วงแคน เป็นชมรมที่ได้รับรางวัล “ช่อราชพฤกษ์” ปีการศึกษา 2549 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

หลังจากที่ทางศูนย์ฯได้ขอบทความจากกองกิจการนิสิต เกี่ยวกับกิจกรรมการประกันคุณภาพ เพื่อนำลงในจุลสารการประกันคุณภาพ วันนี้พี่พนัสปรีวาสนา (ผู้ที่ได้รับรางวัล ฅ KM มมส คนแรก) ก็นำบทความมาให้ถึงที่ เรื่อง วงแคน : องค์กรแห่งความภาคภูมิของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนจิตสำนักทางวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงขออนุญาตผู้เขียนมานำเสนอก่อนนำลงรวมเล่ม 

<<<<<<<>>>>>>>>>>  

ตลอดปีการศึกษา 2549 นับได้ว่าชมรมนาฏศิลป์และดนตรีพื้นเมือง หรือที่รู้จักกันในนาม วงแคน ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานกิจกรรมนิสิตอย่างน่ายกย่องและภาคภูมิใจเป็นที่สุด เห็นได้จากผลงานที่ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม รวมถึงกระบวนการบริหารจัดการภายในองค์กรก็เป็นไปอย่างมีระบบ มีโครงสร้างที่ชัดเจน และมีวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งอย่างน่าสนใจ

ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เด่นชัด  เริ่มจากการได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์กรภายนอกให้จัดตั้งศูนย์สืบสานและเผยแพร่ศิลปะดนตรีนาฏศิลป์อีสาน ซึ่งได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 ที่ผ่านมา ณ พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยครั้งนั้นไม่เพียงแต่ผู้แทนมหาวิทยาลัย, ผู้แทนชุมชน, นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาเท่านั้นที่เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดศูนย์ กลุ่มผู้สนับสนุนงบประมาณก็ให้เกียรติเดินทางเข้าร่วมงานและร่วมประเมินผลอย่างถ้วนทั่ว อาทิ กลุ่มนวัตกรรมเยาวชนสร้างสรรค์ (YIY) บริษัทบ้านปูและกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ปรากฏการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางในสื่อมวลชน โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์บางฉบับได้เขียนสกุ๊ปยกย่องในศักยภาพของลูกอีสานอย่าง วงแคน อย่างน่าประทับใจ รวมถึงล่าสุดบริษัท ทีวีบูรพา ก็เดินทางมาบันทึกภาพวิถีชีวิตของนิสิตและกิจกรรมต่าง ๆ ของวงแคนเพื่อถ่ายทำเป็นรายการ คน ค้น ฅน รวมถึงการที่กองกิจการนิสิต ก็ได้ประกาศเชิดชูเกียรติยกย่องให้ชมรมนาฏศิลป์และดนตรีพื้นเมืองเป็นองค์กรดีเด่นระดับพิเศษผงาดขึ้นรับรางวัล ช่อราชพฤกษ์ประจำปีการศึกษา 2549 อย่างไม่ผลิกโผและถือเป็นรางวัลสูงสุดของคนทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัย

ทั้งนี้เมื่อย้อนพิจารณาเส้นทางกิจกรรมในรอบปีจะพบว่า วงแคนได้ขับเคลื่อนกิจกรรมที่เน้นการสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเด่นชัดและต่อเนื่อง โดยเฉพาะกิจกรรมนอกสถานศึกษานั้นมีให้เห็นอยู่ถี่ครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ค่ายจุดประกายสืบสานศิลป์ ครั้งที 1 ณ โรงเรียนโนนสะอาด  กิ่ง อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม (ครั้งที่ 2) ณ โรงเรียนนาดูนประชาสรรค์  อ.นาดูน จ.มหาสารคาม  (ครั้งที่ 3) ณ โรงเรียนเขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม (ครั้งที่ 4) ณ โรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม รวมถึงค่ายต้นกล้าศิลป์ ครั้งที่ 1   โรงเรียนมุกดาหารวิทยานุกูล  อ.เมือง จ.มุกดาหาร  ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เป็นการออกเป็นสอนทักษะความรู้ให้แก่นักเรียนผู้ซึ่งเป็นเสมือน ลมหายใจของการสืบสานวัฒนธรรมชุมชน เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นได้มีทักษะของการเล่นดนตรีและนาฏศิลป์พื้นบ้าน เป็นการขับเคลื่อนฝ่ากระแสยุคสมัยของการบริโภคดนตรีฝรั่งอย่างทระนง

อย่างไรก็ดีล่าสุดนี้ วงแคนได้ออกค่ายศิลปวัฒนธรรมสู่สถานศึกษา หรือค่ายสืบสานศิลป์ 9” ในระหว่างวันที่ 13 – 18 มีนาคม 2550  โรงเรียนบ้านโนนจาน ต.เมืองเตา อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นค่ายแรกที่ชาววงแคนเลือกจัดกิจกรรมในชุมชนที่ปราศจากพื้นฐานทางด้านดนตรีและนาฏศิลป์ โดยถือเป็นครั้งแรกที่พวกเขาต้องจัดการกับโจทย์อันท้าทายที่ไม่เคยพานพบมาก่อน เพียงเพราะต้องการกระตุ้นให้ชุมชนได้ลุกขึ้นมาเสพสร้างมรดกวัฒนธรรมของตนเอง ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย ดังจะเห็นได้จากกระแสขานรับของชุมชนและโรงเรียนที่มีอย่างหนักแน่น

เช่นเดียวกับกิจกรรมในมหาวิทยาลัยทางวงแคนก็ยังเป็นส่วนหนึ่งอย่างไม่ว่างเว้น  รวมถึงการบริหารจัดการองค์กรที่ควรต่อการเป็นแบบอย่าง อาทิ การใช้ชีวิตร่วมกันฉันท์พี่น้อง รวมถึงการจัดให้มีการประชุมพบปะกันในทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ

เหนือสิ่งอื่นใด การสกัดความรู้ของตนเองแล้วนำไปสื่อสารหรือสอนให้กับผู้อื่นของนิสิตวงแคน  สะท้อนให้เห็นจิตสำนึกอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อการหวงแหนวัฒนธรรมพื้นถิ่น รวมถึงการมีองค์ความรู้อันเป็นพลังทางปัญญา หรือพลังทางความคิด (power of thinking) ที่สร้างสรรค์ (creative) มีทักษะการทำงานเป็นทีม (teamwork skill) มีการประเมินผลการทำงานที่มีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นแรงส่งให้สามารถขับเคลื่อนกิจกรรมนิสิตได้อย่างเป็นรูปธรรม และควรค่าต่อการยกย่องในฐานะแบบอย่างขององค์กรนิสิตที่มีศักยภาพเป็นที่สุดของการจัดกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมของมวลนิสิต 

<<<<<<<<<>>>>>>>>>>

ปล.ถ้าผู้เขียนคือ คุณพนัส ปรีวาสนา ได้มีโอกาสเข้ามาอ่าน ขอความอนุเคราะห์ขยายความเพิ่มเติม เกี่ยวกับ รางวัล ช่อราชพฤกษ์เพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้น ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ

ขอขอบคุณ กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

กัมปนาท อาชา

KPN