จริยา
นาง จริยา เพ็ญประทุม(สวันตรัจฉ์)

ความภูมิใจที่สุดในโลก


การเรียนภาษาไทยและการดำรงชีพกับครอบครัวอาจารย์

      สวัสดีค่ะ

                   ดิฉันมานั่งนึกดูว่าเราติดค้างงานอะไรอยู่น้า      ก็อย่างว่านะคะ  คนแก่ใกล้จะเกษียณอายุแล้ว    ชอบหลงลืมอยู่เรื่อย   มานึกขึ้นได้คือต้องจัดการความรู้เรื่อง  .......ความภูมิใจที่สุดในโลก.........คือเมื่อราวพ.ศ.  2538  ประมาณเดือนมิถุนายน    เปิดเรียนใหม่  ดิฉันสอนประจำชั้น  ป. 1   มีนักเรียน  ชายหญิง   30  กว่าคน     มีวันหนึ่งท่านกำนันตำบลจอมพระ    พาเด็กญี่ปุนมาที่โรงเรียน    มาหาอาจารย์ใหญ่และบอกว่าขอฝากเด็กญี่ปุ่นเรียนกับนักเรียนบ้านกระทุ่มด้วยสักคน........อาจารย์ใหญ่อนุญาต    ให้ดิฉันส่งเด็กญี่ปุ่นไปดูห้องเรียนและท่านกำนันบอกว่า   อยากให้เรียนกับนักเรียนชั้นป.5   เด็กญี่ปุ่นมีชื่อว่ามาโกโตะ      มาโกโตะบอกท่านกำนันว่าอยากเรียนชั้น  ป.1        ดิฉันถามว่าจะนั่งเรียนกับน้องๆได้หรือ     มาโกโตะบอกว่าได้ครับ    ซึ่งสำเนียงพูดก็ออกจะฟังไม่ค่อยชัดเจนนัก     เหมือนกับคนจีนมาจากปักกิ่งมาอยู่เมืองไทย      จะพูดภาษาไทยแต่ละคำ...ก็มีคำว่า....เอ้อๆๆอยู่หลายครั้ง   ดิฉันก็ยินดีต้อนรับนักเรียนใหม่     ได้แนะนำให้น้องๆๆป..1  รู้จัก   เด็กป.1  ตื่นเต้นมาก  ทีได้เรียนร่วมกับพี่มาโกโตะ      ครูจัดให้นั่งคนเดียวหลังน้องๆ   มาโกโตะเป็นคนสุภาพน่ารัก    น้องหันมามองพี   พี่ก็ยิ้มให้    มาโกโตะเป็นเด็กที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย...โตเกียวมาประเทศไทย    โครงการปลูกป่าที่สุรินทร์    ขอวีซ่ามาได้   1   ปี   จึงต้องการเรียนภาษาไทย    เมื่อมาโกโตะเรียนภาษาไทยพื้นฐาน    จุดประสงค์เขายังไม่บอกว่าอยากรู้ไปทำไม       ดิฉันก็สอนตามขั้นตอนที่เคยเล่าให้ฝังแล้ว     อ้อลืมเวลาครูให้นักเรียนออกไปอ่านทีละคน    นักเรียนจะบอกใหพี่มาโกโตะออกไปอ่าน   ให้น้องๆฟังด้วยทุกครั้ง       มาโกโตะ   จะมีส่วนร่วมกับการเรียนการสอนทุกครั้ง    มาโกโตะจะเชื่อฟังหัวหน้าห้องดีมาก   หัวหน้าชื่อน้องใหม่    เวลาครูมอบหมายให้ทำงานแล้วครูจะออกจากห้องไปทำธุระ     ต้องบอกนักเรียนทุกครั้ง  และมอบให้หัวหน้าดูแล     ถ้าใครดื้อให้บอกครู      นักเรียนจะนั่งทำงานเรียบร้อย      พอครูมาถึง  พี่มาโกโตะ  รายงานทันที .......ว่าจิ๋มดื้อมากน้องใหม่บอกก็ไม่เชื่อ.....เหมือนเด็กๆที่ญี่ปุ่นเลยครับ    จิ๋มพอได้ยินพี่มาโกโตะบอกครูจิ๋มอายมาก    และเรียบร้อยไปอีกหลายวัน      ครูจะให้นักเรียนอ่านหนังสือรถไฟ  ทุกๆวันจนคล่อง    และสอนคัดไทย  ตัวแบบของ    สปช. หัวกลมตัวเหลี่ยม   คนไหนลายมือสวยคล้ายๆกับครู    ครูจะมอบหมายให้ออกไปคัดบนกระดานดำ  ให้เพื่อนคัดตาม     ก็เป็นหน้าที่ของน้องใหม่หัวหน้าห้อง     ทั้งเรียนเก่ง  ลายมือสวยอีกตามเคยพีมาโกโตะจะชมเสมอว่า.......น้องใหม่เขียนตัวหนังสือสวยมาก      ไม่เหมือนจิ๋มเขียนสกปรก    ลบไม่สะอาด    ส่วนมาโกโตะนั้นจะเรียนตามหนังสือภาษาไทยเล่ม  1  จบก่อนน้องๆและขอเรียนเล่ม  2  ต่อไปเรื่อยๆคำไหนอ่านไม่ออกจะเดินมาถามอาจารย์ที่โต๊ะครู    อ้อลืมบอกไปอีกเรื่องก็คือ        มาโกโตะจะพักที่บ้านดิฉัน รวมทั้งอาหารการกินดิฉันรับรองทั้งหมด    เวลาอยู่ที่บ้านเขาจะทำตัวเหมือนลูกหลานจริงๆเขาเรียกพ่อบ้านว่าคุณพ่อ   เรียกดิฉันว่าอาจารย์    เรียกแม่ดิฉันว่าคุณยาย    เรียกลูกๆว่าน้องจูน....น้องเจเจ      เวลาญาตๆมาเยี่ยมที่บ้านเขาจะคุยสุกสนานเป็นกันเองมาก   เวลาปิดภาคเรียนที่1ของโรงเรียน บ้านกระทุ่ม     มาโกโตะจะไปเที่ยวที่เคนยา..ประมาณ  1 สัปดา ห์       ไปธิเบต     และไปอินโดนีเซีย    กลับมาก็จะเล่าให้ฟังเรื่องทีเที่ยวสนุกมาก   

