นิสิตมศวแฉแหลก คลื่นวิทยุดังที่จัดรายการช่วงเช้าริทำตัวเป็นพ่อสื่อให้เด็กวัยรุ่นโดยอาศัยรายการที่จัด เผยกำลังเป็นที่นิยมมาก โดยรายการให้หนุ่มสาวโทรศัพท์มาแจ้งคุณสมบัติของตัวเองและให้ระบุสเปกของหนุ่มสาวที่อยากจะได้เป็นแฟน ระบุทางรายการเห็นกระแสดีจึงอำนวยความสะดวกให้เพิ่มโดยการเปิดเว็บไซต์ให้โพสต์รูปลงไปอีก ชี้เป็นอีกหนึ่งสื่อที่ไม่เหมาะสม วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดการ
       
 

       
..สิวารีแสงเย็นพันธุ์นิสิตชั้นปีที่2 คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) เผยขณะนี้รูปแบบการหาคู่แบบใหม่นอกจากการหาคู่ตามเวบไซต์ ขณะนี้กำลังเป็นที่นิยม คือการหาคู่ผ่านรายการวิทยุที่กำลังได้รับกระแสนิยมในหมู่วัยรุ่น
       
       “
อยากบอกว่าเรื่องของเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมนั้นแม้จะมีมาตรการปิดหรือมีหน่วยเฝ้าระวังเพียงใดก็ตามไม่มีทางหมดลงไปทางสังคมได้อยากเห็นหน่วยที่ดูแลเรื่องเว็บไซต์เปิดใจให้กว้างการจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้นั้นต้องรับฟังปัญหาว่าเพราะเหตุใดคนจำนวนมากถึงเข้าไปในเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมผู้ใหญ่ที่มีอำนาจอย่าสั่งการเพียงอย่างไรแต่ต้องดูสภาพความเป็นจริงโลกแห่งความเป็นจริงด้วยว่าคนที่เขาเข้าไปสู่เว็บไซต์เหล่านั้นเขาเข้าไปเพื่ออะไรอยากให้เข้าใจผู้ที่เข้าไปใช้
       
       
ในขณะนี้นี้มีรูปแบบใหม่ในการติดต่อและหาคู่กันผ่านคลื่นวิทยุคลื่นหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมเป็นรายการเพลงยอดนิยมติดอันดับเป็นรายการเพลงจัดทั้งวันแต่รายการที่ให้คนโทร.เข้าไปนั้นจะอยู่ในช่วงเช้า06.00-09.00. โดยให้ผู้หญิงและผู้ชายที่มีความประสงค์จะหาคนรู้ใจหาเพื่อนใหม่โทร.เข้าไปในรายการและบอกชื่อแนะนำตัวบอกอายุบอกรูปพรรณผิวพรรณหน้าตาและต้องระบุว่าต้องการเพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชายที่มีลักษณะอย่างไรวุฒิการศึกษาระดับไหนจากนั้นทางรายการจะให้คนที่อยู่ในความต้องการโทร.เข้ามาเพื่อคุยกันผลตอบรับของรายการคลื่นนี้ดีมากผู้จัดรายการจึงเปิดเว็บไซต์ขึ้นมาให้มีการโพสรูปถ่ายลงไป
       
       
จากนั้นทางรายการจะจับคู่ให้ทางรายการจะหาผู้โชคดี40 คนมาจับคู่เพื่อออกเดตกันครั้งแรกทางรายการจัดการให้ต่อจากนั้นการจะขยายความสัมพันธ์ให้ยืดยาวก็ขึ้นอยู่กับคนสองคนว่าจะคบหาสมาคมกันอย่างไรอยากถามว่าลักษณะนี้ก็คือการหาคู่อีกรูปแบบหนึ่งกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรู้เท่าทันเหตุการณ์เหล่านี้บ้างหรือยังจะบอกว่ารูปแบบการติดต่อการหาคู่การจับคู่กันเปลี่ยนไปทุกวันเราเรียนรู้เท่าทันเหตุการณ์เหล่านี้บ้างหรือเปล่า”
       
       
ด้านณัฐพงศ์ทราวุธคณะมนุษยศาสตร์เอกภาษาอังกฤษกล่าวว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นไอซีทีกระทรวงวัฒนธรรมกระทรวงศึกษาธิการต้องรู้สาเหตุปัญหาว่าที่เขาเปิดเว็บไซต์เพื่ออะไรมีจุดประสงค์อะไรกลุ่มคนที่เข้ามาใช้มีใครบ้างสิ่งเหล่านี้จำเป็นที่หน่วยงานซึ่งเกี่ยวข้องและแสดงตัวอยากแก้ปัญหาต้องรู้ปัญหาก่อนไม่ใช่สั่งการหรือสั่งเป็นนโยบายปิดเพียงอย่างเดียว
       
