6 วิธีป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

อาจารย์นายแพทย์มาร์ทิน เอสลิน ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งแนะนำว่า วิธีป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่สำคัญมี 6 วิธี

Hiker

จดหมายข่าวสุขภาพมหาวิทยาลัยอลาบามา สหรัฐฯ มีคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ…

อาจารย์นายแพทย์มาร์ทิน เอสลิน ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งแนะนำว่า วิธีป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่สำคัญมี 6 วิธีได้แก่

  1. รักษาน้ำหนักให้พอดี อย่าให้อ้วน
  2. อย่ากินเนื้อแดง หรือเนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น วัว ควาย แพะ แกะ หมู ฯลฯ มากเกิน
  3. กินผัก ผลไม้ให้มากพอทุกวัน
  4. กินวิตะมินรวมที่มีกรดโฟลิค (folic acid)
  5. ออกกำลังกายเป็นประจำ
  6. กินแคลเซียมให้มากพอทุกวัน

ผู้เขียนขอเสริมหน่อยว่า นอกจากผัก ผลไม้แล้ว… สุขภาพดีเริ่มที่ข้าวกล้อง การกินข้าวกล้องให้วิตะมิน แร่ธาตุ สารพฤกษเคมี(สารคุณค่าจากพืชผัก) และเส้นใย(ไฟเบอร์)มากมาย

คนที่กินข้าวกล้องทุกวันมีแนวโน้มจะได้รับเส้นใย(ไฟเบอร์)จากข้าวกล้องมากกว่าผัก ผลไม้เสียอีก นอกจากนั้นควรเพิ่มถั่ว งา เห็ดเข้าไปอีกหน่อย เพื่อให้ได้เส้ยใย(ไฟเบอร์)เพียงพอทุกวัน

เส้นใย(ไฟเบอร์)ทำหน้าที่คล้ายไม้กวาด และไม้ถูพื้น (mop) ช่วยทำความสะอาดลำไส้น้อย และลำไส้ใหญ่ทุกวัน ช่วยลดโอกาสเกิดสารก่อมะเร็งในลำไส้ใหญ่ และช่วยขับสารพิษในอุจจาระออกไปเร็วขึ้น (ป้องกันท้องผูก)

คนที่กินเส้นใยไม่พอเปรียบคล้ายคนที่ไม่กวาดบ้าน นานๆ เข้าพิษภัยต่างๆ จะสะสมพอกพูน กำเริบเป็นโรคต่างๆ มากมาย

วิตะมินชนิดกรดโฟลิค (folic acid) มีมากในผลิตภัณฑ์จากพืช… การกินพืชผักหลากหลายทุกวันมีส่วนช่วยให้ได้รับกรดโฟลิคเพียงพอทุกวัน

กรดโฟลิคสำคัญมากสำหรับท่านที่บริจาคเลือดเป็นประจำ เพราะช่วยในการสร้างสาร DNA ใหม่ ทดแทนเลือดที่สละให้คนอื่นไป

ท่านที่บริจาคเลือดควรกินยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็กวันละ 1-3 เม็ดพร้อมอาหาร

  • 15 เม็ดสำหรับผู้ชาย ต่อ 1 รอบบริจาคเลือด
  • 30 เม็ดสำหรับผู้หญิง ต่อ 1 รอบบริจาคเลือด

แข็งแรงดีแล้วอย่าลืมไปบริจาคเลือดครั้งต่อไป ท่านที่ไม่ได้บริจาค หรือไม่มีโอกาสก็อย่าเพิ่งเสียใจ ชีวิตเรามีอะไรดีๆ ให้ทำอีกหลายอย่าง

แม้แต่การกินเนื้อน้อยหน่อย เพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็มีส่วนช่วยชาติได้ เพราะชาติเข้มแข็งมาจากคนในชาติแข็งแรง (Healthy nations come from healthy citizens) ครับ…

    แหล่งที่มา:

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านสุขภาพ

คำสำคัญ (Tags)#สุขภาพ#มะเร็ง#วิตามิน#ออกกำลัง#แคลเซียม#เนื้อ#วิตะมิน#เส้นใย#ไฟเบอร์#ลำไส้ใหญ่

หมายเลขบันทึก: 87574, เขียน: 30 Mar 2007 @ 15:53 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 17:54 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 20, อ่าน: คลิก


ความเห็น (20)

เขียนเมื่อ 
มะเร็งลำได้ใหญ่ปกติเขาตรวจกันหรือเปล่าครับ? ตรวจลำบากหรือแพงหรือเปล่า?

