อาจารย์กิจกรรมบำบัดที่เป็นวิทยากรทั้งหมดทำงานหนักเพื่อให้ได้เนื้อหาความรู้ที่ถูกต้องและทันสมัย สำหรับผม...ผมกำลังพัฒนากระบวนการคิดและทำงานแก่น้องๆ และกำลังฝึกตนเองในการถ่ายทอดความคิด...ที่ตนเองถูกฝึกมาให้เป็นระบบ...มิฉะนั้น "เด็กพิเศษ" ก็จะไม่ได้ "โปรแกรมที่พิเศษจริงๆ"

ผมเพิ่งลดอาการ "คิดค้าง" เพราะได้ลองสวมหมวกอยู่สองใบขณะเป็นวิทยากร หมวกใบแรกคือ "หัวหน้างานที่กำลังติดตามพัฒนาน้องๆอาจารย์ฝึกหัดของกิจกรรมบำบัดมหิดล" หมวกใบที่สองคือ "นักวิจัยที่กำลังคิดระบบให้กับการสร้างโปรแกรมของผู้ร่วมงาน"

นามธรรมที่ค่อยๆผ่านความนึกคิดของแต่ละคน เราจบกิจกรรมบำบัดทางจิตสังคมต้องค่อยๆสกัดความคิดโดยรวมของผู้เข้าประชุมทั้ง ๕๐ ท่าน

ท่านคงอยากทราบว่าผมใช้เทคนิคอะไรบ้าง เพื่อการนำไปใช้ในการสร้างทีมงานของท่านให้รู้จัก "systematic programming model" & "knowledge management on program development/evaluation"

ถ้ามองแบบนักวิจัย  

เทคนิคแรกคือ Knowledge Update & Development of Clinical Pratice Guideline (CPG) อาจารย์กิจกรรมบำบัดทุกท่านได้ผ่านกระบวนการ "ค้นคว้าและประเมินคุณภาพของงานวิจัยในแต่ละกลุ่มของเด็กพิเศษ" แต่ละท่านทราบโจทย์จากผม คือ ต้องหาข้อมูลเพื่อบรรยายในงานประชุมในแต่ละกลุ่มของเด็กพิเศษ ตั้งแต่ข้อมูลทั่วไป การรักษาที่น่าสนใจและความรู้ที่น่าจะนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจารย์ทุกคนได้ค้นคว้าและคุณภาพประเมินงานวิจัย จนถึงเตรียมสรุปหัวข้อเพื่อนำเสนอทั้งบรรยายและตำราประกอบ (คล้ายๆจะเป็น CPG) โดยใช้เวลาทั้งสิ้น ๓ เดือน

เทคนิคที่สองคือ Knowledge Management Meeting ประชุมเน้นให้ผู้อบรมฝึกฝนทักษะความคิดระหว่างความรู้ที่มีหรือปฏิบัติอยู่จนเคยชินกับความรู้ใหม่ๆจากการฟังคำบรรยายของอาจารย์วิทยากร

เทคนิคที่สุดท้ายคือ Reflective Thinking (based on story telling and analytical conversation) ผู้อบรมได้ทำงานเดี่ยวและกลุ่ม มีบรรยาการของการทำงานและวิเคราะห์หลักการการสร้างโปรแกรม จนถึงการเขียนโปรแกรมของกลุ่มหรือแต่ละบุคคล

ผลการวิจัยความคิดของผู้เข้าอบรมเทียบกับความคาดหวังของผู้เข้าอบรม คือ ส่วนใหญ่คาดหวังแนวคิดเพื่อนำไปพัฒนาโปรแกรม แต่พอทำการสร้างจริง ส่วนใหญ่ดึงความรู้และประสบการณ์ในตัวตนมารายงานมากกว่า ส่วนใหญ่ขาดการนำความรู้ใหม่ๆ มาวิเคระห์และประสมประสานกับความรู้เดิมเพื่อการสร้างโปรแกรมที่ตรงกับความต้องการของเด็กพิเศษ และตรงกับหลักการเหตุผลที่สนับสนุนว่าโปรแกรมนี้น่าจะใช้ได้ดีและถูกประเมินผลได้ดีจริงๆ

สิ่งที่คาดว่าจะติดตามต่อไป คือ อาจารย์กิจกรรมบำบัดกำลังจะนำความรู้และประเด็นสำคัญในงานอบรมครั้งนี้ไปต่อยอดโดยสร้างโปรแกรมในเด็กออทิสติกร่วมกับผู้ปกครองและทำวิจัยดูประสิทธิภาพต่อไป

นอกจากนี้อาจารย์วิทยากรกำลังจะติดต่อท่านเพื่อร่วมงานวิจัย และ/หรือสอบถามความก้าวหน้าของการต่อยอดจากโปรแกรมที่ท่านสร้างไว้ในงานอบรม อาจจะติดต่อทางอีเมล์ มือถือ หรือมือถือต่อไปครับ

แต่ผมก็ยังอยากเห็นการสร้างบันทึกความคิดและสะท้อนการนำโปรแกรมที่สร้างว่าดีหรือต้องปรับปรุงอย่างไร ผมจะคอยติดตามดูบันทึกของแต่ละท่านต่อไปครับ

ขอบคุณที่เสียสละเวลาและทุนทรัพย์มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และความรู้สึกดีๆต่อกันครับ

อาจารย์ป๊อป