การสะสมหนังสือเก่าทำให้ผู้สะสมมีความสุขและมีค่ามากขึ้นโดยเฉพาะทางใจ ทำให้ผู้สะสมมีความเชื่อมั่นในประวัติศาสตร์ เชื่อมั่นในมนุษยชาติทำให้โลกนี้น่าอยู่มากขึ้น

 

แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีเสน่ห์มาก นอกจากธรรมชาติที่ตื่นตาตื่นใจไม่เหมือนประเทศใดในโลกแล้ว การที่สังคมประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติอยู่ร่วมกันได้ไม่ว่าจะเป็นสีผิวขาว ดำ และสีผิวก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมาก          คนที่ไปเยือนแอฟริกาใต้ส่วนใหญ่จะไปดูธรรมชาติ ชีวิตของสัตว์ป่า ชายทะเล โขดหิน แหลมกู๊ดโฮบ ดูการผลิตเหล้าองุ่น ดูฟาร์มนกกระจอกเทศ และดูตลาดสินค้าพื้นเมือง แต่สำหรับผม สนใจที่จะไปดูตลาดหนังสือเก่ามากกว่า ซึ่งบังเอิญที่เมืองเคปทาวน์ แอฟริกาใต้ก็มีตลาดหนังสือเก่าด้วย          ตั๊ก ไก๊ดสาวคนไทยคนเดียวของเมืองเคปทาวน์ แอฟริกาใต้บอกผมว่าเป็นครั้งแรกที่มีคนไทยอยากจะไปดูร้านหนังสือเก่า เธอจึงต้องขอเวลาไปสืบเสาะหาข้อมูลมาบอกผมในวันรุ่งขึ้น ผมเองนั้นก็ไม่ได้เคยคิดว่าแอฟริกาใต้จะมีร้านหนังสือเก่า แต่ด้วยความเคยชินจนเป็นนิสัย เวลาไปต่างประเทศจะหาเวลาว่างจากงานไปเสาะแสวงหาร้านหนังสือเก่าทุกที ไม่ได้หวังว่าจะเจอหนังสือเก่าดีๆ หรอกครับแต่เพราะเป็นคนรักหนังสือก็เลยไปไหนไม่รอด           วันรุ่งขึ้นตั๊กรีบโทรมาบอกว่าเจอแล้วร้านขายหนังสือเก่ามีที่น่าสนใจอยู่ 2 แห่ง เธอจะพาผมไปในตอนเช้าตรู่ของอีกวันหนึ่ง ที่ต้องเช้าตรู่ก็เพราะว่าคนอื่นๆ จะไปเที่ยวที่อื่น ส่วนผมนั้นอยากดูร้านหนังสือเก่าแปลกแยกกว่าคนอื่นเขา จึงต้องเอาผมไปทิ้งไว้แต่เช้าตรู่ก่อนที่จะพาคนอื่นๆ ไปเที่ยวตามโปรแกรมปรกติ ก็เอาครับ ในเมื่อมาถึงสุดขั้วโลกใต้นี้แล้วถ้ามีโอกาสได้เจอร้านหนังสือเก่าก็น่าจะคุ้มสำหรับผม จึงยอมตื่นเช้าเป็นพิเศษเพื่อการนี้          ตั๊กบอกว่าร้านนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของเก่าซึ่งก็รวมถึงหนังสือเก่าด้วย เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสนใจเหมือนกันแต่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวไทย เธอพาผมมายังร้านของเก่าเล็กๆ ร้านหนึ่ง หน้าร้านมีตุ๊กตาเด็กหญิงน่ารักคนหนึ่งตั้งอยู่เป็นที่สังเกต ข้างในร้านจัดแบบธรรมชาติคือค่อนข้างรก แต่ก็แบ่งเป็นหมวดหมู่ดี มีตั้งแต่ของใช้ในบ้าน จักรเย็บผ้า เครื่องประดับ ภาพเขียน กรอบรูป และหนังสือเก่า ผมตรงไปยังมุมหนังสือเก่าเป็นมุมเล็กที่แน่นไปด้วยหนังสือเก่า นิตยสารเก่า หนังสือพิมพ์เก่า น่าดูมากจริงๆ มีทั้งประวัติศาสตร์ของแอฟริกาและยุโรป          ตั๊กพาผมมาทิ้งไว้โดยบอกว่าจะกลับมารับสายๆ ผมบอกเธอว่าไม่ต้องเป็นห่วงเพราะผมจะมีวิธีดูหนังสือเก่าซึ่งบางครั้งต้องใช้เวลา