เหตุเกิดที่งานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 2 อีกหนึ่งเรื่อง คือ การที่ผมได้ร่วม ลปรร.กับ อ.ดร.ธวัชชัยฯ เรื่อง blog สำหรับคนพิการทางสายตา ช่วงเวลาพักก่อนเที่ยงในวันแรก เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากการที่มีผู้สนใจสอบถามเรื่องการ blog ด้วยเสียงแทนการพิมพ์ ที่คลินิก blog ชั้น 3 เพราะคนตะวันออกไม่ชอบบันทึก (ตามทัศนะของคนถาม) ซึ่งในขณะนั้นผมยังไม่ควรเปิดประเด็นใหม่ ด้วยอาจารย์กำลังพูดถึงความเป็นไปได้ในการ blog อยู่ ผมน่าจะฟังและเก็บข้อมูลดีกว่า อีกทั้งที่ผมเห็นด้วยก็เพื่อประโยชน์ที่เป็นคนละเรื่องกันกับที่ท่านผู้สนใจนำเสนอ

     ไล่หลังไม่เกิน 10 นาที ผมก็ได้เจอ อ.ดร.ธวัชชัยฯ ที่หน้าห้องKM ราชการ ก็ได้เปิดประเด็นนี้ต่อ ซึ่งผมนำเสนอว่าในฐานะที่ทำงานเรื่องการเข้าถึงของคนพิการอยู่ คนพิการประเภทสูญเสียการมองเห็นไป จะเป็นปัญหามากในเรื่องการเรียนรู้ทั้ง ๆ ใจเรียกร้อง แต่ทำไม่ได้ง่ายนัก ยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิดด้วยแล้วจะยิ่งหนัก การ blog ด้วยเสียงได้ จะเป็นการเปิดประเด็นเรื่องนี้ใหญ่ ๆ เรื่องหนึ่งสำหรับการเข้าถึงของเขาเลยทีเดียว "ได้บุญเยอะแน่ครับ" อาจารย์ยังได้เล่าต่อว่าขณะนี้ลูกศิษย์ของอาจารย์กำลังพัฒนาโปรแกรมสำหรับคนพิการกลุ่มนี้อยู่ โดยเมื่อนำเม้าส์ไปชี้แล้วจะมีเสียงอ่านออกมา ในภาคภาษาไทย ผมว่าอาจารย์ต้องนึกอะไรต่อแน่ ส่วนผมทำเองไม่เป็นในส่วนนั้น แต่ภาวนาว่าทำออกมาเถอะครับ ช่วยเพิ่มโอกาสคนชายขอบอีกกลุ่มหนึ่งของสังคมได้มาทีเดียว ซึ่งจะทำให้เขาช่วยตัวเองได้มากที่สุดในอนาคต ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งที่ว่า

“งานช่วยคนพิการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้พิการไม่ได้เป็นผู้อยากพิการ ถ้าไม่ช่วยเขาให้สามารถที่จะปฏิบัติงานอะไรเพื่อชีวิตและมีเศรษฐกิจของครอบครัว จึงทำให้เกิดสิ่งที่หนักแก่ครอบครัว หนักแก่ส่วนรวม ฉะนั้นนโยบายที่จะทำคือ ช่วยให้เขาช่วยเหลือตัวเอง เพื่อให้เขาสามารถเป็นประโยชน์ต่อสังคม”
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
พระราชทานแก่คณะกรรมการมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ณ พระราชตำหนักจิตรลดารโหฐาน
เมื่อวันศุกร์ที่ 22  มีนาคม พุทธศักราช 2517

     เท่าที่ผมได้พูดคุยกับลุงช่วงฯ นากยกสมาคมคนตาบอด จว.พัทลุง (และประธานฯ สมาคมฯ สาขาภาคใต้ตอนล่าง) ท่านมีเรื่องเล่าที่เป็น Best Practice ของท่านมากมาย แต่นำเสนอออกมายาก ท่านยังได้เอ๋ยว่าควรจะได้มีการนำเสนอเพื่อช่วยเหลือเพื่อน ๆ คนพิการด้วยกัน