ขอขอบคุณ... คุณวีร์และท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • คนซีกโลกตะวันตก (ฝรั่ง) เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่กันมาก คำแนะนำของเขาให้คนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปตรวจ เช่น ตรวจหาเลือดในอุจจาระ ส่องกล้อง สวนแป้งตรวจลำไส้ใหญ่ ฯลฯ

ซีกโลก...

  • คนซีกโลกตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไทย ฯลฯ เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่น้อยกว่าฝรั่ง จึงควรเน้นป้องกันตามที่อาจารย์นายแพทย์เอสลินแนะนำไว้
  • การตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ควรพิจารณาทำเมื่อน้ำหนักลด มีไข้เรื้อรัง เลือดออกทางอุจจาระ ท้องผูกหรือท้องเสียสลับกัน อะไรทำนองนี้...

เพิ่มหน่อย...

  • แนะนำให้อ่าน...
  1. [ Click - Click ]
  2. [ Click - Click ]
  3. [ Click - Click ]

เพิ่มอีกหน่อย...

  • แนะนำให้อ่าน
  1. [ Click - Click ]
  2. [ Click - Click ]
  3. [ Click - Click ]
เขียนเมื่อ 

เป็นประโยชน์มากครับ...

เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องใหญ่ครับ ช่วงนี้ก็ดูแลสุขภาพอยู่ครับ...

ขอบคุณมากครับ...

เขียนเมื่อ 
P
ขอบคุณคุณหมอมากครับ T_T (ซึ้งใจ)
IP: xxx.172.206.139
เขียนเมื่อ 

เป็นประโยชน์มากค่ะ เราควรรักษาสุขภาพ แล้วคนที่เป็นริดสีดวงทวาร มีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ไหมคะ

ขอบคุณอาจารย์หมอวัลลภมาก ๆ ค่ะ

เลือกทานและออกกำลังกายอย่างที่อาจารย์หมอแนะนำ ยังไงก็แข็งแรง สุขภาพดีนะค่ะ  ^-^

เขียนเมื่อ 
เรียนถาม ท่านอ.หมอวัลลภครับ ผมท้องเสียบ่อยมาก เรียกได้ว่าทุกอาทิตย์เลย บางครั้งเป็นหลายวันติดต่อกัน ไม่ทราบว่าการการแบบนี้มีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือเปล่าครับ หรือว่าผมควรทานยาอะไรครับ

เคยฟังบรรยาย อสุรเกียรติ อาชานานุภาพ พูดถึงข้าวกล้องว่าดี แต่เก็บรักษาไม่ให้มีเชื้อรายาก

อาจารย์ เล่าว่าสำนักฆราวาสที่กินมังสะวิรัติแห่งหนึ่งตรวจพบสาร อะฟลาทอกซินในเลือดสูงมาก มาค้นหาสาเหตุ คงเป็นเพราะกินข้าวกล้องและเมล็ดถั่วแห้งเป็นประจำ เพราะตรวจเจอเชื้อราจากทั้งสองอย่างนี้

และให้คำแนะนำว่า เมื่อเปิดถุงข้าวกล้องให้เก็บส่วนที่เหลือในตู้เย็นเลย หรือเลี่ยงไปกินข้าวขาว แต่กินผักผลไม้เยอะๆ แทนค่ะ

หลังจากนั้นตัวเองก็เลยไม่เชียร์ และไม่ต่อต้าน

กินบ้างถ้าเลือกได้ก็กินข้าวขาว แต่กินผักผลไม้เยอะๆ

อาจารย์มีข้อมูลเรื่องนี้ไหมคะ

หรือเราต้องการการวิจัย ที่ชัดเจน มีเหตุผลกว่านี้

ขอขอบคุณ... คุณ Mr.Direct และท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • ทราบจากประวัติว่า คุณ Mr.Direct เป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ ทำให้ได้ข้อคิดว่า สุขภาพเป็นเรื่องไม่มีพรมแดน และไม่ใช่ของหมอ "แต่ผู้เดียว" อีกต่อไป
  • ใครๆ ก็ใส่ใจสุขภาพได้

ขอให้พวกเรามีสุขภาพดี มีแรง มีกำลังไว้ทำอะไรดีๆ ไปนานๆ ครับ

ขอขอบคุณ... คุณวีร์และท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • ขอขอบคุณเช่นกันครับ
  • อือม์... ผมลืมเรื่องสำคัญไป

ถ้านับถือพระพุทธศาสนา...

