จี้คลังดัน กม. คุมใช้เงินนอกงบฯ สศค. แย้มไต๋เผยตัวเลขภาระประชานิยม

คลังเตรียมระดมสมอง วางระบบเตือนภัยด้านการคลัง สมชัย อยากเห็นกฎหมายคุมใช้เงินนอกงบประมาณเกิด ยอมรับไม่ทันรัฐบาลนี้  ด้าน สศค.พร้อมเปิดตัวเลขภาระด้านการคลังที่หนุนประชานิยมนายสมชัย  จิตสุชน  ผู้อำนวยการวิจัย  สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ในฐานะ     ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ทางกระทรวงการคลังจะจัดสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นจากหลายฝ่าย เพื่อจัดทำโมเดลระบบเตือนภัยทางด้านการคลัง เพื่อให้มีความโปร่งใสและเป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะมากขึ้น โดยในการสัมมนาครั้งนี้จะมีการเปิดเผยผลการวิเคราะห์ตัวเลขความเสี่ยงทางด้านการคลังต่อสาธารณะด้วย แต่จะเปิดเผยมากน้อยเพียงใดต้องขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลังด้วยทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ทีดีอาร์ไอเคยมีข้อเสนอให้มีการออกกฎหมาย เพื่อล้อมคอกการใช้เงินนอกงบประมาณ  ที่อาจจะก่อให้เกิดภาระความเสี่ยงทางด้านการคลังขึ้นได้ในอนาคต แต่ขณะนี้มีความกังวลว่าการออกเป็นกฎหมายอาจจะทำไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากปัจจุบันมีร่างกฎหมายนับร้อยฉบับไปกองอยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งการพิจารณาก็ดำเนินไปอย่างล่าช้า  อย่างไรก็ดี จะพยายามให้ได้ข้อสรุปที่เป็นแนวปฏิบัติออกมาให้ชัดเจน การออกกฎหมายกังวลว่า คงจะไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ เพราะตอนนี้มีร่างกฎหมายไปรออยู่ที่กฤษฎีกาเป็นร้อยฉบับ แต่ในการสัมมนาก็อาจจะเสนอเรื่องกฎหมายด้วย ซึ่งคงต้องคุยกับกระทรวงการคลังก่อน  โดยหากกฎหมายไม่ทัน ก็อยากให้มีออกมาเป็นแนวปฏิบัติ” นายสมชัยกล่าวนายสมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า     ในเวทีเสวนาดังกล่าว สศค. จะเสนอข้อมูลตัวเลขเกี่ยวกับภาระผูกพันทางการคลังทั้งหมดที่เป็นการผูกพันเกี่ยวข้องกับงบประมาณที่จะต้องมีการจ่ายเงินสนับสนุนให้ทุกปี อาทิ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง กองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กองทุนประกันสังคม เป็นต้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อนุมัติวันที่จะจัดสัมมนา ซึ่งเบื้องต้นวางไว้ประมาณวันที่ 27 เมษายนนี้     โดยจะเชิญทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งส่วนราชการและนักวิชาการอย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ คณะกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ที่มีนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน มีมติยกเลิกโครงการสินเชื่อที่ออกมาในช่วงรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จรวมทั้งสิ้น 13 โครงการ โดยที่ผ่านมามีการอนุมัติสินเชื่อทั้งหมดเพียง 1,908 ล้านบาท  ทั้งนี้ 13 โครงการที่ถูกยกเลิกประกอบด้วย สินเชื่อเช่าซื้อโครงการพัฒนาแท็กซี่ไทย (แท็กซี่เอื้ออาทร)  โครงการสินเชื่อผู้ประสบภัยธรณีพิบัติ (สึนามิ)  โครงการสินเชื่อเพื่อจัดแสดงสินค้า  โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกวงเงินแพคกิ้งเครดิต  โครงการสินเชื่อสนับสนุนโครงการครัวไทยสู่โลก ซึ่งสั่งให้ธนาคารทบทวนอีกครั้งว่ามีศักยภาพจริงหรือไม่ไทยโพสต์  โพสต์ทูเดย์  7 เม.ย. 50