ห่างเหินจาก "บล็อก"  มาหลายวันเลยครับ  เพราะมัวอยู่ระหว่างตะลอนทัวร์ ...วันนี้อยู่ที่กรุงเทพแล้งครับ  เย็นวันนี้ถึงแน่นอน "กระท่อม"  นางเมินที่ อ.ละหานทราย  จ.บุรีรัมย์

กลับมาสู่เรื่องราวของสามใบเถา ปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์ตอนจบครับ  ....  ซึ่งท่านก็คือ "ครูบาสุทธินันท์   ปรัชญพฤทธิ์"

บริบทในอดีต

ความเปลี่ยนแปลงของชีวิต

บริบทในปัจจุบัน

พ่อสุทธินันท์  ปรัชญพฤทธิ์  เป็นชาวอำเภอสตึก  จังหวัดบุรีรัมย์  จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6  ซึ่งเป็นผู้ที่เรียนน้อยที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมดเพราะปัญหาสุขภาพ     พ่อสุทธินันท์  ได้ทำเกษตรเชิงเดี่ยวตามที่ทางราชการส่งเสริมเหมือนเกษตรกรทั่วไป  ซึ่งพบว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยวดังกล่าวทำให้ขาดบำนาญชีวิต เมื่อวิเคราะห์รายรับและรายจ่ายแล้วปรากฏว่าไม่คุ้มทุน หลังจากสรุปบทเรียนของชีวิต  พ่อสุทธินันท์  ได้ยึดหลัก   คำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่อง  อัตตาหิ  อัตตาโน  นาโถ    การทำงานไม่เน้นการทำงานเพื่อเงิน  แต่เป็นการทำงานเพื่อความสุข  ท่านเชื่อว่าการวิจัยเป็นกระบวนการคิดค้นและปรับปรุงงานให้ดีขึ้นแล้วเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์และสังเคราะห์จะทำให้แก้ปัญหาของตนเอง  ชุมชน  และประเทศชาติได้ พ่อสุทธินันท์  ได้เข้าไปมีบทบาทในภารกิจของประเทศในหลายเรื่อง  เช่น  ผู้ทรงคุณวุฒิสภาการศึกษาแห่งชาติ, ผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันน้ำนานาชาติ  (IWMI.),  คณะกรรมการประเมินภายนอกระดับอุดมศึกษาของสำนักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมินคุณภาพการศึกษา    สมศ.   นอกจากนั้นยังร่วมกับเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านและพหุภาคีภาคอีสาน  สร้างเกษตรกรที่พึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง  1  ล้านครอบครัว  พัฒนาพื้นที่ของตนเองให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในทุกระดับ

 

ทัศนะที่มีต่อชุมชนและสังคมของพ่อสุทธินันท์   ปรัชญพฤทธิ์สังคมในปัจจุบันเป็นสังคมที่มีปัญหา  ปัจจัยหลักอยู่ที่คุณภาพของคน  เพราะคนขาดความรู้  ขาดการเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมสมัยใหม่อย่างรู้เท่าทัน  จึงทำให้เกิดปัญหาถูกกระทำทางสังคม  หรือทำร้ายสังคมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์   และเพราะการขาดความรู้จึงให้เห็นคุณค่าผิด ๆ เช่น  เห็นเงินสำคัญกว่ามิตรภาพ  ความเอื้ออาทร  หรือความ   อบอุ่น  ในที่สุดจึงเป็นการตอกย้ำความเลวร้ายให้สังคมมากยิ่งขึ้น

กลยุทธ์การพัฒนาสังคม

1.       การสร้างความร่วมมือ   ทำตนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ พร้อมที่จะเข้าหาแหล่งความรู้ทุกระดับ, เป็นนักประสานงาน  ,เปิดโอกาสให้ทีมงานได้ร่วมคิด  ร่วมทำ  ร่วมแก้ปัญหาอยู่เสมอ และมุ่งสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ 

2.        การใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน   นำภูมิปัญญาพื้นบ้านมาเป็นฐานในการพัฒนา, เรียนรู้การใช้ภูมิปัญญาสมัยใหม่ และเลือกใช้อย่างเหมาะสม,  ค้นคว้าวิจัยด้านภูมิปัญญาอยู่เสมอ  และต้องรู้จักผนวกประสาน  ภูมิปัญญาท้องถิ่นและเข้ากับภูมิปัญญาสมัยใหม่

3. ความต่อเนื่องและความยั่งยืน  การพัฒนาต้องให้มีความรู้เพียงพอ, มีการวิจัยเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงงานอยู่เสมอ,  มีความตั้งใจจริง ปฏิบัติจริง  และให้เกิดผลที่ยอมรับได้  เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่บุคคลอื่นได้กระทำตาม

บทสรุปกลยุทธ์การพัฒนาสังคม

สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ บูรณาการภูมิปัญญา มีการค้นคว้าและวิจัย