  • น่าจะหาโอกาสทำบุญกับยา เช่น ยาลดกรด ยาถ่าย ยาแก้ท้องเสีย ฯลฯ และไม่ฆ่า-ไม่เบียดเบียนสัตว์ไว้ด้วย
  • เวลาบุญให้ผลจะได้เป็นผู้มีโรคน้อย โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ฯลฯ

และอย่าลืม...

  • (1). ทำบุญสาย "ส้วม" เช่น สมทบทุนสร้างส้วม ฯลฯ เนื่องจากเป็นบุญพิเศษที่เวลาให้ผลออกฤทธิ์สายปัจจัย 4 (อาหาร-ที่อยู่อาศัย-เครื่องนุ่งห่ม-ยา) ถึง 2 อย่างได้แก่ เสนาสนะ (ที่อยู่อาศัย) และยารักษาโรค(ข้อความในพระสูตรสงเคราะห์อาการปวดปัสสาวะ - ปวดอุจจาะเป็น "โรค")
  • (2). สวดพระปริตร และสวดมนต์ เพื่อป้องกันภัยพิบัติ และโรคร้าย (ป้องกันได้ระดับหนึ่ง ถ้าความประพฤติดี อนามัยดี และบาปกรรมที่มาเบียดเบียนมีกำลังแรงไม่มากนัก)

ดาวน์โหลดพระปริตรฟรีที่นี่...

ขอขอบคุณ... คุณไม่แสดงตนและท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • คนที่เป็นริดสีดวงทวารมีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่เท่ากับคนทั่วไป
  • ทว่า... เลือดที่ออกจากริดสีดวงทวารอาจจะไป "บดบัง" ทำให้ไม่รู้ว่า มีเลือดอื่นออกในทางเดินอาหารอีกหรือไม่ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ฯลฯ

เลือด...

  • เลือดจากริดสีดวงทวารมีแนวโน้มจะ "หยด" ลงมาพร้อมกับอุจจาระ + มีสีแดงสด
  • เลือดจากมะเร็งลำไส้ใหญ่มีแนวโน้มจะตกเลือดหลายรูปแบบ เช่น เห็นเป็นมูกเลือด เป็นเลือดสด หรือออกคราวละน้อยมาก แต่ออกเรื้อรัง ทำให้มองไม่เห็นเลือด ตรวจพบเป็นโรคเลือดจาง ฯลฯ

โปรดสังเกต...

  • โปรดสังเกตว่า ลักษณะเลือดที่ออกมาแยกกันได้ไม่เด็ดขาดเลย
  • นอกจากนั้นริดสีดวงทวารมีแนวโน้มจะเกิดกับคนที่ท้องผูกบ่อย ยิ่งทำให้แยกอาการออกจากกันได้ยาก (ส่องกล้องแยกกันได้ดีมาก)

แนะนำ...

  • เชิญอ่านเรื่องเกี่ยวกับริดสีดวงทวารเพิ่มที่นี่...
  1. [ Click - Click ]
  2. [ Click - Click ]
  3. [ Click - Click ]
  4. [ Click - Click ]
  5. [ Click - Click ]

ขอขอบคุณ... คุณมะปรางเปรี้ยวและท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • ขอขอบคุณสำหรับการแวะมาเยี่ยมเยียน + กำลังใจครับ

ขอขอบคุณ... คุณทวีสินและท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • ถ้าถ่ายไม่เกินวันละ 3 ครั้ง + ไม่มีมูก-ไม่มีเลือด + ไม่มีไข้ + ไม่มีปัญหาน้ำหนักลด (มากถึง 10% ของน้ำหนักเดิมใน 6 เดือน)... ท้องเสียในคนอายุน้อยส่วนใหญ่ "ไม่มีอะไรร้ายแรง"
  • ถ้าเข้ากับข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น... ควรปรึกษาหมอ หรือบุคลากรสุขภาพ เช่น อนามัย พยาบาล ฯลฯ

ถ่ายบ่อย...

