ชีวิตของผมตอนนี้มีโชคอย่างประหลาด     อยู่ๆ ก็มีคนไปช่วยใช้เงิน    และเป็นการใช้เงินเพื่อเป้าหมายที่ผมชอบเสียด้วย     คือใช้เพื่อสร้างประโยชน์สาธารณะ ที่เรียกว่า CSR - Corporate Social Responsibility     หน่วยงานนี้คือ SCB - Siam Commercial Bank หรือธนาคารไทยพาณิชย์     โดยที่คณะกรรมการ CSR เขาตั้งเป้าไว้แล้วก่อนผมจะเข้าไป    ว่าจะเน้นการดำเนินการเพื่อพัฒนาเยาวชน

         ตรงกับเป้าหมายส่วนตัวผมพอดี

          ผมบอกตัวเองว่า ต้องออกแบบกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนของ SCB ให้
            ๑. ไม่ใช่แค่เป็นการขับเคลื่อน CSR ของ SCB    แต่เป็นการขับเคลื่อนขบวนการ CSR ของประเทศไทย
            ๒. ไม่ใช่แค่ดำเนินการพัฒนาเยาวชนโดน SCB    แต่จะเป็นการขับเคลื่อนเครือข่ายพัฒนาเยาวชนของประเทศไทย
            ๓. ไม่ใช่แค่พัฒนาเยาวชนตามแนวทั่วๆ ไป     แต่จะเน้นการพัฒนาเข้าไปในระดับจิตใจ     เกิดการเปลี่ยนจิตสำนึก จากสำนึกเพื่อตนเองเป็นที่ตั้ง เป็นเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้ยากลำบาก     จากจิตคิดเอา เป็นจิตคิดให้     จากมุ่งเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ เป็นรักเพื่อนมนุษย์    ฯลฯ
            ๔. ไม่ใช่แค่พัฒนาเยาวชน    แต่จะมีผลพัฒนาจิตใจพนักงาน ๑๔,๐๐๐ คน  และลูกค้า ๖ ล้านคน ของ SCB ด้วย      และยิ่งกว่านั้น มีส่วนพัฒนาจิตใจคนไทยทั้งประเทศด้วย
            ๕. ไม่ใช่แค่ใช้ทรัพยากรปีละ ๕๐ - ๑๐๐ ล้านของ SCB     แต่จะใช้ IC - Intellectual Capital ของ SCB ที่กล่าวถึงในข้อ ๔  ในการดำเนินการ
            ๖. จะไม่ใช้เงินเพื่อเอาไปอุดหนุนกิจกรรมของเยาวชน ให้ทำโครงการ     แต่จะใช้ IC ทุกประเภทเพื่อต่อยอดกลุ่มเยาวชน หรือกิจกรรมอาสาสมัครของเยาวชนที่มีอยู่แล้ว     ให้ยกระดับและขยายผลออกไป
            ๗. จะไม่มุ่งพัฒนาเยาวชนโดยผู้ใหญ่เข้าไปคิดให้    คิดโครงการแล้วไปชวนเยาวชนมาร่วม     แต่จะเน้นการเข้าไปเชิดชูชื่นชมเยาวชนที่ดำเนินการเองอยู่แล้ว      เข้าไปส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดเป็นเครือข่ายเยาวชนจิตอาสา ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น

          ผมเป็นคนหาเงินไม่เป็น    แต่ใช้เงินเป็น    คิดว่ารู้วิธีใช้เงินน้อย แต่ได้ผลมาก     จึงดีใจที่อยู่ๆ ก็มีคนเอาเงินมาให้ใช้     จึงทุ่มเทความคิด หาทางออกแบบวิธีทำงานให้แยบยล     ก่อผลต่อสังคมได้เต็มที่

วิจารณ์ พานิช
๒๖ มี.ค. ๕๐