การจัดการความรู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นการบริหารจัดการโดยใช้ความรู้

             Professor Ikujiro Nanaka จาก The Graduate School of International Corporate Strategy Hitotsubashi University จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในการจัดการความรู้ในระดับโลก ได้กล่าวถึงการจัดการความรู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นการบริหารจัดการโดยใช้ความรู้ โดยเฉพาะ ในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ ” (Knowledge-based economy) องค์การต่างๆ ได้ให้ความสำคัญกับความรู้ เนื่องจากความรู้เป็นสินทรัพย์สำคัญและ เป็นมิติหนึ่งในด้านการพัฒนาองค์การที่มีลักษณะเฉพาะโดดเด่นกว่าสินทรัพย์อื่น คือยิ่งให้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น โดยความรู้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ <p>             1) ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์ของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่างๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ บางครั้ง จึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม </p><p>             2) ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่างๆ เช่น การบันทึก ทฤษฎี คู่มือต่างๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็นความรู้แบบรูปธรรม </p><p>             Professor Ikujiro Nanaka ได้กล่าวถึงโมเดลของการแปลงความรู้ใน 4 รูปแบบ (Four modle of knowledge conversion) หรือ SECI Model คือ </p><p>             1) การพบปะสมาคม ( Socialization) เป็นการพบปะสมาคมกับผู้อื่นช่วยให้เกิดการแบ่งปันความรู้ที่อยู่ภายในตัวบุคคลระหว่างคนหลายๆคน </p><p>             2) การถ่ายทอดความรู้ (Externalization) เป็นการเปลี่ยนความรู้ที่อยู่ภายในให้เป็นความรูปแบบชัดแจ้ง </p><p>             3) การผสมผสาน (Combination) เป็นการเปลี่ยนความรู้แบบชัดแจ้งอันหนึ่งให้เป็นความรูปแบบชัดแจ้งที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการในการสื่อสารและการกระจายความรู้ และ </p><p>             4) การนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติ (Internalization) เป็นการนำความรู้ที่ได้ใหม่ไปปฏิบัติ ซึ่งจะเปลี่ยนความรู้แบบชัดแจ้งให้กลายเป็นความรู้ที่อยู่ภายในบุคคลขององค์การ </p><p>             อีกทั้งยังองค์ประกอบพื้นฐานของการจัดการความรู้ในองค์การ ซึ่งทุกหน่วยงานสามารถนำไปปรับใช้ได้ ได้แก่ 1) วิสัยทัศน์ในการจัดการความรู้ (Knowledge Vision) ขององค์การ 2) วัตถุประสงค์ในการผลักดัน (Driving Objectives) 3) การพูดคุย สนทนา (Dialogue) และ 4) การลงมือปฏิบัติ (Practice) โดยมี Ba (พื้นที่) เป็นพื้นที่ร่วมอันทำให้เป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์ความรู้ซี่งเป็นบริบทที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนในการสร้างความรู้ เช่นตัวอย่างการจัดการความรู้ของโรงพยาบาล Eisai ในประเทศญี่ปุ่น ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารองค์การโดยการจัดการความรู้เป็นต้น</p>