       “
ผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาทำงานวิจัยหรืออาจจะขอดูงานวิจัยที่กลุ่มผมทำไปศึกษาดูจะได้มีข้อมูลมากขึ้นและจะเป็นประโยชน์มากผู้ใหญ่บางคนที่บอกว่าเว็บไซต์ไหนที่ไม่เหมาะสมไม่ดีแต่ก็ไม่รู้ว่ามันไม่ดีอย่างไรไม่เคยเข้าไปใช้ไม่รู้จักไม่มีประสบการณ์แต่มักจะสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลการสั่งการหรือให้นโยบายเพียงอย่างเดียวจึงไม่ประสบความสำเร็จการหาเพื่อนผ่านเว็บไซต์ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ไหนการหาเพื่อนใหม่ผ่านคลื่นวิทยุที่กำลังอยู่ในความนิยมในขณะนี้หรือการรู้จักเพื่อนแบบเห็นหน้าตาหากไม่รู้จักแยกแยะก็จะเกิดปัญหาขึ้นเสมอและไม่เพียงแค่เด็กและเยาวชนผู้ใหญ่วัยทำงานก็ตกหลุมพรางเรื่องราวเหล่านี้มานับไม่ถ้วนผมคิดว่าการสร้างภูมิคุ้มให้เกิดขึ้นในตัวเองพร้อมไปกับการมีวิจารณญาณในการคบใครผ่านเว็บไซต์และต้องใช้เวลาเป็นเรื่องที่สำคัญมากเมื่อเราไม่สามารถปิดเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมให้หมดลงไปได้สิ่งหนึ่งที่คนในสังคมควรทำก็คือรู้เท่าทันเว็บไซต์และต้องเรียนรู้เท่าทันทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆตัวเราและสิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงด้วยเพื่อเราจะไม่ตกอยู่ในหลุมพรางแห่งปัญหาเหล่านั้น”
       
       
อนึ่ง นางสาวสิวารี แสงเย็นพันธุ์ นายณัฐพงศ์ ทราวุธ นิสิตชั้นปีที่ 2 วิชาเอกภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) ได้ทำวิจัยเรื่อง “WWWหาคู่.คอม” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนวิชาบูรณาการ (SWU202) เป็นวิชาที่จะให้ผู้เรียนลงพื้นที่ทำงานวิจัยตามที่สนใจและเห็นว่าเป็นปัญหา ซึ่งนิสิตกลุ่มนี้ได้นำเสนอผลงานวิจัยผ่านสื่อมวลชนไปแล้ว แต่ก็ได้มีการติดตามสถานการณ์การใช้เว็บไซต์ของผู้คนในสังคมอย่างต่อเนื่อง ตลอดถึงได้ติดตามรูปแบบการหาคู่ในสังคมที่มีรูปแบบเปลี่ยนไปมานำเสนออีกครั้ง

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 6 เมษายน 2550 15:57 น.



มีคำกล่าวว่า "เด็กเล็กๆเหมือนดิสก์เปล่าหนึ่งอัน…เหมือนผ้าขาวหนึ่งผืน…" เวลาที่ผ่านไปสิ่งที่ได้เรียนรู้ สิ่งที่พานพบ คือข้อมูลและประสบการณ์ที่สั่งสม เหมือนๆกับป้อนข้อมูลเก็บลงไปในดิสก์เปล่านั้น เหมือนๆกับเราเอาสีหลากหลายระบายลงบนผ้าขาวผืนนั้น…เมื่อถึงเวลาที่เราจะเอาดิสก์นั้นมาใช้งาน ก็เพียงใส่แผ่นดิสก์นั่นเข้าไปในเครื่องคอมฯเพื่อให้มันประมวลผลทำงานออกมา สิ่งที่จะแสดงผลออกมาจะดีหรือร้าย ก็อยู่ที่เราป้อนอะไรลงไป ก็เหมือนผ้าขาวผืนนั้น ถึงวันหนึ่งผ้าผืนนั้นจะกลายเป็นภาพวิจิตรเพียงใด หรือเป็นเพียงผ้าชี้ริ้วผืนหนึ่ง ก็อยู่ที่เราระบายสีลงไปอย่างไร…ลูกหลานคนจีนอย่างผม…พ่อแม่ก็พร่ำสอนว่า "เล็กๆไม่เรียนหนังสือ…โตขึ้นเป็นได้ก็แค่ กุลี…"
คน...ไม่อยากเป็น กุลี <hr />