เราต้องจัดการความรู้ให้ทันเหตุการณ์ เป็นตัวอย่างที่ดีตามสไตล์ “คุณอำนวย” แบบ KMธรรมชาติ นั่นแหละครับ

ระยะนี้ เป็นระยะที่ผมกำลังเตรียมประเด็นที่จะแลกเปลี่ยนกับเจ้าหน้าที่ของบริษัทปูนซีเมนต์ไทย ที่สวนป่าสตึกในวันที่ ๒ เมษายนนี้

   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมมานั่งคิด เดา ว่าประเด็นการพูดคุยด้านการทำหน้าที่ของคุณอำนวยในระบบ KMธรรมชาติ ที่เรากำลังทำกันในระบบมหาชีวาลัย ที่ต้องเป็นต้นแบบให้ผู้อื่นเห็น และเข้าใจ และทำตามในหลักการได้ แต่ในทางปฏิบัตินั้นจะแตกต่างกันออกไป ตามระบบพื้นฐาน ความต้องการ และระบบสังคมแวดล้อม</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ประเด็นที่อาจสื่อกันได้ ระหว่าง KMธรรมชาติ และธุรกิจการก่อสร้าง ก็คือ การสร้าง ที่ดีนั้น ต้อง </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1.     ทนลม โดยปกติ เพราะทุกแห่งต้องมีลมอย่างเป็นธรรมชาติ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2.     ทน กระแส น้ำ ในพื้นที่น้ำท่วม หรือทีกระแสน้ำพัดผ่าน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">3.     ทน แผ่นดินไหวในพื้นที่ที่มีหรือเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">4.     ทน ไฟ ที่ทำให้เกิดการสูญหายแบบเฉียบพลันได้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พอถึงตอนนี้ก็จะมีคนสงสัยทันทีว่า แล้ว ลม กระแสน้ำ และแผ่นดินไหว มาเกี่ยวกับการจัดการความรู้อย่างไร</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จึงขอแจงตรงนี้ว่า</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ลม ก็คือสิ่งที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน พัดไปพัดมา อาจมีที่มา แต่ไม่ค่อยมีแก่นสาร ในทางสังคมและการจัดการความรู้ก็อาจเป็นเรื่อง การพูดคุย กันไปเรื่อยๆ โดยไม่มีสาระ บางครั้งพัดแรงแบบพายุ มีแรงทำลายได้มาก แต่บางทีก็พัดแบบเย็นสบาย ถ้าไม่พัดเสียเลยก็จะอบอ้าว ไปเสียอีก</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ระบบ ลม ทางสังคมก็เป็นในลักษณะเดียวกัน เหมือนการพูดคุยที่บางครั้งก็ดูเหมือนจะมีพลัง แต่สักพักก็หยุด หรือหายไป  เราจึงต้องอยู่กับกระแสลมอย่างเป็นประโยชน์ เปิดหน้าต่าง(ใจ)รับลมบ้าง ปิดหน้าต่างกันลมแรง เปิดพัดลมระบายความร้อน หรือแม้กระทั่งสร้างบ้านที่ต้านทานลมพายุได้ดี แรงแค่ไหนหลังคา (โครงสร้างส่วนบน) ก็ยังไม่พังปลิวตามลมไปเสียก่อน </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กระแสน้ำ ก็คือกระแสการพัฒนาด้านต่างๆทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ที่ถ้ารุนแรงมากหรือรับมือไม่ทันก็จะมีปัญหาอย่างแน่นอน เพราะถ้าใช้สมมติฐานไม่ถูกต้องก็ลำบากแน่นอน เช่น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>  คนที่อยู่ในพื้นที่ถูกน้ำท่วมไม่ต้องการน้ำ หรือระบบเศรษฐกิจเจริญมากๆ คนจะไม่ขาดเงินไม่เป็นหนี้ ซึ่งไม่จริงทั้งคู่   </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีความสามารถต้านกระแสนี้ และอยู่กับกระแสอย่างเป็นธรรมชาติ จึงจะไม่เดือดร้อน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สำหรับ แผ่นดินไหว ก็คือการเปลี่ยนแปลงระดับพื้นฐาน ที่ทำให้ระบบอยู่ไม่ได้ ที่อาจทำให้โครงสร้างสั่นสะเทือนและล่มสลายได้</p>  แล้วเราจะจัดการความรู้อย่างไร จึงจะสามารถต้านทาน กระแสลม น้ำ และแผ่นดินไหวได้  เราะต้องเข้าใจข้อเด่นข้อด้อย และทางออกในการแก้ปัญหาพื้นฐานทั้งสามด้าน   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และนอกจากนี้ยังต้องระวังปัญหาจาก ไฟ ที่จะทำให้ระบบการก่อสร้างดังกล่าวอ่อนแอลง เหมือนตึก World Trade Center ที่สามารถต้านทานแผ่นดินไหว แต่อ่อนแอจากระบบของไฟ จนพังสลายได้โดยง่าย</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กระแสลม ต้องระวังคำพูดของคน ทั้งดีและไม่ดี ทำให้เราหลงประเด็นและทิศทางได้ง่าย</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กระแสน้ำ ต้องระวังกระแสการพัฒนาที่ทำให้เราหลุดจากฐาน หรือ เน่าจากภายในได้ง่าย</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กระแสแผ่นดินไหว ก็คือกระแสการเปลี่ยนแปลงระดับโลก ที่ทำให้ฐานชีวิตของเราพังทลายได้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ไฟ ก็คือเหตุการณ์ร้ายแรง ฉับพลันที่คาดไม่ถึง หรือ อัตราเสี่ยง (risks) ที่ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นมาอาจสูญหายไปทั้งหมด แบบทันที และอาจไม่ทันตั้งตัว</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เราต้องจัดการความรู้ให้ทันเหตุการณ์ เป็นตัวอย่างที่ดีตามสไตล์ คุณอำนวย แบบ KMธรรมชาติ นั่นแหละครับ</p>  ดังนั้น การจัดการความรู้ต้องระมัดระวัง กระแส ต่างๆ ไว้ด้วยอย่างมั่นคง จึงจะเป็น อาคาร หรือบ้านที่ดีที่สุด ทนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ครับ