ตั้งทีม ฉก.บี้กระทรวงเร่งใช้งบ งัดแผนดึง ตปท. ลงทุนแสนล.

        ครม. ตั้งทีมเฉพาะกิจเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณ กรมบัญชีกลางเตรียมข้อมูลปัญหาอุปสรรคเบิกจ่ายงบปี50 เสนอ “ฉลองภพ” ชงต่อให้ ครม.ไล่บี้ส่วนราชการ เร่งล้างท่องบประมาณ เผย 5 เดือนแรกอนุมัติเงินไปแล้ว 34% ต่ำกว่าเป้า อัด 5 พันล้านใส่รากหญ้าโครงการอยู่ดีมีสุข  โต้เงินคงคลังมีพร้อมจ่ายอนุมัติได้ใน 1 วัน     ด้าน อปท. โวยรัฐไม่จัดสรรงบฯ ให้   จับตาสุรยุทธ์” คลอดมาตรการ ศก.มหภาคสัปดาห์หน้า เผยต้องเตรียมตัว  รับการผันผวน “โฆสิต” คาดต่างชาติลงทุนเพิ่มแสนล้านครึ่งปีหลัง            จากดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจที่ปรับตัวลดลงทั้งการบริโภค/การลงทุนภาคเอกชน การใช้กำลังการผลิต รวมทั้งดัชนีความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและดัชนีความมั่นใจของผู้บริโภคที่อยู่ในแนวโน้มขาลงต่อเนื่อง ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมาย             นายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงแผนการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2550 ว่าตนได้สั่งการให้สำนักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศไปเร่งรัดส่วนราชการทุกจังหวัด และรายงานการเบิกจ่ายอย่างละเอียด หากหน่วยงานใดมีผลการเบิกจ่ายล่าช้าจะแจ้งให้หัวหน้าส่วนราชการทราบเพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายต่อไป  นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการตรวจและติดตามการเบิกจ่าย งบประมาณที่มีผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะทำงานกรรมการประกอบด้วยผู้ตรวจราชการจากทุกกระทรวงและอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นเลขานุการ ได้เริ่มดำเนินการติดตามไปบ้างแล้ว  ผมยืนยันว่าการอนุมัติจ่ายเงินไม่ได้มีปัญหา หากส่วนราชการตั้งเรื่องมาขอเบิกเงินแล้วมีเอกสารครบถ้วน คลังจังหวัดสามารถอนุมัติจ่ายให้ได้ภายใน 1 วันทำการ” นายปิยพันธุ์กล่าว            นายปิยพันธุ์กล่าวต่อว่า การเบิกจ่ายเงินงบฯ ปีนี้ล่าช้า สาเหตุมาจาก พ.ร.บ.งบประมาณปี 2550     เพิ่งจะมีผลบังคับใช้ในช่วงกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา  หลังจากวันที่ 22 ม.ค. ทางสำนักงบประมาณได้เรียกส่วนราชการมาประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการอนุมัติเงินงวดและเปลี่ยนแปลงหมายเลขรหัสในการทำเรื่องขอเบิกเงิน ในช่วง 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550 (ต.ค.-ธ.ค.2549) เป็นช่วงที่ไม่ปกติ คือ กฎหมายงบประมาณยังไม่มีผลบังคับ          จึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายงบประมาณของปี 2549 มาใช้เบิกจ่ายไปก่อน ขณะนี้ไม่มีปัญหาแล้ว             ส่วนปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า  ที่ผ่านมากรมบัญชีกลางได้มีการอนุมัติเงินทดรองจ่ายให้กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) แล้ว เพราะให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงเป็นอย่างมาก ฉะนั้นเรื่องนี้น่าจะเป็นปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการภายในของ กอรมน. เอง เพราะจะต้องโอนเงินไปให้ กอ.รมน.ภาค 4 ต่อแล้วอนุมัติเงินส่งต่อไปให้ศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอ.บต.) อีกทอดหนึ่ง               ส่วนการเบิกจากเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีประมาณ 7,000 แห่งนั้น ต้องเบิกจ่ายผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สังกัดกระทรวงมหาดไทย ปีนี้ได้วงเงิน 123,574 ล้านบาท แต่ขอเบิกเงินจากกรมบัญชีกลางไม่มาก            ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2550 กรมบัญชีกลางได้อนุมัติเงินให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจไปแล้ว 536,209.96 ล้านบาท คิดเป็น34.24% ของวงเงินงบประมาณในปีนี้ 1.5662 ล้านล้านบาท ต่ำกว่า   ช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.53% แบ่งเป็นงบประจำ 449,721.97 ล้านบาท คิดเป็น 36.63% ของวงเงินงบฯ ประจำ 1.2279 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.93%   การเบิกจ่ายงบฯ ลงทุนโดยรวม 86,367.14 ล้านบาท คิดเป็น 25.53% ของวงเงินงบฯ ลงทุน 333,830 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.84%  ทางด้านการบริหารกระแสเงินสดเราดู cash flow กันเป็นรายวัน โอกาสที่จะเกิดเงินขาดคลังขณะนี้ไม่มี ในช่วงที่กฎหมายงบประมาณ 2550 ยังไม่มีผลบังคับใช้ เงินคงคลังเรามีอยู่ในระดับ 8-9 หมื่นล้านบาท แต่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ได้ปล่อยงบประมาณออกไปมากจนทำให้ระดับเงินคงคลัง ณ วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ลดลงมาอยู่ที่     39,700 ล้านบาท ซึ่งไม่มีปัญหา เพราะเรายังมีวงเงินในการออกตั๋วเงินคลังอีก” นายปิยพันธุ์กล่าว            นอกจากนี้เมื่อวันอังคารที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการอนุมัติงบประมาณไปใช้ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขระดับจังหวัดวงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยมีคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชาชนอยู่ดีมีสุขเป็นผู้บริหารจัดการวงเงินงบประมาณ มุ่งให้ประชาชนและครอบครัวสามารถพึ่งตนเองได้ รวมทั้งเห็นชอบตามที่คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กกถ.) เสนอให้มีการจัดสรรเงินอุดหนุนแก่ อปท. โดยยึดกรอบการจัดสรรเงินให้แก่ อปท. ในปี 2550 ใช้เป็นฐานในการจัดสรรงบประมาณ       ปี 2551   ทั้งนี้ การจัดสรรเงินอุดหนุนแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ เงินอุดหนุนทั่วไปและเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ      โดยงบประมาณปี 2551 ได้จัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่ อปท. 147,840 ล้านบาทเมื่อรวมกับรายได้ที่ อปท. จัดเก็บเองและรายได้ที่รัฐบาลจัดเก็บให้อีกจำนวน 233,940 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 381,780 ล้านบาท             นายอำนาจ ศิริชัย นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย และนายก อบจ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจาก อปท. ว่า เวลานี้ อปท. เกือบทุกแห่ง ทั้ง อบจ.  เทศบาล อบต. กำลังประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณอย่างหนัก เนื่องจากรัฐบาลยังไม่จัดสรรงบประมาณมาให้ โดยเฉพาะเงินจากภาษีมูลค่าเพิ่มและเงินอุดหนุน ทำให้ อปท. หลายแห่งไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงาน บางแห่งต้องนำเงินสะสมจ่ายขาดมาจ่ายแทนจนหมดกลายเป็นปัญหาลูกโซ่กระทบต่อการบริหารงานอย่างมาก จึงขอวิงวอนให้รัฐบาลเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน             พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชาชนอยู่ดีมีสุขว่า ได้มีการพิจารณาถึงการเปิดโครงการพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่จะมีกำหนดการศึกษาดูงานกันในวันที่ 20-21 มี.ค.