว่า...พ่อหนุ่ม ๆ คำว่า O.K. คืออะไร...? เด็กหนุ่มตอบว่า...แปลว่าตกลงครับคุณยาย...คุณยายเลยท่องจำไว้...
และสังคมไทยเราชอบใช้คำนี้มากที่สุดเกือบทุกแห่งแล้วเดี๋ยวนี้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันไปซะแล้ว...
พอรถสองแถวเลี้ยวโค้งแรงเหวี่ยงทำให้เข่งยายตกตุ๊บลงไปกลางถนน…เท่านั้นแหละเสียงร้องของยายพูดดัง ๆขึ้นว่า…ลูกบ่าว ๆ เข่งยาย O.K. ๆๆๆ…ฮา ๆ เอิก ๆ.
สวัสดีค่ะอาจารย์umi
เห็นด้วยค่ะ เพราะคำนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการพูดอย่างไม่รู้ตัว สังเกตได้ค่ะว่าวันนึงเราต้องพูดคำนี้อย่างน้อย หนึ่่งครั้ง เพราะง่ายต่อการเข้าใจ และง่ายต่อการสื่อสาร แต่ที่อาจารย์เล่าข้างบน มีฮาค่ะ
สวัสดีครับ คุณ
เรื่องนี้น่าทำวิจัยดูว่าคำ ๆ นี้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านในประเทศไทยหรือยังนะครับ ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
ลูกชายคนโต 5 ขวบที่บวชเณรก็ชอบพูดคำนี้บ่อยมาก ผมถามว่ารู้หรือเปล่าหมายถึงอะไร...
เด็กรับรู้และเข้าใจ รวมถึงใช้อย่างถูกต้อง ..ถามไม่วายถามซ้ำว่าเอามาจากไหน..ได้รับคำตอบว่าจากเพื่อนที่โรงเรียน...ละครในทีวี
จากนั้นเราก็ใช้คำว่า OK ..เรื่อยมา...
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ
จากนั้นเราก็ใช้คำว่า OK ..เรื่อยมา...
...O.K...เลยครับ ฮา ๆ เอิก ๆ
จัวน้อยทันสมัยดีจัง...ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