เมื่อถึงฤดูกาลพิจารณาความดีความชอบที่ไรก็ต้องลำบากใจไม่มากก็น้อยในการย้อนรอยพิจารณาผลงานของแต่ละคน แต่ก็ตัดความกังวลด้วยทางสายกลางและทางสายเกณฑ์ที่ลงตัว

      การพิจารณาผู้บริหารกศน.อำเภอนั้น แต่ละแห่งในเรื่องผลงานใกล้เคียงกันต่างมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันบ้างแต่โดยภาพรวมยังไม่สามารถชี้ชัดได้นัก แต่เรื่องการดำเนินงานตามนโยบายที่เห็นผลความแตกต่างอย่างชัดเจนคือ การดำเนินงานด้านการประกันคุณภาพ มีกศน.อำเภอ ๓ แห่ง ที่อยู่ในระดับแนวหน้า จึงส่งเข้า    วินไปในรอบแรก

      การพิจารณาข้าราชการผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติงานอย่างรับผิดชอบ ในรอบหนึ่งปีคนที่มีผลงานอยู่ในระดับแนวหน้าและระดับกลางส่วนใหญ่ต่างมีโอกาสได้ขั้นพิเศษ เพียงแต่มีคนกลุ่มหนึ่งถึงแม้ว่ามีความรับผิดชอบแต่ไม่เห็นชัดในระดับต้น ๆ ก็ต้องเป็นคนกลุ่มน้อยที่ได้ขั้นปกติ อย่างไรก็ตามความเป็นจริงอย่างหนึ่งที่มักค้นพบคือผู้มีศักยภาพสูงมักจะคงความสูงไวเสมอยากที่ผู้มีศักยภาพต่ำจะตามทัน ถ้าใช้เกณฑ์ Performance หรือผลงานเพียงอย่างเดียวกรณีคนมีศักยภาพต่ำแม้ตั้งใจทำงานอย่างสม่ำเสมอก็จะไม่มีโอกาสได้ขั้นพิเศษเลย เพราะคนที่เฉลียวฉลาดในการสร้างผลงาน ทำงานเข้าตากรรมการกว่า ดังนี้เป็นต้น ฉะนั้นการพิจารณาคนทั้งคนจึงจำเป็นต้องมององค์รวมด้วย การแยกส่วนเฉพาะผลงานที่เห็นอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ  บางคราจึงต้องมีโควต้าผสมระหว่างคนที่มีผลงานโดดเด่น กับคนที่มีความรับผิดชอบสูง คนที่มีความอุตสาหะแต่ผลงานไม่โดดเด่น

      โจทย์ที่ต้องคิดโดยดุลยพินิจการชั่งน้ำหนักในแต่ละปีว่าจะมีสองขั้นหรือไม่ หากได้แค่ขั้นครึ่งก็จะกระจายได้หลายคนทำให้เฉลี่ยความสุขได้ถ้วนทั่วยิงขึ้น แต่จุดเสียของระบบนี้คือทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนที่ได้ขั้นครึ่งคนแรกกับคนที่ได้ขั้นครึ่งคนสุดท้ายหากดูฝีมือต่างกันมากเกินไป จนเกิดเป็นความเคยชินจนเป็นวัฒนธรรมองค์การว่าทำแค่นี้ก็ได้ขั้นครึ่งเหมือนกัน แต่ถ้าให้สองขั้นมากเท่าใดก็จะแปรผกผันกับจำนวนผู้ได้ขั้นครึ่งที่จะลดลง และไปเพิ่มผู้ได้ขั้นเดียวให้มากขึ้น

       ในเมื่อยังไม่มีเครื่องมือวัดที่เที่ยงตรงที่สุด การใช้ดุลยพินิจจึงต้องพิจารณาอย่างมีหลักการตามระบบคุณธรรม ประกอบกับเมตตาธรรมค้ำจุนโลกมาช่วยด้วย หากมองทุกคนอย่างเข้าใจ  ปฏิบัติในกรอบอำนาจหน้าที่ๆมีอยู่ควบคู่ไปกับความมีเหตุผล ที่อธิบายต่อผู้คนได้ โดยพยายามส่องจุดดีที่มีอยู่ในตัวคนมาเป็นผลเสริมคุณค่าองค์รวมของคนทำงาน