Talking about books
บ่ายแก่ๆ ของวันศุกร์สิ้นเดือน ฉันดูการถ่ายทอดสดการเปิดสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ โดยสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานเปิดงาน ความจริงเมื่อวานก็โหนรถไฟฟ้าอยู่แหม็บๆ น่าจะรอแวะไปงานเสียหน่อย แต่ก็ทนใช้ชีวิตอยู่เมืองหลวงได้ไม่นานก็เผ่นกลับบ้านนอกดีกว่าอากาศก็ร้อนเหลือทน เอาหล่ะ มาใช้คำศัพท์ธรรมดาๆ พูดถึงหนังสือกันดีกว่านะ ฮั่นแน่...อย่าบอกนะว่าไม่อ่านหนังสือ อย่างน้อยก็หนังสือพิมพ์รายวันก็ยังดี ใครไม่อ่านหนังสือทุกวันระวังจะเป็นโรคอัลไซเมอร์นะเออ....
Talking about films and books
When a new book comes out, newspapers or and magazines will review it.. The people who review the book are called book reviewers and they write book reviews.
จะเลือกหนังสือสักเล่มนึงหาอ่านตามคอลัมน์แนะนำหนังสือ (recommended books/ book reviews)ก็ได้ เขาเขียนแนะนำหนังสือใหม่ ไม่ต้องไปถึงห้าง เปลืองน้ำมัน เล็งๆ ไว้ว่าอยากอ่านเรื่องไหน เดี๋ยวนี้เราซื้อหนังสือออนไลน์ได้ ส่งมาถึงประตูบ้านเลย สะดวกจริงๆ อิฉันมีวิธีสะดวกกว่านั้น คือยืมชาวบ้านอ่าน (ไม่เปลืองตังค์ 5555)
We can say that a novel or film is based on a true story.
นวนิยายหรือหนังเรื่องนี้มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง
based on = สร้างมาจาก/ มีพื้นฐานมาจาก
We talk about the beginning and end of a book/film (NOT start and finish).
เราพูดถึงตอนเริ่ม และตอนจบของหนังสือ
You may recommend a book/film that you enjoyed to a friend.
If a lot of people have enjoyed it, it is highly recommended.
A highly recommended book is usually beautifully written.
เมื่อเราชอบหนังสือหรือหนังที่เราอ่านนั้น เราอาจแนะนำให้เพื่อนอ่านก็ได้ หากมีผู้อ่านและแนะนำต่อๆกัน หนังสือนั้นก็จะกลายเป็นหนังสือน่าอ่าน(หมายความว่าหลายคนยอมรับว่าควรจะอ่าน) เป็นหนังสือที่เขียนได้ดี สละสลวย
หลายคนชอบอ่านข่าวเรื่องส่วนตัวดารา
เอาหล่ะ คำศัพท์อื่นๆ มีอีกค่ะ
Ann was so absorbed in her book that she didn’t hear me.
เวลาแอนอ่านหนังสือแล้วอินมาก
ไม่ได้ยินที่เราเรียกเลย
Many people find articles about the private lives of film stars compulsive reading.
เพราะมันน่าอ่านเกินห้ามใจ หรือ วางไม่ลง หุหุ
You should renew /return a library tomorrow.
เธอน่าจะเอาหนังสือไปยืมต่อ หรือคืน
ที่ห้องสมุดพรุ่งนี้นะ
The boy flicked/skimmed through the book without reading it in detail.
เด็กผู้ชายคนนั้นแค่พลิกๆ หนังสือดู ไม่ได้อ่านละเอียด
เมื่อกี้ฟังทีวีเขาบอกว่า คนไทยเข้าห้องสมุดโดยเฉลี่ย 0.02 นาที !!--- ประทานโทษ --- ก้าวขายังไม่ทันจะพ้นประตูห้องสมุดเลยก็ถอยออกไปแล้ว ห้องสมุดถึงได้ร้างเหลือเกิน-- ร้านเกมถึงได้แน่นเอี๊ยด --- อิฉันก็ช่วยได้คือการบริจาคหนังสือที่อ่านแล้วให้ห้องสมุด ไปดูสิห้องสมุดคณะมนุษย์ฯ มีหนังสือที่อ่านแล้วทำให้เพื่อนๆ ร้องไห้ระงมคือ The Chicken Soup for the Teacher’s Soul เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตครูน่ะ อ่านแล้วจะมีกำลังใจทำงานมากๆ นี่ มี review ให้คลิกเข้าไปอ่านด้วยนะ
แค่บอกชื่อหนังสือที่อ่านก็รู้ว่าคุณเป็นคนอย่างไร
จริงไหมหนอ...
อ่าน blog แทน(หนังสือ)ได้ปะครับ
ได้สิคะ
แต่เอาไปอ่านในห้องน้ำไม่ได้อ่ะ แหะๆ
เห็นด้วยมาก ๆ ครับ อ่านมากมีความรู้มากครับ...
ขอบคุณมากครับ...
I always see my mom reads a book more than cooks for me.ไม่รู้ทำไมอ่านแต่หนังสือwได้ทุกเวลา…Oh yes she’ll take the big Examination next week.When she has a spair time she also read แพรว ,ชีวจิต,WE ect.ไม่เห็นมีเวลาอ่านหนังสือลูกรัก หรือ แม่และเด็กเลย!!! Never mind because my grandma is a good chef in my village!!?
เห็นด้วยครับ การอ่านทำให้ผมมีงานทำจนถึงทุกวันนี้แต่มีหนังสือเล่มหนึ่งเค้าสอนว่า
"Read less but learn more"
ทำให้ผมคิดถึงสมัยมัธยมครับ
จะจับหนังสือมาวิ่งผ่านตาดำ
เมื่อจะสอบในวันรุ่งขึ้นเท่านั้น
อ่านน่ะอ่านจริงครับ แต่จับประเด็นอะไรๆ
ได้น้อยเต็มที แบบนี้เรียกว่า
"Read more but learn less"
มาเลิกเอาตอนเรื่มทำงานนี่เอง
น้องๆ อย่าเอาอย่างนะครับ
ขอแสดงความยินดีด้วยกับ Best Nu Blog นะครับ
เรื่องเขาห้องสมุดนี้ ถ้าจะจริงนะ ถ้าคิดเฉลี่ยต่อวัน สำหรับผมอาจน้อยว่า 0.02 วินาทีก็ได้ เรียนมา 10 ปี เข้าห้องสมุดไม่เกิน 10 ครั้ง