GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

Tacit Knowledge & Seminar

" การสัมมนา วิธีการดึง Tacit Knowledge ที่ยอดเยี่ยม "

       กริ๊ง...... เสียวนาฬิกาปลุกดังขึ้น  ผมลุกขึ้นจากที่นอนเป็นเวลา 05.50 น. ซึ่งค่อนข้างจะตื่นเช้ากว่าปกติ สาเหตุหนึ่งคือต้องการตักบาตรในวันพระ สำหรับตัวผมเองนั้นปกติจะตักบาตรทุกอาทิตย์แต่ช่วงนี้นอนดึกเลยไม่ค่อยได้ตื่นมาตักบาตร  ความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่าการตักบาตรเป็นสิ่งดีนะครับ เพราะนอกจากจะเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษแล้ว ยังเป็นการสอนให้เรารู้จักให้คนอื่น รู้จักแบ่งปันคนอื่นทำให้รู้สึกสบายใจ  มีความสุข  สำหรับการให้ การรู้จักแบ่งปันคนอื่นมีหลายวิธีไม่ใช่แค่การทำบุญตักบาตร การให้ทาน การช่วยเหลือผู้อื่นที่เขาลำบากกว่าเรา การแบ่งปันความรู้ วิชา การสอนคนอื่น ฯลฯ ก็เป็นการให้เหมือนกัน     

