เมื่อได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้ประสานงานจัดกิจกรรม “ตลาดนัดความรู้การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน” อีกเป็นครั้งที่ 2 เราสองคน ได้แก่ คุณสุภาพรรณ ตันติภาสวศิน และดิฉัน อาฬสา หุตะเจริญ ต่างก็รู้สึกเหมือนกันว่าจะทำงานให้ดีกว่าครั้งแรกที่เคยได้รับมอบหน้าที่ แต่คราวนี้มีภารกิจมากกว่าครั้งก่อน ที่เป็นเพียงผู้ประสานงานในส่วนของการเตรียมการและมีวิทยากร 2 ท่านจาก สคส. มาเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมหลัก


ส่วนในครั้งที่ 2 นี้ เราต้องดำเนินการเองทั้งหมด โดยมี ดร.วัลลา ตันตโยทัย เป็นวิทยากรหลัก และมีคุณธวัช หมัดเต๊ะ จาก สคส. เป็นวิทยากรรับเชิญ


ในครั้งนี้ ดร.วัลลา ขอให้มีการตักอาหารแสดงสัดส่วนทางโภชนาการ ควบคู่ไปกับมีป้ายชื่อที่แสดงปริมาณพลังงานที่เจ้าของป้ายชื่อแต่ละท่านควรจะได้รับพลังงานในแต่ละวันด้วย วัตถุประสงค์เพื่อเสริมการเรียนรู้ด้านการแลกเปลี่ยนสัดส่วนอาหาร


หน้าที่ของเรา นอกจากการจัดทำป้ายชื่อที่มีความซับซ้อนมากขึ้นแล้ว ก็คือการรับมอบเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมช่วง “เปิดตัวเปิดใจ” เพื่อแนะนำสมาชิกให้รู้จักกันด้วย


การจัดทำป้ายชื่อที่ว่ามีความซับซ้อนมากขึ้น คือ คุณสุภาพรรณจะโทรศัพท์สอบถามสมาชิกทุกท่าน ถึงส่วนสูงและน้ำหนักตัว เพื่อนำไปให้นักกำหนดอาหารคำนวณค่า BMI หลังจากนั้นจึงจะจัดทำตารางแยกสัดส่วนสารอาหารที่ควรรับประทานในแต่ละมื้อ
การจัดทำป้ายชื่อเริ่มตั้งแต่เตรียมหาเชือกสำหรับผูกร้อยคล้องคอ และเตรียมพลาสติกสำหรับเคลือบบัตร โดยในการเคลือบบัตรจะต้องดูให้แน่ใจว่าป้ายชื่อและคำแนะนำปริมาณพลังงานที่ควรบริโภคจะต้องตรงกับป้ายชื่อ ห้ามใส่สลับคนกัน


ในครั้งนี้ นอกจากจะมีการแบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันแล้ว ก็ยังมีการเรียนรู้เรื่องการใช้ webblog โดยแบ่งกลุ่มย่อยตามหน่วยงาน วิธีหนึ่งที่สะดวกในการระบุกลุ่มที่แตกต่างกันนี้ คือการระบุไว้ในป้ายชื่อ คราวนี้เราจึงขอความช่วยเหลือจากคุณณัฐพงศ์ รุ่งเรือง ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตสื่อประจำ รพ.เทพธารินทร์ แล้วได้ป้ายชื่ออย่างที่ทุกคนได้เห็นกันไปแล้วค่ะ เป็นการแบ่งงานให้ผู้ร่วมทีมได้แสดงฝีมือและลดปริมาณงานที่เราทำเองไม่ได้ หรืออาจจะทำได้แต่ต้องเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญเป็นตัวอย่างก่อนค่ะ


มาถึงการเตรียมรายชื่อสมาชิก เราพบว่าแตกต่างจากครั้งที่แล้วอย่างสิ้นเชิง เพราะเราไม่ต้องโทรศัพท์ติดตามจดหมายเรียนเชิญ แต่กลับได้รับโทรศัพท์จากทุกโรงพยาบาลตอบรับมาภายในเวลาที่กำหนด รู้สึกได้ถึงความกระตือรือร้นจากสมาชิกทุกคน เป็นสัญญาณเตือนเราให้เร่งรีบเตรียมความพร้อมต่างๆ แต่น่าเสียดายที่กิจกรรมในครั้งนี้ มีกำหนดวันงานต่อเนื่องจากกิจกรรมอื่นๆ อีกหลายงาน ทำให้ผู้เตรียมงานค่อนข้างล้า ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ให้ความช่วยเหลือคุณสุภาพรรณน้อยกว่าครั้งที่แล้วมาก เรียกได้ว่าคุณสุภาพรรณเตรียมงานในส่วนของเราแต่เพียงผู้เดียว


มาถึงการเตรียมจัดทำป้ายแสดงสัดส่วนอาหารที่จะตั้งคู่กับอาหารจานที่ตักเป็นตัวอย่างเพื่อแสดงสัดส่วนสารอาหารตามรายการในแต่ละมื้อ คุณสุภาพรรณขอให้นักกำหนดอาหารคำนวณค่าให้เช่นกัน โดยติดต่อกับศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ขอรายการอาหารที่ระบุเครื่องปรุง จนออกมาเป็นป้ายแสดงสัดส่วนอาหารอย่างที่สมาชิกทุกท่านได้เห็นใน 3 มื้อ คือมื้อกลางวัน เย็นของวันแรก และมื้อกลางวันของงานวันที่สอง

  การเตรียมงานที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกันในครั้งนี้ คือการเลือกกิจกรรมนำร่องก่อนเข้าสู่กิจกรรมหลัก โดยเราสองคนได้โจทย์ 3 ประเด็นคือ
1. เป็นกิจกรรมเพื่อให้สมาชิกทุกท่านได้แนะนำตนเอง ได้รู้จักกัน
2. เป็นกิจกรรมเพื่อให้สมาชิกทุกท่านรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง สร้างความคุ้นเคย
3. เป็นกิจกรรมเพื่อเตรียมสมาชิกให้เข้าสู่บรรยากาศการเรียนรู้ใน session ต่อไป พร้อมที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กัน หรืออีกนัยหนึ่งคือให้ละทิ้งความคิดถึงงานที่ยังทำค้างอยู่ การปล่อยให้ใจล่องลอยไปถึงเรื่องอื่นๆ หรือยังง่วงหงาวหาวนอน เป็นกิจกรรมเรียกหัวใจทุกดวงให้มารวมกันนั่นเอง 


จากโจทย์ 3 ข้อ ด้วยเวลาเพียง 45 นาทีนั้น ค่อนข้างลำบากมากสำหรับสมาชิกกว่า 60 คน เพราะถ้าหารเวลาออกมาแล้ว คนหนึ่งจะใช้เวลาได้ไม่ถึง 1 นาทีในการแนะนำตัวเอง
เราสองคนเริ่มต้นคัดเลือกกิจกรรมจากคู่มือการจัดกิจกรรมกลุ่ม ที่เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์สำเนียง และ รศ.ศิรินภา จามรมาน หัวหน้าภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากผู้มีประสบการณ์จริงในการใช้เทคนิคพลังกลุ่ม และเราสองคนได้มีโอกาสเรียนรู้จากการเป็นสมาชิกกลุ่มในทุกกิจกรรมมาแล้ว ซึ่งกิจกรรมกลุ่มนี้มีเกมส์อยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่ เกมส์ “ละลายพฤติกรรม” และเกมส์ “เนื้อหา”

เกมส์ ละลายพฤติกรรม มีวัตถุประสงค์ เพื่อเตรียมสมาชิกให้พร้อมเรียนรู้ในเกมส์ “เนื้อหา” และมุ่งเน้นให้สมาชิกลด “กำแพง” ของตนเอง (self) และสร้างความคุ้นเคย ให้สมาชิกทำความรู้จักกัน

เกมส์ เนื้อหา มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเครื่องมือให้สมาชิกเกิดการเรียนรู้ในเนื้อหานั้นๆ เช่น “การทำงานเป็นทีม” “การสื่อสาร” “การบริการ” “การเป็นผู้นำและทักษะในการบริหารบุคคล” เป็นต้น


แน่นอนว่า เราสองคนต้องเลือกกิจกรรมจาก เกมส์ “ละลายพฤติกรรม” เพื่อให้เข้าโจทย์ทั้ง 3 ข้อ และด้วยเวลาที่จำกัดเพียง 45 นาที เราจึงเลือกเกมส์ “นับจำนวน” โดยให้สมาชิกนับจำนวน 2 คน ตามลำดับ แล้วคนที่ 3 ไม่ต้องนับแต่ให้แนะนำตัวเองแทน โดยสามารถยืดหยุ่นปรับเกมส์ให้สอดคล้องได้ตามสถานการณ์ มีกติกาหลักคือต้องมีคนได้แนะนำตัวเองสลับกับการนับ ทั้งนี้การนับจะทำให้สมาชิกมีใจจดจ่อกับตัวเลข และเกิดสมาธิ ส่วนการแนะนำตัวเองจะทำให้สมาชิกได้มีโอกาสรู้จักกันและกัน จากกิจกรรมนี้เราพบว่าสมาชิกทุกท่านสามารถแนะนำตัวได้ครบทุกคน และสมาชิกมีความรู้สึกเป็นกันเองมากขึ้นหลังจบกิจกรรม สังเกตได้จากการที่สมาชิกพยายามพูดคุยและไปนั่งรับประทานอาหารร่วมกับคนอื่นๆ ที่มิได้อยู่โรงพยาบาลเดียวกัน แตกต่างจากการจัดตลาดนัดครั้งแรก ที่ในวันแรกไม่มีเกมส์ “ละลายพฤติกรรม” สมาชิกยังคงจับกลุ่มพูดคุยและนั่งรับประทานอาหารกับกลุ่มที่อยู่โรงพยาบาลเดียวกัน

ช่วงกิจกรรม “แลกเปลี่ยนเรียนรู้” ของการจัดตลาดนัดทั้งสองครั้งก็มีความแตกต่างกันในเรื่องความเป็นกันเองของสมาชิก เพราะใช้เวลาอุ่นเครื่องนานแตกต่างกันด้วยค่ะ ขอความกรุณาสมาชิกที่อยู่ในวงล้อมและเป็นคนหนึ่งที่ได้นับขณะเล่นเกมส์ “ละลายพฤติกรรม”ช่วยให้คำแนะนำหรือบอกความรู้สึกของตนเองเพิ่มเติมด้วยค่ะ เราอยากได้เสียงสะท้อนเพื่อทีมงานจะได้ปรับปรุงในครั้งต่อไป

และแน่นอนสำหรับท่านสมาชิกที่มิได้อยู่ในวงล้อมมิได้มีโอกาสยืนนับเลข ก็ช่วยบอกความรู้สึกด้วยนะคะ เพราะความรู้สึกของผู้เล่น กับผู้สังเกตการณ์ย่อมแตกต่างกันค่ะ
ที่ดิฉันเล่าถึงเรื่องเกมส์ค่อนข้างละเอียดเพราะการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ดิฉันมีเป้าหมายที่จะให้สมาชิกรู้สึกได้ถึงความสำคัญของการใช้เกมส์ “ละลายพฤติกรรม” นำเข้าสู่การเรียนรู้อื่นๆ ซึ่งเป็นไปอย่างที่คาดหวัง เพราะสมาชิกมีความคุ้นเคย สามารถทำความรู้จักกันได้เร็วขึ้น และมีความพร้อมเข้าสู่กิจกรรมต่อไปด้วยดีค่ะ
ในครั้งต่อไป ดิฉันตั้งใจจะเตรียมกิจกรรม “เปิดตัวเปิดใจ” ให้มากกว่าเดิม และจะพยายามคัดเลือกเกมส์ให้สนุกสนาน
มีเป้าหมายว่าจะทำให้ การเรียนรู้โดยใช้ “พลังกลุ่ม” เป็นที่ยอมรับ ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง และมีผู้สนใจให้ความสำคัญศึกษา “เทคนิคการจัดกิจกรรมกลุ่ม” ก่อนนำไปใช้จริง โดยคาดหวังไกลไปถึงว่า สมาชิกผู้ร่วมกิจกรรมจะนำไปประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยเบาหวานเพื่อให้ได้มีโอกาสเรียนรู้จากการเล่นเกมส์ทดแทนการเรียนรู้แบบนั่งฟังบรรยายเพียงด้านเดียว มีทางเลือกใช้สื่ออื่นๆ ให้ผู้ป่วยได้เป็นศูนย์กลาง (Client Center) ในการเรียนรู้ค่ะ

ปล.ยังมีทีมงานอีกท่านหนึ่ง ภก.เอนก ทนงหาญ ที่ยังไม่ได้เล่าประสบการณ์ ขอเชิญชวน ภก.เอนกด้วยค่ะ

เล่าประสบการณ์โดย อาฬสา หุตะเจริญ (ตุ๊ก) และ คุณสุภาพรรณ ตันติภาสวศิน (พรรณ)