  • บางคนถ่ายวันละหลายครั้ง เช่น 1-2 ครั้ง/วัน ฯลฯ เป็นอย่างนี้มานาน อย่างนี้คงเป็นปกติของแต่ละคน

เมืองไทย...

  • เมืองไทยมีปัญหาอาหารไม่สะอาด และเน่าเสียเร็ว เนื่องจากอากาศร้อน-ชื้น มีการใช้กะทิปนในแกงสูง และปัญหาในการขนส่ง-เก็บรักษาอาหารทะเล
  • ถ้าเป็นไปได้... ควรหัดหุงข้าวกล้องเอง กินโยเกิร์ต-นมเปรี้ยวบ้าง เพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน

ขั้นต่อไป...

  • ขั้นต่อไป... ถ้าเป็นไปได้ ควรหัดทำกับข้าวเอง หรือนำกับข้าวที่บ้านไปกินที่ทำงาน เพื่อลดโอกาสได้รับอาหารเป็นพิษจากนอกบ้าน
  • ผลไม้ เช่น ส้ม ฯลฯ ไข่... ถ้าเป็นไปได้ ควรใช้น้ำยาล้างจานหยดบนฟองน้ำ ถูให้ทั่วก่อนนำไปปรุงอาหาร

อย่าลืม...

  1. นอนหัวค่ำหน่อย
  2. ออกกำลัง... อย่างน้อยเทียบเท่าการเดินวันละ 30-60 นาที + เดินขึ้นลงบันไดบ้าง เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อฝ่อตามวัย...
  3. ไม่สูบบุหรี่
  4. ไม่ดื่มเหล้า-เบียร์-ไวน์ เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานโรค
  5. พกสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ... ล้างมือทุกครั้งก่อนกินอาหาร ก่อนดื่มน้ำ และหลังออกจากห้องน้ำ เพื่อลดโอกาสติดหวัด และโรคหวัดลำไส้อักเสบ (ติดต่อกันเหมือนหวัด แต่ทำให้คลื่นไส้ หรือท้องเสียได้ 1-2 สัปดาห์)

ขอขอบคุณอาจารย์รวิวรรณและท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • ขอขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำที่ดีมากๆ... โดยเฉพาะการศึกษาของท่าน รศ.นพ.สุรเกียรติที่พบว่า สำนักฆราวาสที่กินมังสวิรัติแห่งหนึ่งที่กินข้าวกล้อง+ถั่วมีสารก่อมะเร็งจากเชื้อรา(อะฟลาทอกซิน)ในเลือดสูง

ถ้าไม่ลืมจริงๆ...

  • วันนี้ผมจะนำข้าวกล้องที่เหลืออยู่ใส่ตู้เย็นเลย เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อราที่ผิวข้าวกล้อง
  • ผมไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ และขอสนับสนุนข้อคิดของอาจารย์ที่ว่า น่าจะมีการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ให้มากขึ้น

ผมใช้วิธีนี้กับข้าวกล้อง...

  1. ซื้อครั้งละน้อยๆ ไม่เกิน 2 กิโลกรัม
  2. เลือกถุงข้าวชนิดที่ดูดอากาศออก (ถุงแฟบ แนบติดกับเมล็ดข้าว)
  3. เปลี่ยนยี่ห้อข้าวหลายเจ้า หมุนเวียนกันไป
  4. เมื่อเปิดใช้จะนำเข้าตู้เย็น (จะรีบทำตามที่อาจารย์แนะนำ)
เขียนเมื่อ 
ขอบคุณท่านอาจารย์หมอวัลลภ มากครับสำหรับคำแนะนำดีๆ ครับ

ขอขอบคุณ...

  • ขอขอบคุณ... คุณทวีสินและท่านผู้อ่านทุกท่านเช่นเดียวกันครับ
เขียนเมื่อ 
ขอบพระคุณครับ
    การให้ความรู้เป็นทาน ของท่าน เป็นบุญกุศลที่ผมร่วมอนุโมทนาอยู่ในใจตลอดมาครับ

ขอขอบพระคุณอาจารย์ Handy และท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • ขอขอบพระคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียน และให้กำลังใจครับ
  • ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาของท่านอาจารย์เช่นกัน... สาธุ สาธุ สาธุ