        พอเปิดเรียนภาคเรียนที่  2  มาโกโตะขอเรียนอ่านและเขียนหนังสือชั้นป. 2       พอจบเล่มป.2  ก็ต่อไปเล่มชั้นป.  3  ราวเดือนกุมภาพันธ์  เพื่อนของดิฉันมาเล่นที่บ้านเป็นครูบ้าน   เขาชวนมาโกโตะไปเที่ยวโฑรงเรียนเขา    มาโกโตะกลับมาบอกว่าสนุกมากมีนักเรียนพูดภาษาถิ่นด้วย     มาโกโตะจดบันทึกมาถามดิฉันว่า........จีดุงแปลว่าอะไรครับอาจารย์    ....อ๋อ..แปลว่า..ไปบ้าน    แล้ว  ..จาโดยแปลว่าอะไรครับ        แปลว่า....กินข้าว     จีเนียละครับ.....แปลว่า  ไปไหน      งวดเดี๊ยะ  แปลว่าอะไรครับ   แปลว่า...ดื่มน้ำ     แล้วอีปลอละครับ    แปลว่า...ปวดหัว      เขาไปกับเพื่อนดิฉัน   2   วัน    ได้ภาษากูย....หรือ  ส่วย  มาถามดิฉัน    และถามคูณยาย   ส่วนคุณพ่อนั้นไม่รู้เอาเสียเลยเพราะเป็นไทยเทพ     วันเสาร์-อาทิตย์  ที่บ้านก็จะพาเขาไปเที่ยวหมู่บ้านช้าง    ปราสาทศรีขรภูมิ     งานช้างของจังหัดสุรินทร์      

