ถ้าเราสามารถทำให้คนในองค์กรรู้จักทบทวนตนเอง แล้วเปรียบเทียบกับ Compeyency ตามตำแหน่งงานของตนเอง และหาแนวทางพัฒนาตนเองเพื่อปิด Gap ให้ตัวเองได้ ถึงเวลานั้น ระบบ Competency ก็คงเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ได้อย่างแน่นอน

        ผมห่างหายจากการบันทึกลง blog ไปหลายวัน "คิดถึงพี่ๆน้องครับ" สาเหตุของการหาย "หัว" ไปก็ไม่ใช่อะไรครับ แบบว่าเป็นช่วงที่กำลังเร่งสะสางงานครับ..พูดไปก็อายครับ..ไปหลงไหลทำงานให้ "กัมพูชา" ก็เลย ปล่อยให้งาน ที่รับผิดชอบกองเต็มหน้าตัก ขยับไปไหนไม่ได้...เฮ้อ..สมน้ำหน้าตัวเองเหมือนกันแหละครับ ไม่รู้จักวางแผนการทำงานให้ดี  ปล่อยให้ "ดินพอกหางช้าง"..เล่าสู่กันฟังก็เพื่อเตือน ว่า...อย่าๆๆทำอย่างผมนะครับ..ไม่เช่นนั้นก็ต้องมานั่ง หลังขดหลังแข็ง ..ขุดดินออกจากหางช้าง...

       สะสางงาน พอส่างซาลงบ้างแล้ว เป็นนิสัยของผมครับที่ ต้องมานั่งทบทวน "กระบวนการทำงาน" ที่ผ่านมา ว่ามีจุดไหนที่น่าจดจำไว้เป็นตัวอย่างที่ดี...และพัฒนาฝีมือให้ดีต่อไป..ส่วนเรื่องไหนที่ แย่ๆ ก็ขอจำไว้เป็นบทเรียน...ว่า "คราวหน้าอย่าทำอีก"..เป็นการป้องกันการผิดซ้ำซากครับ...เคยเป็นมั๊ยครับ..เวลามีงานเข้ามามากๆ คิดไม่ตกว่าต้องทำงานอันไหนก่อน อันไหนหลัง ..ทั้งๆที่ก็รู้นะครับว่า ต้องเรียงลำดับความสำคัญของงาน...โห..ก็จัดแล้ว  แต่มันสำคัญเท่ากันนี่ครับ..นั่นก็เร่ง  นี่ก็ด่วน..

        ถ้าเจอแบบนี้..ผมเลือกที่จะทำงานที่ ง่าย  ก่อนครับ จะได้เสร็จก่อน ..เพื่อสร้างกำลังใจให้ตนเองก่อน แล้วค่อยมาหาทาง แทะงานที่ยากต่อ..ยังไงๆก็เสร็จไปแล้วหนึ่งงานอะไรทำนองนั้นแหละ..ดีกว่ามาทำงานยากๆก่อน ใช้เวลามากๆ แล้วมันล้า พาให้หมดกำลังใจ..สุดท้ายเลยไม่เสร็จซักงาน..ฮาไม่ออกล่ะครับคราวนี้..

        พอได้ทบทวนกระบวนการทำงานของตนเองบ่อย..ทำให้เห็นจุดอ่อน  จุดแข็ง  ของตนเองมากขึ้น ที่ยังเหลืออยู่ก็คงเป็นการพัฒนาตนเอง เหมือนกับเป็นการยกระดับจุดแข็ง เสริมสร้างจุดอ่อน นั่นแหละครับ ถ้าจะว่าไป ก็คงเป็นเหมือนกับ การพิจารณาตนเอง กับ Competency ของตำแหน่งงาน นั่นแหละครับ จากตรงนี้ทำให้ได้ แนวคิดอีกอย่างว่า "ถ้าเราสามารถทำให้คนในองค์กรรู้จักทบทวนตนเอง แล้วเปรียบเทียบกับ Compeyency ตามตำแหน่งงานของตนเอง และหาแนวทางพัฒนาตนเองเพื่อปิด Gap ให้ตัวเองได้ ถึงเวลานั้น ระบบ Competency ก็คงเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ได้อย่างแน่นอน...แล้วจะทำอย่างไรล่ะ..ครับ..