      พูดถึงเรื่องการแบ่งปันความรู้ หรือการถ่ายทอดความรู้ ผมว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ซื่งเป็นประโยชน์แก่องค์กร แต่เนื่องจากความรู้เป็นสิ่งที่อยู่ในตัวคน การจะถ่ายทอด หรือสื่อสารความรู้ทุกอย่างออกมาเพื่อให้เกิดประโยชน์เต็มที่หรือมีประสิทธิภาพสูงสุดจึงเป็นเรื่องยาก  สำหรับการถ่ายทอดความรู้หรือการดึงเอาความรู้ที่อยู่ในตัวเราหรือ Tacit  Knowledge ออกมานั้นมีหลายวิธี นอกจากวิธี Storytelling แล้ว วิธีการสัมมนา  การประชุม การสัมภาษณ์ หรือการฝึกอบรมฯลฯ ก็ล้วนแต่เป็นวิธีที่สามารถถ่ายทอด Tacit Knowledge ได้ทั้งสิ้น
        การสัมมนา หรือบางทีก็เรียกว่า "การประชุมสัมมนา" (Seminar) เป็นรูปแบบหนึ่งหรือเทคนิคของการให้ได้มาซึ่ง
ความรู้ แนวคิดและประสบการณ์ โดยอาศัยการประชุมพบปะ พูดคุย บรรยาย อภิปราย ระดมสมอง ฯลฯ ที่ทั้งผู้พูดหรือวิทยากร หรือผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งผู้ฟัง ต่างก็มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เพื่อเป็นหนทางของการหาข้อสรุป และนำข้อมูลที่ได้จากการสัมมนานั้นไปใช้แก้ไข หรือพัฒนาคน งาน และทรัพยากรอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะนำความสำเร็จมาสู่องค์กรได้ในที่สุด   จากประสบการณ์ของผมเองนั้น ผมค่อนข้างชื่นชอบการถ่ายทอด Tacit Knowledge แบบสัมมนามากกว่าการฝึกอบรม หรือการสัมภาษณ์ ทั้งนี้เนื่องจากการสัมมนานั้นมีการกำหนดหัวข้อที่ชัดเจนในการสัมมนา ผู้เข้าร่วมสัมมนาส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานลักษณะเดียวกันหรือมีประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกัน  และมีวิทยากรที่มีความรู้เฉพาะในหัวเรื่องที่สัมมนาคอยกำกับการสัมมนา ทำให้เนื้อหาที่ได้ค่อนข้างตรงประเด็น มีการระดมสมอง ระดมความรู้จากผู้เข้าร่วมสัมมนาซึ่งต่างก็เป็นผู้ชำนาญในสาขาที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้นมาช่วยกันวิเคราะห์ อภิปราย เพื่อหาข้อสรุปในการดำเนินการต่อไป องค์ความรู้ที่ได้จากสัมมนาจึงเป็นแก่นหรือสุดยอดศูนย์รวมของความรู้ 
          ผมเองขอเล่าประสบการณ์ของตนเอง งานที่ผมดูแลคืองานด้านการตลาด ซึ่งผมเองก็มีความรู้ด้านนี้พอสมควร เวลามีการสัมภาษณ์พนักงานใหม่ ส่วนหนึ่งที่ผมจะถามก็คือความรู้ในงานที่เขาทำ หรือสิ่งที่เขาถนัด ซึ่งผู้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่จะสามารถถ่ายทอดTacit ที่เขามีอยู่ออกมาได้ค่อนข้างดี มีทั้งสิ่งที่ผมรู้  สิ่งที่ผมไม่รู้ หรือเขามั่วเอาก็มี  ซึ่งผมมองว่าเป็น Tacit ของเขาคนเดียว เป็นประสบการณ์ที่เขามีอยู่  หรือกรณีของการฝึกอบรมทั้งภายในและภายนอกองค์กร ส่วนใหญ่ผมจะได้รับ Tacit จากวิทยากร หรืออาจจะมีจากผู้เข้าร่วมอบรมบ้าง ซึ่งต่างก็เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานของผมเป็นอย่างมาก แต่ผมมองว่า Tacit นั้นยังไม่หลากหลาย หรือเป็นแก่นความรู้
เท่าที่ควร หากเทียบกับการสัมมนาซึ่งผู้ที่ร่วมสัมมนาส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีความรู้ ประสบการณ์ ความชำนาญ มาแล้ว  Tacit ที่ได้จากการสัมมนาจึงเป็นเหมือนแก่นความรู้ เพราะข้อสรุปที่ได้จากการสัมมนาเป็น Tacit จากผู้รู้ หรือผู้มีประสบการณ์ในงานด้านนั้น   
         สรุปนะครับ ผมว่าการดึงเอา Tacit  Knowledge  ออกมาไม่ว่าจะเป็น การสัมภาษณ์  การอบรม หรือการสัมมนา ล้วนแต่เป็นวิธีการที่ดีในการดึงเอา Tacit  Knowledge ออกมาทั้งสิ้น  แล้วแต่เราจะเลือกวิธีไหน  แต่สำหรับตัวผมแล้วผมคิดว่าวิธีการสัมมนา เป็นประโยชน์อย่างมากในการดึงเอา Tacit Knowledge ออกมาเพราะว่าหากเทียบด้านเวลาแล้ว  การจัดสัมมนาครั้งเดียวสามารถดึงเอา Tacit ของผู้รู้ในเรื่องนั้นๆ  ออกมาได้มากกว่า และเป็นแก่นของความรู้มากกว่า   หากเพื่อนๆคนอื่นมีความคิดเห็นอย่างไรก็ช่วยกัน Comment นะครับผมว่าการ Comment ก็เป็นการดึงเอา Tacit Knowledge ออกมาได้ยอดเยี่ยมอีกวิธีหนึ่งด้วยครับ

           ป.ล. ต้องขอขอบคุณพี่หมอ mba ที่ช่วย Comment นะครับ พิมพ์ seminar ผิดจริงครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 866
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

ผมว่าหัวข้อเรื่องเขียนผิดนะครับน่าจะเป็น Seminar มากกว่าไม่ใช่ siminar โดยเนื้อหาว่าผมว่าดีนะไม่รู้ว่า seminar ใช่การทำ Knowledge sharing หรืเปล่าหนอ ?

ตอบพี่หมอ MBA 

ต้องขอบคุณพี่หมอ mba ที่ช่วย Comment นะครับ พิมพ์ seminar ผิดจริงครับ   สำหรับเรื่อง seminar นั้นผมคิดว่าก็เหมือนกับการทำ Knowledge sharing ครับ ความจริงมีประโยชน์หลายอย่าง แต่ส่วนหนึ่งก็คือสามารถดึงเอา Tacit Knowledge มาใช้ได้เป็นอย่างดีครับ

ความหมายดีแต่หน้าจะบอกถึงประโยนช์บ้างนะคะ