นี้ ที่ชุมชนบ้านไม้เรียง จังหวัดนครศรีธรรมราช  รัฐบาลมุ่งเน้นการสร้างชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งได้มีการวางระเบียบการทำงานในเรื่องนี้ไว้ว่า โครงการต่าง ๆ จะต้องเกิดจากชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้มีการเรียนรู้โดยจะพิจารณาในเรื่องของการจัดงบประมาณลงไปสู่ชุมชน มีระเบียบของการดำเนินการที่ชัดเจน ในบางโครงการก็อาจจะมีการต่อยอดจากสิ่งที่ชุมชนได้ดำเนินการมาแล้ว เนื่องจากจะคำนึงถึงความต่อเนื่องของโครงการเป็นหลัก                 นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงปัญหาเศรษฐกิจด้วยว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่านั้น เป็นเรื่องที่นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในปัจจุบันทุกภาคส่วนจะต้องมี  ความพร้อมในการปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดขึ้นได้   ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้นในส่วนของภาครัฐจะพยายามจำกัดความเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม เนื่องจากเห็นว่าไม่ควรจะให้มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินไปเพื่อให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถปรับตัวได้             พล.อ.สุรยุทธ์ยังได้กล่าวถึงวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษที่ทำเนียบรัฐบาล (17 มี.ค.) ว่า นอกเหนือจากการหารือถึงเรื่องงบประมาณประจำปี 2551 แล้ว การประชุมดังกล่าวจะถือเป็นวาระพิเศษ ซึ่งได้มีแนวคิดคือจะเปิดกว้างสำหรับรัฐมนตรีที่ต้องการระบายความคิดเห็นและความรู้สึกต่อนายกรัฐมนตรี และอาจให้มีการหารือในกลุ่มย่อยหรือในรูปแบบต่าง ๆ             นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจส่วนรวม เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะเสนอมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งหมดให้กับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พิจารณา และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการได้ ภายหลังการประชุมคณะกรรมการในวันอังคารที่  20 มีนาคม 2550     การจัดลำดับความสำคัญของมาตรการที่จะเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา ประกอบด้วย การจัดการให้มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชนบท ควบคู่ไปกับการเร่งรัดให้มีการลงทุนในประเทศ มาตรการและข้อเสนอแนะด้านตลาดเงินตลาดทุน การเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปได้ตามเป้าหมายร้อยละ 90 ส่วนการลงทุนในต่างประเทศนั้น คาดว่าจะมีผลในช่วงครึ่งหลังของปี 2550  หากสามารถจัดการปัญหาในเขตนิคมอุตฯ มาบตาพุดได้ คาดว่าจะมีการลงทุนจากต่างประ เทศเพิ่มขึ้น 1 แสนล้านบาท เพราะขณะนี้นักลงทุนจากสหรัฐอเมริกา และอินเดีย ต่างก็เร่งรัดให้รัฐบาลจัดการปัญหาให้เสร็จสิ้น” นายโฆสิตกล่าว            ส่วนมาตรการด้านการบริหารนโนบายการเงินนั้น รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีสิทธิโดยชอบธรรมในการวินิจฉัยว่าจะดำเนินการปรับทิศทางดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับขาขึ้นหรือขาลง ทั้งนี้ ตนมีหน้าที่เพียงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงให้ความเห็นเกี่ยวกับปัญหาและความต้องการทั้งหมดไปแล้ว เมื่อครั้งการประชุมนัดที่ผ่านมา             นายโฆสิตกล่าวด้วยว่า ในวันที่ 31มีนาคม 2550 จะมีการเบิกจ่ายเม็ดเงินจำนวน 10,000 ล้านบาท ลงไปสู่หมู่บ้านทั่วประเทศ ภายใต้มาตรการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชาชนอยู่ดีมีสุข หมู่บ้านละ 150,000-300,000 บาท จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงิน ซึ่งจะส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจส่วนรวมในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ <p style="margin: 0in 0in 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">ประชาชาติธุรกิจ  19  มีนาคม  2550</p>