ครั้งแรกเมื่อปลายปี 2549 และล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 โรงไฟฟ้าแม่เมาะจัด workshop KM โดยจัดกันเอง ออกแบบกันเอง รวบรวมพลังจากสมาชิกที่เคยไปฟังการบรรยายจาก ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด เพียงคนละครั้งเดียว ซึ่งจัดที่ส่วนกลาง กรุงเทพฯ และเป็นระดับหัวหน้าแผนก จากประสบการณ์ 2 ครั้งเท่านั้นเอง ทำให้ได้เรียนรู้หลายอย่าง อย่างเช่น การบันทึกเรื่องเล่า เพื่อนำมาเก็บในคลังความรู้ เห็นพลังของเรื่องเล่า เพราะว่าเป็นการเล่าเรื่องการทำงานของนายช่างที่คุ้นเคยกันดี แต่ไม่คิดมาก่อนว่าเรื่องเล่าเหล่านี้ จะสำคัญต่อการพัฒนาคน พัฒนางานและพัฒนาองค์กร
หากดูผิวเผิน เหมือนกับการจัด workshop ธรรมดา แต่พอเห็นโปรแกรมทั้งปี และได้คุยในรายละเอียดมากขึ้น ทำให้ผมเห็นความคิดบางอย่างของคณะทำงาน ที่เขาก็อาจจะไม่รู้ หรือ ยังไม่รู่ว่าจะอธิบายอย่างไรดี คืออย่างนี้ครับ การตั้งวงสนทนาเป็นลุ่มย่อยนั้น ถูกออกแบบให้เป็นกลุ่มช่างวิชาชีพเดียวกัน แต่อาจจะทำงานกันคนละโรงไฟฟ้า (เพราะที่นี่มี 10 โรง) เช่น วิชาชีพหม้อน้ำ วิชาชีพพัดลม เป็นต้น และในครั้งนี้เป็นทีมบำรุงรักษาเท่านั้น เพราะว่าช่วงนี้โรงไฟฟ้ายังคงเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าอยู่ ทีมเดินเครื่องจึงมาร่วมไม่ได้แน่ๆ แต่ในโปรแกรมทั้งปี จะมีช่วงเวลาของทีมเดินเครื่องโรงไฟฟ้า และจัดสรรให้ทุกกะได้เข้าร่วมด้วยแน่นอน


ผมได้มีโอกาสไปสังเกตการณ์ในวงสนทนา บรรยากาศการเล่าเรื่องดีมากครับ และออกรสชาติอย่างไม่น่าเชื่อ วิธีการเล่าเรื่องก็จะคล้ายๆกัน คงจะนึกถึงวิชาชีพของช่างออกนะครับ การเล่าแบบปากเปล่า คงจะทำให้ผู้ร่วมสนทนาเข้าใจยากเป็นแน่ถ้าไม่มีภาพประกอบ ทำให้ผมเห็นว่าช่างเหล่านี้มีทักษะการวาดภาพหน้าตัดของเครื่องจักรกลยนต์ไฟเป็นอย่างดี บางคนจะเล่าถึงวิธีการคลายโบลท์ หรือน๊อต ด้วยวิธีที่แตกต่างกัน บางคนเป็นทีมที่ต้องเข้าไปทำความสะอาดท่อน้ำ แต่เดิมต้องให้อีกทีมทำงานบางอย่างไปก่อน ถึงจะเข้าไปทำได้ ทำให้ต้องเสียเวลาอย่างน้อย 2 วันเพื่อรอ แต่ตอนนี้ค้นพบวิธีใหม่ใช้ท่อสมทางเข้าไปทำ by pass ก็สามารถเข้าไปทำงานวันแรกได้เลย ซึ่งมีเรื่องเล่าเยอะแยะมากครับ คนที่ไม่มีความรู้ด้านช่างอย่างผม แม้ว่าจะฟังเขาใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง แต่ฟังไปสักพัก ก็จะเข้าใจว่าเขาพูดถึงอะไร น่าสนใจครับ หลังจากที่ทุกคนเล่าหมดแล้ว มีหลายคนสะท้อนความเห็นว่า หลายเรื่องเล่าที่มีเขาสามารถเอาไปใช้กับงานในโรงไฟฟ้าของตัวเองได้
คณะทำงานใช้วิธีบันทึกเรื่องเล่าด้วยการบันทึกเป็น clip VDO โดยใช้กล้องดิจิตอลตัวเล็กๆอย่างที่เราใช้กัน ติดขาตั้งบันทึกเรื่องเล่าของแต่ละคน แต่ทีมงานเขาเตรียม memory stick สำรองหลายแท่ง และมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คอยดูดไฟล์เก็บระหว่างการเล่าเรื่อง
ในวงสนทนากลุ่มย่อยจะมี คุณอำนวย และคุณลิขิตประจำทุกกลุ่ม คุณอำนวย ก็จะเป็นบุคคลากรระดับกอง โดยทาบทามเป็นการเฉพาะเจาะจง คือ คณะทำงานจะรู้จักมักคุ้นว่าเป็นคนอย่างไร ส่วนคุณลิขิต ก็ให้สิทธิ์ในกลุ่มเลือกกันเอง คุณลิขิต ก็ทำหน้าที่เขียนเรื่องเล่าเก็บตามไปด้วย ดังนั้นในคลังความรู้ (ปฏิบัติ) ของโรงไฟฟ้าจะมีทั้งที่เป็นการเขียน และ clip VDO เอาขึ้นไปแขวนใน web ภูมิปัญญา ที่ทีม ICT โรงไฟฟ้าแม่เมาะสร้างกันขึ้นมาเอง จากนั้น เจ้าของเรื่องเล่าสามารถเอาภาพประกอบของจริงขึนเพิ่มเติม หรือหากขึ้นเองไปได้ก็ไหว้วานทางคณะทำงานช่วยเอาขึ้นให้
ทีมคุณอำนวย ถึงแม้จะมีตำแหน่งที่สูงกว่านายช่างในวง แต่จากที่สังเกตทำหน้าที่ได้ดีทุกคน อธิบายกติกาคร่าวๆ ตั้งคำถามเชิงชื่นชม คอยสรุปปิดท้ายแต่ละเรื่องเล่า และจากที่สอบถามเหล่าคุณอำนวย ทราบว่าไม่เคยเข้า workshop ที่ไหนมาก่อน เคยฟังบรรยายและอ่านหนังสือ KM แล้วลงมือลองทำเลย ผลออกมาดีทีเดียวครับ
เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของที่นี่ มีกำหนดวางไว้มีแทบทุกเดือนตลอดปี 2550 เลยทีเดียว ผมถามคณะทำงานว่าดวยเหตุผลใดที่ต้องทำแบบนี้ ได้คำตอบว่า หากจัดเวทีให้ช่างเขามาเล่านั้น พอทำได้ไม่ต้องห่วง แต่ถ้าจะเก็บบันทึกเรื่องเล่าเหล่านั้นด้วยละก้อ ยังคงต้องอาศัยทีมคณะทำงานอยู่ เอาไว้หากช่างเขาคล่องขึ้นเมื่อไรจะว่ากันใหม่อีกที
และทิ้งท้ายของเวทีปิดลงด้วยการทำ AAR ทำให้ประสบการณ์จัดเวทีของที่นี่แต่ละครั้งจะปรับแต่งไปตามสภาพเงื่อนที่กำหนด ไม่ยึดติดตายตัวครับ