ผมจะรู้สึกมีความสุขมากที่ได้มายืนอยู่ตรงหน้าชั้นหนังสือที่มีหนังสือเก่าเป็นพันๆ เล่มให้ค้นหา เคยมีคนถามผมเหมือนกันว่าการจะหาซื้อหนังสือเก่าไปสะสมบ้างนั้นจะมีวิธีดูอย่างไร ผมก็จะขอกระซิบให้ฟัง ดังนี้          ก่อนอื่นคุณจะต้องรู้ก่อนว่าคุณสนใจเรื่องอะไร ถ้าเป็นเรื่องของการบริหารก็ต้องรู้เสียก่อนว่า เป้าหมายคืออะไร ถ้าไม่รู้เป้าหมาย เราจะไม่สามารถทำต่อไปได้ สมมุติว่าคุณชอบเรื่องประวัติศาสตร์ ก็นั่นแหละคือเป้าหมายของการค้นหาหนังสือเก่า เพราะหนังสือเก่านั้น หากร้านใดที่จัดร้านเป็น ก็จะแยกหนังสือเก่าออกเป็นหมวดหมู่ สารคดี นิยาย หนังสืออ่านเล่น ประวัติศาสตร์ วิชาการ  ศิลปะ ฯลฯ การจัดแบบนี้เพื่อให้นักสะสมหนังสือไม่เสียเวลาในการค้นหา ถ้าคุณชอบประวัติศาสตร์คุณก็เลือกดูเฉพาะที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ จากนั้นก็ต้องย่อยออกไปอีกว่าประวัติศาสตร์ด้านไหน สงคราม การเมือง เศรษฐกิจ หรือแม้แต่ศิลปะ สำหรับผม การที่ค้นคว้าเสาะหาหนังสือเก่าเริ่มมาจากการตามรอยเสด็จประพาสยุโรปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว (..1897 หรือ พ.. 2440) ซึ่งขณะนั้นไทยยังใช้ชื่อสยามอยู่ ผมจึงมุ่งที่จะหาหนังสือเก่าในช่วงดังกล่าวเป็นหลักและโดยเฉพาะที่อาจเกี่ยวโยงกับสยาม ซึ่งในสมัยนั้นเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงมากประเทศหนึ่งทั้งในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์และความเจริญก้าวหน้า          เมื่อคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจน การค้นหาหนังสือเก่าก็มิใช่เรื่องยาก แต่ต้องอดทนเพราะแม้จะแคบลงมาแต่ก็มีหนังสือเป็นหลายร้อยหลายพันให้เราค้น วิธีการดูของผมจะเปิดดูชื่อเรื่องก่อนเป็นอันดับแรกต่อจากนั้นจะเปิดสารบัญดู เฉพาะหัวเรื่องที่สำคัญ เราก็จะสามารถสรุปได้ว่าหนังสือเล่มนี้ น่าสนใจสำหรับเราหรือไม่ การใช้วิธีนี้ทุนเวลาของเราได้มากหากร้านที่มีหนังสือจัดเป็นหมวดหมู่เรียบร้อยก็ยิ่งสะดวก แต่หากร้านที่ชอบเอาหนังสือเก่ามากองไว้ให้ลูกค้าเลือกเอง ก็จะเหนื่อยหน่อย          ร้านที่ผมกำลังดูหนังสือเก่าอยู่นี้ ค่อนข้างจะมีผู้รู้ดี เพราะพอผมตรงไปยังมุมหนังสือเก่าก็มีคนขายเป็นหญิงแก่เข้ามาถามว่าต้องการหนังสือยุคใดและเมื่อผมบอกช่วงปีที่สนใจเธอก็พาผมไปยังอีกมุมหนึ่งซึ่งมีหนังสือพิมพ์เก่าวางกองอยู่มากมาย ผมค้นอยู่นานแต่ก็ไม่พบเรื่องที่น่าสนใจหรือเกี่ยวกับสยาม เป้าหมายของผมจึงเปลี่ยนไปเป็นหาเรื่องที่ใกล้เคียงและน่าสนใจ ในที่สุดผมได้หนังสือเก่าจากร้านนี้มา 2 เล่ม ที่น่าสนใจเล่มหนึ่งได้แก่สมุดภาพเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของแอฟริกาใต้          ผมออกจากร้านโดยมีตั๊ก ไก๊ดสาวที่ย้อนกลับมารับผมไปยังอีกร้านหนึ่งซึ่งเป็นร้านสุดท้ายของโปรแกรมหนังสือเก่า ในขณะที่คนอื่นๆ ไปเที่ยวชอบปิ้งกัน ร้านนี้เป็นร้านหนังสือเก่าโดยเฉพาะไม่มีของเก่าอื่นนอกจากหนังสือและเป็นหนังสือแบบทั่วไปทุกชนิดเน้นหนักไปทางหนังสือนิยาย สารคดี มุมหนังสือประวัติศาสตร์มีเพียงชั้นหนังสือเดียว ผมใช้เวลาไม่มากก็หาหนังสือเก่าที่น่าสนใจได้อีก 2 เล่ม เป็นหนังสือรวบรวมธงชาติของทุกชาติในโลก Flags of the World แต่ที่น่าสนใจก็คือหนังสือนี้พิมพ์เมื่อปี 1917  จัดทำโดย Mc.Candless and Grosvenor และพิมพ์โดยThe National Geographic Society ในเล่มมีภาพธงสีของประเทศต่างๆ นับพันภาพ……และที่ทำให้ผมตัดสินใจซื้อเล่มนี้ก็เพราะมีธงชาติสยามด้วย ทำให้รู้ว่าในสมัยนั้นมีธงสยามอยู่ 3 ประเภทคือธงชาติธงเรือสินค้าและธงตราครุฑ.น่าดูมากครับ อีกเล่มหนึ่งเป็นพจนานุกรมโบราณ มีข้อมูลประเทศสยามที่น่าสนใจรวมทั้งแผนที่ในสมัยนั้นด้วย          ผมถือว่าการค้นหาหนังสือเก่าในเคปทาวน์ ประสบผลสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี กับหนังสือเก่าหลายเล่ม มีอายุเก่าเกือบร้อยปีด้วยราคาเพียงไม่กี่ร้อยบาทคุ้มค่าเหลือเกิน.... สำหรับผมนะครับ          คิดไปก็น่าแปลกนะครับ การเดินทางของหนังสือมิใช่ว่าหนังสือที่พิมพ์ขายในประเทศไทยจะต้องอยู่ในประเทศไทยเสมอ และหนังสือในต่างประเทศก็ใช่ว่าจะต้องอยู่ในประเทศนั้นเสมอ ผมคิดว่าก็คงเหมือนคนนั่นแหละที่มีการเดินทางไปมาระหว่างกันและก็ได้นำสิ่งของรวมทั้งหนังสือไปด้วย เกิดการเปลี่ยนมือกันคนนั้นให้คนโน้น คนนี้ซื้อมาจากประเทศโน้นยิ่งการคมนาคมขนส่งเจริญขึ้นโลกก็แคบลง หนังสือก็มีการย้ายถ่ายโอนไปตามที่ต่างๆ ในโลกมากขึ้น แต่หนังสือเหล่านี้ก็มิได้ยืนยงคงกระพัน เช่นเดียวกับทุกสิ่งบนโลกนี้ สิ่งที่ทำลายหนังสือก็คือธรรมชาติและมนุษย์ธรรมชาติคือตัวการสำคัญที่ทำให้หนังสือเก่าและเสียหายด้วยความร้อน ความชื้นและน้ำนอกจากนั้นก็มีผลทำให้เกิดปลวกกัดกินหนังสือด้วย หนังสือเก่าที่เคยพิมพ์เป็นพันๆเล่มผ่านไป 50ปี อาจจะมีเหลืออยู่ในโลกเป็นร้อยเล่มหรือไม่ถึงสิบเล่มหรือไม่เหลือเลยก็เป็นไปได้มนุษย์ตัวทำลายอันดับหนึ่งของโลกไม่ว่าจะเป็นการฉีกหนังสือ เผาทิ้งหนังสือหรือสงครามที่มีส่วนทำให้ทรัพย์สินต่างถูกทำลายจนหมด ลองนึกดูว่าหนังสือถูกสงครามทำลายไปมากต่อมากแล้ว ในเมืองไทยของเรา ในยุคที่ยังเป็นสยามประเทศ หนังสือเป็นสิ่งใหม่ ชาวต่างชาติเป็นผู้นำหนังสือเข้ามาและเริ่มกิจการการพิมพ์เมื่อร้อยกว่าปีมานี้เอง คนไทยยังไม่รู้จักการเก็บรักษาหนังสือเลยจึงทำให้หนังสือเก่าสูญหายไปเป็นจำนวนมาก แต่ดีที่ชาวต่างชาติที่ชอบเก็บรักษาหนังสือเก่าและได้นำหนังสือเหล่านี้กลับไปประเทศของตน คนไทยรุ่นหลังจึงได้มีโอกาสเห็นหนังสือเก่าของสยามบ้านเกิดของตัวเองในต่างประเทศ ฉะนั้นบางครั้งที่ผมไปเสาะแสวงหาหนังสือเก่าในต่างประเทศผมมีความรู้สึกเหมือนตามล่าสมบัติของประเทศคืน