อ้าว! ทำไมไม่ไปถามชาวบ้าน มาถามผมทำไม” “ผมไปถามแล้ว พ่อใหญ่ดาบอกว่า อยากกินลาบหมู”“อยากกินจะยากอะไร หมูอยู่ในอวย เอาออกมาเป็นเครื่องมือสร้างบทเรียนสิ”

 

การจัดการเรียนการสอน หรือแม้แต่ฝึกอบรมกับบุคลากรในระดับต่างๆ  ถ้าเป็นการจัดการแบบตามใบสั่งหรือทำอย่างขอไปที นอกจากเสียเวลาและงบประมาณแล้ว มันน่าจะดีดหูคนที่คิดหรือสั่งการอย่างขอไปที เพราะจะเป็นการไปเติมความไม่เอาไหนของระบบการส่งเสริมความรู้ของประชาชน จากการฝึกอบรมครั้งนี้เราเหมือนถูกวางยา ให้เป็นหนูลองยาจัดการอบรมที่เผชิญกับความจริง นับตั้งแต่การงดเบี้ยประชุม ไม่มีงบประมาณให้ไปทดลองทำตามความรู้ความต้องการที่ไปอบรมมา ชาวบ้านงอแงตั้งแต่วันที่มีผู้ไปสอบถามความสมัครใจแล้ว

 “ฉันจะได้อะไร คำถามนี้ต้องการคำตอบที่ชัดแจ้งในเบื้องต้น

 เจ้าก็จะได้วิชาความรู้ เอามาทำมาหากินยังไงละ

วิชาความรู้ อะไร ไปมาหลายที่แล้ว มันก็อีหรอบเดียวกัน

ความรู้เศรษฐกิจพอเพียง ไปเรียน ไปอยู่ ไปกิน สี่คืนสามวัน

พอเพียงยังไง ฉันจะเอาทุนที่ไหนไปทำ ขอเก่าก็ทวงแล้วทวงอีก

ฉัน-ผม ไปไม่ได้ ยิ่งต้องไปนอนด้วยใครจะดูแลบ่อปลา เป็ดไก่ ผักไม่มีคนรดน้ำ

“?@#!><KI$+*&%??? ฝ่ายประสานงาน เขายี่ยักยี่หย่อนรับปากแบบขอไปที 

    

สถานการณ์ที่เล่านี้คือสภาพการณ์ที่เรากำลังฝึกอบรมคนที่ไม่พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนา ชาวบ้านเคยไปฝึกอบรมกับหน่วยงานต่างๆ จนเป็นที่รู้ตรงกันว่า มาแล้วต้องมีเบี้ยเลี้ยง มีของฝากของแถมของแจก มีใบสั่งที่ควรเกรงใจเป็นตัวกำกับ 

  

กระบวนการฝึกอบรม การถ่ายเทความรู้ ความสามารถในการให้ความรู้เรื่องที่เขาสนใจ และจูงใจให้เกิดความคิดความตระหนัก เกิดความกระหายใคร่รู้ที่จะแก้ปัญหาอย่างแท้จริงไม่ค่อยจะมี เพราะโจทย์ในการจัดอบรมเกิดจากห้องแอร์   แม้แต่เงื่อนไขที่ศูนย์เรียนรู้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้  มันเหมือนอะไรก็ไม่รู้ ดูอยู่ว่าจะมีคนกล้ายอมรับความจริงไหม กล้าคิดที่จะแก้ไขสถานการณ์นี้ไหม หรือจะปล่อยให้มันเป็นแผลเก่าที่จารึกความน่อมแน้มไว้  

ในฐานะหัวหมู่ทะลวงฟัน การออกแบบเรียนรู้แบบถึงลูกถึงคนนั่นถนัดอยู่แล้ว อาจารย์ประสงค์ อาจหาญ สนใจหัวข้อวิทยานิพนธ์เรื่องสุกร ในขั้นตอนแรกก็ควรจะรู้ว่า..ชาวบ้านคิดเกี่ยวกับสุกรว่าอย่างไร อย่านึกว่าง่ายนะครับ มันอลเวงมาตั้งแต่สมัยผู้ใหญ่ลีจนถึงทุกวันนี้  

ครูบา ทำอย่างไรผมจะเข้าถึงความคิดของชาวบ้านได้

ก็พาชาวบ้านทำอะไรที่สนุกๆสิ

ทำแบบไหนครับ ชาวบ้านถึงจะสนุก

อ้าว! ทำไมไม่ไปถามชาวบ้าน มาถามผมทำไม

ผมไปถามแล้ว พ่อใหญ่ดาบอกว่า อยากกินลาบหมู

อยากกินจะยากอะไร หมูอยู่ในอวย เอาออกมาเป็นเครื่องมือสร้างบทเรียนสิ 

นี่คือที่มาของการสร้างบทเรียนที่มีชีวิต  อาจารย์ประสงค์ ประกาศหามือจัดการหมู เปลี่ยนสภาพหมูเป็นตัว มาเป็นลาบก้อยที่ชาวบ้านต้องการ มีมือล่าสังหารอาชีพ มือชำแหละ มือปรุงลาบก้อย เป็นชุดความรู้ในระดับชุมชนที่หาได้ทุกสาขาในทุกลุ่มผู้เข้าอบรม ตอนเย็นจึงเกิดวิชา ชำแหละหมู ลาบหมู รับประทานหมู ก่อนนอนก็มาถกกันเรื่องหมูๆ

     สนทนาว่าด้วยเรื่องหมูในอวย 

  • หมูสมัยนี้ทำหางสั้น
  • ทำไมหูมันถึงขาดกะรุ่งกระริ่ง
  • ทำไมหนังบาง
  • ทำไมไม่ค่อยมีน้ำมัน
  • ทำไมมันตัวใหญ่ โตไว
  • ทำไมมันต้องกินหัวอาหาร
  • ทำไมมันมีหลากหลาย สีแดง สีขาว สีด่าง
  • หมูพันธุ์ใหม่ ก็ต้องเลี้ยงด้วยวิชาความรู้แบบใหม่
  • วิชาหมูแบบใหม่ เป็นจั๊งได๋ครับ?

มื่อบทเรียนมันกระแทกตากระแทกท้องอย่างนี้  กระบวนการเรียนรู้ก็เริ่มจะเอาจริงเอาจังมากขึ้น เพราะเขาตระหนกว่า วิทยากรของศูนย์แห่งนี้คิดจริงทำจริงรับผิดชอบความจริง ต้องการให้ชาวบ้านเกิดสำนึกที่จะคิดและมองอนาคต..กว่าจะเริ่มคิดจริงจังได้หมูเห็ดเป็ดไก่แทบหมดคอก ครับท่าน!