เฉกเช่นวันนี้ ที่ครูอ้อยเขียนบันทึกเรื่องนี้ ขอเป็น Blogger ในหัวใจเธอ เพราะเป็นการขอ มิใช่การให้..ครูอ้อยจึงไม่มีความสุข.กับการที่เข้าไปอ่านบันทึกของมิตรรัก และไม่มีชื่อตัวเองในโผนั้น...
วันหนึ่งในขณะที่ขับรถกลับบ้าน   เปิดวิทยุฟังรายการวิทยุไปด้วย  ได้ฟังว่า....ปีนี้เป็นปีแห่งการให้....
ต่อจากนั้นก็ได้ยินดีเจ  พูดถึงเรื่องการให้   เมื่อให้แล้วจะมีความสุข  
พอขับรถไปจอดบริเวณสี่แยกไฟแดง  ต้องจอดรอนานทีเดียว  มีเด็กผู้หญิงที่ทำหน้าที่มาเช็ดกระจกหน้ารถ   ทั้งๆที่รถของครูอ้อยเพิ่งจะล้างมาเมื่อวานนี้เอง  ครูอ้อยก็ปล่อยให้เธอเช็ดไป  เธอเช็ดเสร็จแล้ว  ก็ยืนตรงรออยู่ข้างประตู  ทำตัวค้อมลง  เพื่อรอรับเงินกินขนมจากครูอ้อย  ครูอ้อยหยิบเงินให้เธอ  มองใบหน้าของเธอ..ยิ้ม..ครูอ้อยมีความสุขจังเลย 
ทั้งๆที่รถของครูอ้อยเพิ่งจะล้างเมื่อวานนี้    แต่ครูอ้อยก็หยิบเงินให้เธอ   เงินของครูอ้อย 5 บาท  แลกกับรอยยิ้มที่ทำให้ครูอ้อยมีความสุข  คุ้มจังเลยค่ะ....
ทำไมต้องคุ้ม..จะลงทุนกับความสุขกับการให้ต้องคิดด้วยหรือว่า...คุ้มหรือไม่..
เลิกคิดได้แล้ว..การให้นั้น   เมื่อให้ไปแล้ว   เขาไม่คิดกันหรอกค่ะ   ว่าจะคุ้มหรือไม่ 
ไม่คิดด้วยว่าจะได้รับอะไรตอบแทน  
แต่ครูอ้อยก็เริ่มรู้สึกว่า  ดีใจ  สุขใจกับการให้ 
การรับ..ตรงกันข้ามเลย  ก็ใช่สิ  จะมีความสุขกับการรับ  โดยที่ไม่ได้ให้ได้อย่างไร 
เฉกเช่นวันนี้  ที่ครูอ้อยเขียนบันทึกเรื่องนี้  ขอเป็น Blogger ในหัวใจเธอ  เพราะเป็นการขอ   มิใช่การให้..
ครูอ้อยจึงไม่มีความสุข.กับการที่เข้าไปอ่านบันทึกของมิตรรัก   และไม่มีชื่อตัวเองในโผนั้น...
ฮือฮือ...
การให้...มีความสุขมากกว่า...การรับจริงๆ