อุปสรรคมีอยู่ประการเดียวคือผมซื้อตามกำลังทรัพย์ที่มีอยู่ จึงหวังไม่ได้มากว่าจะนำสมบัตินี้คืนมาได้แค่ไหน          ร้านหนังสือเก่าการกุศลที่พริทอเรีย          ผมได้มีโอกาสเยือนแอฟริกาใต้อีกครั้ง คราวนี้ไปที่กรุงพริทอเรีย เมืองหลวงของแอฟริกาใต้ ก็ได้ไปค้นหาหนังสือเก่าที่นั่นอีก พบร้านหนังสือเก่าที่น่าสนใจและแปลกมากแห่งหนึ่ง ที่ว่าแปลกก็เพราะเป็นร้านหนังสือเก่าของสถานนุเคราะห์ผู้ป่วยโรคมะเร็งใกล้กับโบสถ์คริสต์แห่งหนึ่ง Pretoria Sungardens Hospice ที่จัดให้มีร้านขายของเก่าและหนังสือเก่า สมาชิกสามารถนำสิ่งของหรือหนังสือมาบริจาคได้ เจ้าหน้าที่ก็จะนำไปขายต่อเพื่อนำเงินมาใช้ในกิจกรรมการกุศลต่อไป ที่น่าสนใจก็คือหนังสือเก่าที่นี่ราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องจากเป็นการบริจาคเพื่อการกุศล จึงไม่ได้คิดกำไรเลย หนังสือบางเล่มหากไม่พอใจราคาที่กำหนดคนขายจะถามผู้ซื้อว่ายินดีจะให้เท่าไหร่ ผมไปดูมาก็ต้องตะลึง ตึง ตึง เพราะหนังสือเก่าดีๆ ราคาเพียง 3 แรนด์ ประมาณ 12 บาท อย่างแพงสุดคือ 5 แรนด์ ก็ 20 บาทเท่านั้น ผู้ขายมิได้หวังกำไรจริงๆ และไม่ได้ตั้งราคาตามเนื้อหาสาระหรือคุณค่าของหนังสือ เรียกว่าประโยชน์ตกอยู่กับผู้ซื้อและนักสะสมจริงๆ เรียกว่าได้ทั้งหนังสือและกุศลผมได้หนังสือเก่าที่นี่หลายเล่ม คุณค่านั้นไม่ต้องพูดถึงสำหรับผมนั้นมีค่ามากและทำให้เกิดความคิดที่เป็นกุศลไปด้วยว่าความคิดที่ให้มีการบริจาคและนำไปขายต่อถูกๆ เพื่อเป็นกุศลนี้ บ้านเราน่าจะมีแบบนี้บ้าง เช่น วัดใดวัดหนึ่งหรือโรงพยาบาลจะประกาศรับบริจาหนังสือเก่าจากผู้มีจิตศรัทธาและนำมาขายถูกๆ แก่ประชาชนเพื่อนำเงินไปบำรุงวัดหรือทำการกุศลต่อไป ไม่เลวเลยใช่ไหมครับ ผมอยากจะให้มีในบ้านเราจัง จะได้ไปไม่ต้องถ่อไปที่แอฟริกาใต้ ว่าแต่ว่า ใครจะสนใจก็ลองดูนะครับ ไม่สงวนสิทธิ์หนังสือเก่าที่ผมได้มาจากร้านนี้ ที่น่าสนใจคือสมุดภาพประวัติแอฟริกาใต้ Our Land One land พิมพ์ปี ค..1939 สวยงามมากและแต่ละภาพหาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว นอกจากนี้ยังมีหนังสือเดอะรีดเดอร์ไดเจส์ต โลกการท่องเที่ยวพิมพ์ปี ค.. 1967 ที่มีเรื่องและภาพเกี่ยวกับประเทศไทยและเพื่อนบ้านของเราด้วย  ที่ผมชอบมากที่สุดก็คือสมุดแผนที่ของ Philips College Atlas for South Africa ปี ค.. 1949 และ The Oxford Advanced Atlas  พิมพ์ปี ค. . 1936 มีภาพแผนที่สยามประเทศที่น่าดูมาก เพียงภาพแผนที่อย่างเดียวผมก็ว่าคุ้มค่าแล้ว ใครจะคิดอย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าการสะสมหนังสือเก่าทำให้ผู้สะสมมีความสุขและมีค่ามากขึ้นโดยเฉพาะทางใจ ทำให้ผู้สะสมมีความเชื่อมั่นในประวัติศาสตร์ เชื่อมั่นในมนุษยชาติทำให้โลกนี้น่าอยู่มากขึ้นความรู้สึกจากใจเหล่านี้ ก็ตามประสา..คนรักหนังสือเก่าละครับ