ปรัขญามงคลสูตร

สิ่งควรกระทำประการแรก คือ ทาน ....ส่วนประการที่สอง คือ ธัมมจริยา แปลว่า การประพฤติธรรม...

การประพฤติธรรม ข้อความนี้ เราได้ยินกันเป็นประจำ โดยเฉพาะยุคนี้สมัยนี้ ซึ่งมีปัญหาด้านคุณธรรมจริยธรรมในสังคม มีปัญหาเรื่องความร้าวฉาน แตกแยก ชิงดีชิงเด่น ในสังคม ...นั่นคือ สังคมยุคนี้ขาดคุณธรรมจริยธรรม จึงมีการเรียกร้องสิ่งที่ขาดหายไป กระทั้งเรื่องนี้ได้รับการเสนอเป็นวาระแห่งชาติ....

ตามพระคัมภีร์ การประพฤติธรรม หรือธัมมจริยา ก็คือ การประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจ หรือทางไตรทวารนั่นเอง... ซึ่งอาจเรียกได้ว่า กายสุจริต ๓ วจีสุจริต ๔ และมโนสุจริต ๓ ...และเมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกันก็เรียกว่า กุศลกรรมบถ ๑๐ นั่นคือ แนวทางแห่งกุศลกรรมหรือความดีนั่นเอง...

ธรรมหมวดนี้ ผู้สนใจทั่วไปก็คงจะจำได้ และเพื่อเป็นการย้ำเตือน ผู้เขียนจะอัญเชิญมาวางไว้อีกครั้ง...

  • กายสุจริต ๓

๑. เว้นจากการฆ่าหรือเบียดเบียนสัตว์

๒. เว้นจากการลักขโมยของผู้อื่น

๓. เว้นจากการประพฤติผิดปเวณี

  • วจีสุจริต ๔

๔. เว้นจากการพูดเท็จ

๕. เว้นจากการพูดส่อเสียด

๖. เว้นจากการพูดคำหยาบ

๗. เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ

  • มโนสุจริต ๓

๘. ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่น

๙. ไม่พยาบาทปองร้ายผู้อื่น

๑๐. มีความเห็นถูกต้องตามทำนองครองธรรม

.....

การดำเนินชีวิตไปตามกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการเหล่านี้ จัดเป็น การประพฤติธรรมหรือธัมมจริยา ซึ่งอาจครอบคลุมหลักศีลธรรมพื้นฐานทั้งหมดก็ว่าได้...

จริงอยู่ว่าธัมมจริยานี้ มิใช่หน้าที่หรือสิ่งที่บังคับว่าจะต้องกระทำ... แม้กระนั้นก็จัดเป็นสิ่งที่ควรกระทำ เพราะจะช่วยให้ตัวเองพัฒนายิ่งขึ้นๆ ไป ในด้านความดีส่วนตัว... และไม่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่นหรือทำให้สังคมเดือดร้อน...

สังเกตได้ว่า เมื่อสมาชิกในสังคมโดยมากประกอบด้วยธัมมจริยาแล้ว สังคมก็จะเกิดความสงบสุข... แต่สมัยใดที่สมาชิกโดยมากไม่ประกอบด้วยธัมจริยาแล้ว สังคมก็เกิดความวุ่นวาย แตกแยก แก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น ...

ดังเช่นยุคสมัยนี้เป็นต้น.. .