การประชุม CoP of VAP เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2550 ที่ผ่านมา
- มีผู้เข้าร่วมประชุม 12 คน มี RN 6 คนและ PN 6 คน
- ผลการประชุม
1. จากการ audit 6 มาตรการการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลของระบบทางเดินหายใจส่วนล่างที่สัมพันธ์กับการใส่เครื่องช่วยหายใจ(VAP) ที่แผนกการพยาบาลผู้ป่วยระยะวิกฤต พบว่ามีการปฏิบัติ 2 มาตรการหลัก ที่ยังพบปัญหาในการปฏิบัติ หรือปฏิบัติไม่ได้ 100% คือ
1.1 การวัด cuff pressure โดยปฏิบัติได้ 100%ที่ MICU และ 60 % , 20% ที่ CCU และ S&EICU ตามลำดับ
1.2 การจัดท่าผู้ป่วยนอนศีรษะสูง 30-45 องศา โดยปฏิบัติได้ 70% - 100 % ซึ่งยังพบว่าส่วนใหญ่จัดท่านอนตำกว่า 30 องศา
ข้อเสนอแนะ/ การแก้ไขปัญหา
1. การนำตรายางมาใช้ เพื่อให้สามารถบันทึก cuff pressure ได้ทุกเวร เหมือนการปฏิบัติที่ MICU
2. การจ้ดท่าผู้ป่วยนอนศีรษะสูง 30-45 องศา ควรทำเครื่องหมาย บอกระดับความสูงของระดับเตียงที่ปรับ
3. ควรเน้นการประชาสัมพันธ์ผลการประชุมทุกครั้ง และมีการกระตุ้นการปฏิบัติ การทำ pre-post conference การกำกับ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติ โดยหัวหน้าเวร / หัวหน้าทีม
ผลสรุปการประชุม
เพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรการการป้องกัน VAP ได้ครบถ้วน และมีประสิทธิผล
1. ด้านบุคลากร
1.1 ควรประชาสัมพันธ์ผลการประชุมให้บุคลากรในแผนกได้รับทราบข้อมูล
1.2 ควรมีการกระตุ้นการปฏิบัติ การทำpre- post conference การติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติ อย่างสมำเสมอ โดยหัวหน้าเวร/หัวหน้าทีม
2. ด้านการบันทึก
โดยเพิ่มการบันทึกการวัด cuff pressure ทั้ง 3 เวร ลงในแบบบันทึกทางการพยาบาล โดยไม่ใช้ตรายาง
ข้อสังเกตุ/ ข้อคิดเพิ่มเติม เพื่อการศึกษา ค้นคว้าสำหรับการประชุมครั้งถัดไป
1. ควรจัดท่านอนศีรษะสูง 30-45 องศา ให้ผู้ป่วยตลอดเวลาหรือไม่
2. ควรทำเครื่องหมายบอกระดับเตียงที่ 30-45 องศา ที่ปรับให้ผู้ป่วย โดยอาจประยุกต์การสร้างเครื่องมือ หรือ scale บอกระดับ
3. การใส่ OG tube ในผู้ป่วย open heart surgery ควรทำทุกรายหรือไม่
ซึ่งจากข้อคิดทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว จะนำสู่การพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป ในวันที่ 24 เมษายน 2550 พร้อมทั้งนำเสนออัตราการติดเชื้อในไตรมาสแรกของปี 2549 และ 2550 เพื่อเปรียบเทียบผลการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว
ลืมบอกว่าอย่าลืมปเยี่ยม CoP เคมีบำบัดนะคะ
http://gotoknow.org/blog/Chemo
ขอบคุณมากคะสำหรับคำแนะนำ เราชาว CoP of VAP จะนำอัตราการติดเชื้อ VAP เข้าร่วมพิจารณาในการประชุมในวันที่ 24 เมษายน นี้ค่ะ.....แล้วเราจะแวะเยี่ยมชม CoP เคมีบำบัดค่ะ ...
ขอเป็นกำลังใจ การติดเชื้อจะลดลงได้ก็ต่อเมื่อทุกคน ร่วมมือปฏิบัติอย่างสมำเสมอนะคะ
ผลการเก็บข้อมูลผู้ป่วยหลังการผ่าตัดศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกในช่วงวันที่ 1-23 เมษายน จำนวน 33 รายพบว่าผู้ป่วยร้อยละ45.45 มีการใส่ gastric tube ถ้าแยกกลุ่มผู้ป่วยเด็ก/ผู้ใหญ่ พบมีการใส่ gastric tube ร้อยละ70 และ 34.78ตามลำดับ สาเหตุของการใส่ ร้อยละ60 เนื่องจากผู้มีอาการอาเจียน ร้อยละ40 ผู้ป่วยเรอและแน่นท้องและร้อยละ 13.33เพื่อให้ยา ผู้ป่วยในกลุ่มนี้มีการติดเชื้อ VAP จำนวน 3 รายซึ่งทั้ง3 รายไม่มีปัญหาที่จำเป็นต้องใส่ gastric tube ซึ่งจากข้อสงสัยที่ว่าการ aspirate ในกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้มีผลต่อการติดเชื้อ VAP หรือไม่คงยังต้องทำการเฝ้าระวังต่อไปรวมทั้งการพิจารณาใส่ในกลุ่มผู้ป่วยเด็กเพื่อป้องกันการ aspirate คงต้องประสานข้อมูลกับผ้เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาต่อไป