        ปลายเดือน  มีนาคม  2539   มาโกโตะ  เรียนหนังสือจบชั้นประถมศึกษาปีที่  3  พอดีครบวันที่จะกลับญี่ปุ่น   เย็นวันก่อนจะเดินทางกลับ    ดิฉันเชิญน้องๆและเพือ่นบ้านมาทานข้าวที่บ้าน  พร้อมหน้าพร้อตากันหมดทุกคน    น้องๆก็พากันผูกแขนมาโกโตะตามประสาชาวบ้าน     วันรุ่งขึ้นก็ส่งขึ้นรถประจำทางหน้าบ้าน    พอดิฉันส่งขึ้นรถแล้วก็มาเก็บที่นอนห้องพักของมาโกโตะ   พบจดหมายฉบับหนึ่ง..วางอยู่บนโต๊ะ  มีความว่า.....

        สำหรับทุกท่าน

  ขอบคุณมากครับทีกรุณาดูแลผม     หลายเดือนนานแล้วครับ      ผมบอกไม่ถูกว่ารู้สึกใจหาย     และเสียดายแค่ไหน  ที่จะต้องจากทุกท่าน.....ครอบครัว...จริงๆแล้วผมยังไมอยากกลับญี่ปุ่นครับ      เพราะจอมพระอยู่สบาย   และสนุกเรียนหนังสือ   ภาษาไทยมากครับ  

     การเรียนภาษาไทยและการดำรงชีพกับครอบครัวอาจารย์   ทำให้ผมเข้าใจคนไทยดีขึ้นและรักเมืองไทยมากขึ้นครับ      ผมจะไม่ลืมเมืองไทยและครอบครัวอาจารย์นะครับ

       สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุขความเจริญครับ

                                              รักและคิดถึง

                                   มาโกโตะ     นาโออิ        

หมายเลขบันทึก: 88925เขียนเมื่อ 6 เมษายน 2007 22:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 18:05 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (6)
  • สวัสดีค่ะ
  • คุณครูเก่งมากค่ะ  อ่านแล้วจินตนาการตามเลยค่ะว่ามาโกโตะจะหน้าตาเป็นอย่างไร บรรยากาศในห้องเรียนจะสนุกแค่ไหน  ประทับใจค่ะ

       วันนั้นน้องๆของดิฉันได้อ่านจดหมายแล้วน้ำตาซึมทุกคนเลยค่ะ    และตัวของมาโกโตะเองยืนรอรถที่หน้าบ้าน    ร้องไห้น้ำตาไหล   จนดิฉันไม่อยากจะมองเดี๋ยวน้ำตาจะไหลเหมือนกัน

   ความภูมิใจที่มีมากที่สุดในโลกคือการได้ทำหน้าที่....ของพลเมืองที่ดี่เพื่อความดีนั้นจะส่งผลให้คนในโลกรู้จักประเทศไทย    รักประเทศไทย  เหมือนกับเราผู้เป็นเจ้าของประเทศ  1ใน65ล้านคน

                      ขอบคุณค่ะ

 

น่ารักทั้งคุณครู และมาโกโตะเลยค่ะ

ประทับใจค่ะ

สวัสดี ค่ะ คุณครูตุ๊กแกและ  ดร.  กมลวรรณที่ชม

 

L                           ขอบคุณค่ะ

อ่านแล้วก็ซึ้งใจจัง ..ขอบคุณคุณครูตุ้มที่เป็นตัวแทน ของคนไทย1ใน 65 ล้านคนที่มาโกโตะ  จะจดจำไปจนตายเลยค่ะ....ขอให้คุณครูตุ้มคนสวยได้บุญกุศลเยอะๆนะคะ

..ขอบคุณค่ะ..

    ขอบคุณครูแอ้ว.....มากๆคะที่ให้พร

                      ขอบคุณค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี