“นี่คือวิธีคิดแบบสวยแต่รูปจูบไม่หอม”:ซึ่งจะแตกต่างกับโครงการที่ฝ่ายราชการคิดเองทำเอง จะมีของแลกแจกแถมให้กับผู้เข้ารับการอบรมเป็นการจูงใจ ซึ่งผมก็สงสัยว่า..ขนาดน้ำท่วมฝนแล้งแท้ๆ รัฐฯก็ยังออกเงินชดเชยให้ฟรีๆ

 

เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับตัวบุคคลนะครับขอออกตัวก่อน เพราะคนที่ผมรู้จักมักจี่ก็ล้วนแต่สวยพริ้งสมรูป ถึงไม่ได้จูบก็รู้ว่าหอมฟุ้งกันทั้งนั้นแหละ  รึมีใครเจ็ดวันอาบน้ำหนเดียวบ้างพวกเรา.. เอ้า!สบายใจได้ ยิ้ม แล้วอ่านต่อไป  

..ผมเขียนเพื่ออธิบายวิธีการทำงานในช่วงนี้ ซึ่งจะยุ่งเกี่ยวกับการอบรมมากมายหลายระดับ จากนี้ไปจนถึงเดือนกันยายน กองนโยบายและแผนสำนักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุมัติให้อบรมเกษตรกร2จังหวัดสลับกันระหว่างจังหวัดบุรีรัมย์กับจังหวัดมหาสารคาม เดือนละ2รุ่นๆละ50 คน รวมเบ็ดเสร็จ 500 ครัวเรือน ในหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียงระดับครัวเรือน ซึ่งเป็นการอบรมให้ความรู้เฉยๆ เรื่องปัจจัยการผลิตหรือการทดลองตามความรู้ที่ได้ไปงานนี้ไม่ได้พูดถึง แยกกันระหว่าง เงิน กับ ความรู้ ให้พร้อมกันไม่ได้มันจะลงแดงตาย!! หรือชาวบ้านจะพัฒนาได้เร็วเกินไป  

    

(วิชาเลี้ยงไก่ไข่ ไก่ดำ ไก่ต๊อก ไก่งวง)       (วิชาเพาะเห็ดเพื่อชีวิต) 

 นี่คือวิธีคิดแบบสวยแต่รูปจูบไม่หอม:ซึ่งจะแตกต่างกับโครงการที่ฝ่ายราชการคิดเองทำเอง จะมีของแลกแจกแถมให้กับผู้เข้ารับการอบรมเป็นการจูงใจ ซึ่งผมก็สงสัยว่า..ขนาดน้ำท่วมฝนแล้งแท้ๆ รัฐฯก็ยังออกเงินชดเชยให้ฟรีๆได้ แต่นี้ผู้นำชาวบ้านจะทำการฝึกอบรมแบบหวังผลบ้าง ท่านให้ปั้นอากาศออกมาเป็นเศรษฐกิจพอเพียงให้ได้ เอาแค่ว่าปั้นน้ำเป็นตัวนี่ก็หน้ามืดแล้ว  แต่รายการนี้จะให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นปั้นอากาศให้เป็นกิจการพอเพียงระดับครัวเรือน เขาคงคิดว่าพวกนี้ดีแต่คุย ก็เลยจับมาขึ้นเขียง เอ้า!!พวกเจ้าคุยนักนี่ลองไปทำดูสิ พวกข้า(ราชการ) จะตามลงไปประเมินว่ามันได้ผลแค่ไหน 

เรื่องเหล่านี้จะอธิบายว่าอย่างไร แสดงว่าการขยับวิธีการถ่ายทอดความรู้จากที่เจ้าหน้าที่ของรัฐฯ มาบัดเดี๋ยวนี้ก็เปิดให้องค์กรชาวบ้านที่เรียกว่าศูนย์เรียนรู้ชุมชนได้ทดลองฝึกอบรมเกษตรกรดูบ้าง นี่เป็นครั้งแรกนะครับที่ลงมือทำกันอย่างเป็นระบบ กำหนดให้มี40ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละแห่งคงจะเริ่มลงมือเตรียมการกันบ้างแล้ว 

ปีๆหนึ่งเรามีนิสิตนักศึกษาที่เรียนวิชาทางด้านเกษตรกรรมรวมๆทุกมหาวิทยาลัยแล้วไม่น่าจะน้อยกว่าปีละ100,000คน มีเจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับกระทรวง กรมกอง มาจนถึงเกษตรอำเภอเกษตรตำบลนี่ก็คงไม่น้อยกว่า100,000คน มีเกษตรกรที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่ในภาคเกษตรอีกไม่น้อยกว่า30,000,000คน ที่ยกตัวเลขมาประมาณการก็เพื่อเขียนแบบราชการ ถ้ามีตัวเลขมันค่อยสบายใจหน่อย

เรามีนักเทคนิคนักวิชาการนักวิจัยที่เก่งๆไม่แพ้ของต่างประเทศ เรื่องนี้วัดได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร เราส่งไก่ ไข่ สุกร กุ้ง ปลา ข้าว เรียกรวมๆว่ากลุ่มอาหารเพื่อการส่งออกปีหนึ่งนับแสนล้านบาท ในโลกนี้มีไม่กี่ประเทศหรอกที่ผลิตอาหารเหลือกินจนส่งออกเป็นประจำ แต่กลไกตลาดโลกทางด้านอาหารไม่เข้มแข็งเหมือนกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีหรือเครื่องอีเล็กโทรนิกส์ ที่สามารถยึดระดับความสำคัญไว้ได้อย่างมั่นคง ทั้งๆที่ในความเป็นจริงคนเราขาดอาหารน่าจะตายก่อนพวกขาดน้ำมันหรือเครื่องอีเล็กโทรนิกส์ 

      

(ผู้นำชุมชนหารือวิธีอบรมและสาระวิชา) (ศูนย์ฯจัดหาอุปกรณ์การฝึกอบรมเอง)

เพื่อตัดข้อสงสัยว่าชาวบ้านจะอบรมอะไร อบรมกันอย่างไร เราได้ส่งแผนงานไปให้กระทรวงเกษตรฯหมดแล้ว แต่วัฒนธรรมราชการเองนี่แหละที่ทำงานยี่ยักยี่หย่อนเต็มไปด้วยระเบียบที่ยุ่งเหยิง กว่าจะประชุมกันได้ กำหนดแผน  ถึงเวลาดำเนินงานก็ล่าช้าจนเกินแกง เริ่มเห็นกระบวนการสวยแต่รูปลางๆแล้วใช่ไหม เรียกประชุมซ้ำซากไม่รู้กี่ครั้ง พวกที่เข้าร่วมโครงการต้องวิ่งล่องเข้ากรุงเทพฯเหมือนคนบ้า สุดท้ายก็ไอ้แค่นั่นแหละ ประชุมเพื่อให้มันยุ่งเข้าไว้ ถ้าทำอะไรเรียบง่ายเดี๋ยวพวกนี้จะต๊กกะใจ๋ เพราะในชีวิตนี้อยู่กับระเบียบบ้าๆบอๆ ที่นอกจากไม่แก้ไขยังเขียนอะไรซ้ำเติมเข้าไปจนแทบกระดิกตัวไม่ได้ เรื่องKM.ก็ไม่รู้ไปเล่นขายของอยู่ขุมไหน ไม่พัฒนาบอนไซระบบบริหารการเกษตรเสียบ้างเลย

  

รอยยิ้มของอาจารย์เห็ดปลิ้มกับผลงานในกาละมัง มื้อเย็นนี้ชิมเห็ดทั้งครอบครัว ผมลองปรุงเห็ดเป็นของหวานและน้ำดื่มสมุนไพรเห็ด

วิชาที่จะอบรมผสมผสานระหว่างวิชาการกับวิชาเกิน

1. วิชาเลี้ยงสัตว์ปีก ไก่ไข่ ไก่ดำ ไก่งวง ไก่ต๊อก ไก่แจ้ ไก่ป่า ห่าน เป็ดฯลฯ

2. วิชาเพาะเห็ด เห็ดขอนขาว นางฟ้า เห็ดฟาง หูหนู ตีนแรด เห็ดเผาะฯลฯ

3. วิชาเสริมสร้างสิ่งแวดล้อม เพาะต้นไม้ ปลูกต้นไม้ ปลูกผักอินทรีย์

4.วิชาพืชอาหารสัตว์ปลูกข้าวโพด,ข้าวฟ่างมทานตะวันมันสำปะหลัง,หญ้า ฯลฯ

5. วิชาพืชสมุนไพร กราวเครือ,ขมิ้น,กระชายดำ,กะวานฮ็อก,จิงกุ่ยหลานฯลฯ

6. วิชาอุตสาหกรรมในครัวเรือน อัดอิฐดินซีเมนต์ กลั่นพืชน้ำมัน

7. วิชาผลิตภัณฑ์อาหาร ทำขนม อาหารชนิดต่าง ฯลฯ

8.วิชาสารสนเทศ ระบบข้อมูล,การสื่อสาร,ค้นคว้าความรู้, KM. ชุมชน

9. วิชาเศรษฐกิจชุมชน ผลิตสินค้า ร้านค้า บัญชี หนี้สิน ฯลฯ 

ที่ไล่เรียงมานี่ก็ใช่ว่าจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนหรอกนะ เพื่อจะอธิบายว่าจูบไม่หอมในทางการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ที่มันไม่สอดคล้องสอดรับกับความเป็นจริง ต่างกรมต่างกองต่างทำงานไม่ประสานงานกันนั้นเป็นอย่างไร การส่งเสริมตามปีงบประมาณ ได้ผลไม่ได้ผลจบปีก็ปัดก้นไปตั้งแท่นทำเรื่องใหม่ต่อไป ไม่เข้าใจว่างานบางอย่างต้องใช้ความต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต ระบบงานด้านการเกษตรจึงยักแย่ยักยันไปไม่ถึงไหน ตัวบุคลากรก็นั่งๆนอนๆขึ้นอืดคาเก้าอี้ ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ ใครว่าเชิงรุกเชิงเชิงเร๊กอะไรก็ว่ากันไป นักส่งเสริมถนัดเรื่องเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อยู่แล้ว  

เอาละครับไม่รู้ว่าจะบ่นไปหาวิมานอะไร เมื่อไหร่มันจะไปถึงเนื้อหาที่ว่าจูบไม่หอม”เสียที ในส่วนของมหาชีวาลัยอีสานซึ่งรับผิดชอบมหาสารคาม ก็มีเจ้าหน้าที่การเกษตรจังหวัดมาคุยด้วย เจตนาดีที่จะมาคิดวิธีฝึกอบรมร่วมกันนั่นแหละ ประเด็นมันอยู่ที่แนวคิด ท่านที่มาติดต่อพูดว่า ดูหลักสูตรอบรมของมหาชีวาลัยแล้ว พูดแต่เรื่องต้นไม้ ป่าไม้ มหาสารคามมีแต่คนทำนา จะมาอบรมเรื่องป่าไม้คงจะไม่เข้าทางกันอยากจะขอปรับเนื้อหาบ้าง

.. ถ้ามาไม้นี้ผมนึกถึงอีตาเม้งเยอรมัน เห็นเลยว่าหนทางข้างหน้านั้นน่าสมเพชยิ่งนัก เมื่อนักส่งเสริมมีสติปัญญาคิดได้แค่นี้ แล้วจะมาทำหน้าที่พัฒนาระบบการเกษตร ผมก็เลยไล่เข้าป่าไป อยากจะไปอบรมที่ไหนก็เชิญ ที่นี่ก็จะทำอย่างนี้แหละ เขาต้องการให้ชาวบ้านดักดานทำมาหากินอยู่กับความแห้งแล้งมีแต่แดดกับลม จ่อมจมอยู่กับปัญหาการทำมาหากินแบบทุนหายกำไรหด ไม่ได้มีความคิดอ่านที่จะพัฒนาเชิงรุกอะไรได้ มองไม่เห็นการปูพื้นฐานที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ และเรียนรู้เรื่องเทคนิควิชาการที่เหมาะสม ตอนนี้ผมไม่สงสัยแล้วว่า ทำไมภาคการเกษตรมันถึงสวยแต่รูปจูบไม่หอม เพราะเราปลูกและทำแต่เรื่องเหม็นๆนี่เอง  

เอาเป็นว่าในช่วงนี้ผมจะอบรมใครจากสำนักไหน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐฯ หรือภาคธุรกิจเอกชน ก็จะรายงานลงในบล็อกแบบที่แสดงไว้เมื่อ2-3วันที่ผ่านมา เพื่อให้ญาติที่รักของผมทั่วประเทศได้แนะนำ เติมความรู้ ความเห็น ข้อแก้ไขต่างๆ เพราะผมเองก็ใช่ว่าจะมีกึ๋นอะไร ขาดแคลนทั้งความรู้และทรัพยากร ปัจจัยในการอบรมก็มีแต่น้ำลายกับหัวใจที่แห้งผาก เมื่อยังไม่ตายก็คงจะทำหน้าที่มนุษย์ต่อไป ถ้าตายวันไหนก็เอาไปจี่ อ้อ! ขอไว้อย่าง อย่าลืมส่งยิ้มไปให้บ้างก็แล้วกันนะจ๊ะ คนที่ทั้งสวยและหอมฟุ้งทั้งหลาย