เกษตรกรที่มาต่อว่าผมคือ พ่อทองม้วน สิมสีดา ซึ่งมีความสนใจในการเปลี่ยนยอดกระสังให้เป็นมะนาว

เมื่อเช้า...เวลาประมาณ 09.00 . หลังจากที่ผมรดน้ำเห็ดเสร็จผมได้มานั่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านครูบาสุทธินันท์เกี่ยวกับกิจกรรมการเพาะเห็ดครั้นเมื่อผมกำลังนั่งแลกเปลี่นเรียนรู้กับท่านครูบาอยู่นั้นมีชายคนหนึ่งอายุประมาณ 50 กว่าปีเห็นจะได้ขี่รถมอเตอร์ไซด์ Best สีน้ำเงินขาวสภาพกลางเก่ากลางใหม่ใส่หมวกทหารสมัยสงครามเวียดนามไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดอยู่หน้าสำนักงานของมหาชีวาลัยอีสาน

ครั้นสิ้นเสียงรถจักร (มอเตอร์ไซด์) ชายคนนั้นก็เดินเท้าดิ่งเข้ามาหาผมกับท่านครูบาสุทธินันท์ทันทีด้วยความกระฉับกระเฉงทำให้ผมกับท่านครูบาตกใจไม่ทราบว่ามาด้วยจุดประสงค์อันใดเนื่องจากใส่หมวกใบใหญ่มองเห็นได้ไม่ค่อยชัดเจนนักในระยะไกล พอมาถึงระยะชิดเขาคนนั้นจึงได้ถอดหมวกออกอย่างรวดเร็ว พร้อมับยกมือไหว้ท่านครูบา และผมด้วยอาการที่สงบเรียบร้อยพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าที่เริ่มเหี่ยว

ผมจึงหายตกใจครั้นเมื่อชายหนุ่มร่างใหญ่คนนั้นถอดหมวกออก และเห็นโครงร่างและใบหน้าที่ชัดเจน จึงรู้ว่าเป็นพ่อใหญ่ทองม้วน หรือพ่อใหญ่สมร สิมสีดา ที่มาอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ในรุ่นแรก พร้อมกับต่อว่าผมอย่างหน้าตาดุดันว่า "ผมลำเอียง" "ผมรักลูกศิษย์ไม่เท่ากัน"ผมจึงได้ถามต่อว่าลำเอียงอย่างไร พ่อใหญ่สมร จึงได้สาธยายว่า รุ่นที่พ่อใหญ่สมรมาอบรมนั้นผมไม่ได้สอนวิชาการขยายพันธุ์พืช โดยเฉพาะการต่อยอดไม้ผล และไม้ดอกไม้ประดับให้กับกลุ่มดังกล่าว พ่อใหญ่สมร จึงบอกว่าเขาเสียโอกาส แต่มีความสนใจจะทำอย่างไรดี

ผมจึงต้องผวา และภูมิใจที่ยังมีเกษตรกรประเภทนี้อยู่ เพราะโดยทั่วไปเท่าที่ผมเห็นไม่ค่อยเสาะแสวงหาความรู้มากนัก แล้วท่านครูบา จึงถามต่อว่าอยากเรียนเรื่องอะไร พ่อใหญ่สมรจึงตอบว่า "ต้องการเรียนการเปลี่ยนยอดกระสังให้เป็นยอดมะนาวครับ" นับว่าเป็นเกษตรกรที่ที่มีความสนใจเป็นพิเศษ แล้วท่านครูบาจึงโยนคำถามไปว่าต้องการเรียนเมื่อไหร่ อุปกรณ์พร้อมหรือยัง "พร้อมแล้วครับ" เป็นคำพูดของพ่อใหญ่สมร จากนั้นท่านครูบาจึงได้พาทีมนักศึกษา ออกไปสาธิตวิธีพร้อมกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการเปลี่ยนยอดกระสังให้ออกลูกเป็นมะนาวน้ำหอมลูกใหญ่ๆ

ครั้นไปถึงสวนของพ่อใหญ่สมร สิมสีดา พ่อใหญ่เริ่มร่ายยาวเกี่ยวกับเกษตรกรรมแบบประณีตที่ตนเองทำมากับมือร่วม 2 ปี และต้องทึ่งในความคิด และ ความสามารถ ที่ระดับเกษตรกรสามารถทำได้ดีทีเดียว และเมื่อมาถึงต้นกระสังจึงได้เริ่มลงมือสามธิตการเปลี่ยนยอดกระสังทันที และเป็นที่น่าแปลกครับ พ่อใหญ่สมร บอกว่าให้ผมทำเพียงกิ่งเดียวก็พอแล้ว ส่วนที่เหลือเขาจะทำเอง จึงทำให้ผมมีความมั่นใจในการเรียนรู้ของพ่อใหญ่สมรอีกครั้ง ว่าเขาเป็นคนไฝ่เรียนรู้จริงๆ

จากกรณีของพ่อใหญ่สมร คงเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการทำเกษตรกรรมแบบประณีตที่ปลูกพืชอย่างหลากหลาย และเป็นคนที่รักการเรียนรู้ รักในการที่จะพัฒนาตนเองและงานในอาชีพ อยู่เสมอ

ขอบคุณมากครับ

อุทัย อันพิมพ์

1 เมษายน 2550