พรุ่งนี้เช้า...เจ้าแผ่นดินจะไปวัดกับพ่อปู่...ส่วนแดนไทจะตำหมากให้คุณย่า

ผมเคยรู้สึกและยังรู้สึกเสมอว่าพ่อกับแม่ของผม,  รักและปรารถนาจะมีหลาน ๆ  เป็น "ผู้หญิง"  แต่ยังไงก็ไม่รู้หลาน ๆ ทั้งหลายที่ลืมตาดูโลกและวิ่งซนเป็นธุระท่านอยู่ทั้งหมดก็ล้วนเป็น "ผู้ชาย"  ทั้งนั้น

ในบรรดาพี่น้องถีบก้นคลานกันออกมาจากท้องแม่ราว 6  คน  ผมมีพี่สาวเพียงคนเดียว  นอกนั้นเป็นผู้ชาย - พี่ชายทั้งหมด ... พ่อและแม่เคยบ่นเพ้อให้ได้ยินเสมอว่า "อยากได้หลานสาว" มาก ๆ

ผมไม่ใคร่แน่ใจว่าเป็นด้วยเหตุผลอันใดกันแน่ท่านจึงรักและปรารถนาเช่นนั้น... หรืออาจเป็นเพราะท่านมีลูกสาวเพียงคนเดียว  เลยยิ่งอยากมีหลานที่เป็นผู้หญิงมาชื่นชมมากขึ้นทบทวี

ครอบครัวผมค่อนข้างอาภัพความเป็น "ผู้หญิง"  ค่อนข้างมาก ..หรือจะเรียกได้ว่า "มากเป็นที่สุด" ก็คงไม่ผิด

พี่ชายคนแรกแต่งงาน มีหลานชายมากำนัล 3 คน,  พี่สาวแต่งงานมีหลานมาให้ชื่นรักเป็นชาย 1 หญิง 1  ส่วนอีกคนก็เช่นเดียวกัน คือ เป็นชาย 1  และหญิง 1  สุดท้าย "ลูกหล่า" อย่างผมก็ทะลึ่งมีหลานให้ท่านเป็นชายแสนซนเสีย 2 คน

ในครั้งที่แฟนท้อง  ทั้งครอบครัวพ่อแม่พี่น้องต่างลุ้นและลุ้นให้เป็น "ผู้หญิง"  แต่พอคลอดเจ้าดินออกมาทุกคนก็ยังไม่สิ้นหวัง  และยังเจ้าแดนไทกระโจนออกมาท่องโลกทุกคนก็ยังปลอบใจว่า "คนที่สาม"  จะต้องเป็น"ผู้หญิง"  อย่างแน่นอน ...

ผมยังจำคำที่แม่และพ่อบอกในวันที่โทรไปส่งข่าวหลังการตรวจเพศของลูกในท้องครั้งแรกได้ดี .. ครั้งนั้นแม่บอกว่า  "บ่เป็นหยัง  ผู้ซายกะผู้ซาย  เลี้ยงได้เหมิด"

และเมื่อถึงคราวท้องเจ้าแดนไทเสียงของแม่ที่ส่งผ่านมากับโทรศัพท์ก็ยังชัดเจนว่า "ผู้ซายกะสิเป็นหยัง  ขนาดหมา กะหยังเลี้ยงมาแล้วตั้งหลายโต   ประสาหยังหลานผู้ซาย  คือสิเลี้ยงบ่ได้"

เหตุที่แม่เปรยเทียบเช่นนั้น  เพราะโดยปกติผมมักจะนำสุนัขจากสารคามไปให้ท่านเลี้ยงเสมอ  โดยเฉพาะในช่วงที่ยังไม่มีลูก  ท่านก็ได้แต่เลี้ยงสุนัขตัวโปรดของผมไปพราง ๆ  และท่านก็ผูกพันกับสุนัขเหล่านั้นมาจนบัดนี้

 

วันนี้..ท่านเดินทางมารับเจ้าดินและเจ้าแดนด้วยตนเอง  - คุณพ่อในวัย 74  ขับรถมาเอง เพราะทนคิดถึงหลานไม่ไหว  และหลาน ๆ ก็แต่งองค์ทรงตัวรอตั้งแต่เช้าตรู่เลยทีเดียว

พอท่านมาถึง....ต่างคนต่างแข่งกันวิ่งกรูเข้าโผกอด   เจ้าดินโผซบคุณปู่  เจ้าแดนโผอ้อนคุณย่า -- ไม่ทันที่ท่านทั้งสองจะพักดื่มน้ำดื่มท่า  เจ้าแสนซนทั้งสองก็หอบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าชวนกลับกาฬสินธุ์สถานเดียว !

แผ่นดินวิ่งไปเอาประกาศนียบัตรนักเรียนมารยาทดีเด่นมาอวดคุณปู่  พร้อมทั้งยกโน้ตบุ๊คไปโชว์ภาพตนเองให้ปู่และย่าชื่นชม  และไม่ลืมที่จะฟ้องว่า "เจ้าจุก" (น้องแดน)  เป็นคนไม่เก่ง  เพราะไม่กล้าขึ้นเวทีเต้นรำกับเพื่อน ๆ   ส่วนน้องแดนก็ออดอ้อนแก้ตัวกับคุณปู่ว่า "แดน หยังผู้น้อยอยู่  เต้นบ่เป็น"

ช่วงเวลาที่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ที่ห้อง  ผมเห็นเจ้าตัวเล็กทั้งสองคลอเคลียอยู่กับปู่และย่าอย่างไม่ถอยห่าง  ราวกับแมวตัวน้อยที่ซุกตัวซุกกายอยู่ข้าง ๆ เจ้าของ

เด็กทั้งสองคน  ไม่ใคร่สนใจใยดีต่อผมนัก  ปู่และย่าเท่านั้นคือ "ของเล่น" ชิ้นใหม่ที่พวกเขารอคอยมาอย่างยาวนาน

ผมเห็นความสุขของคนทั้ง 4  ฉายฉานอย่างมีชีวิตชีวา...

ผมเชื่อว่าหลาน ๆ  คือบ่อเกิดของความสดใสในชีวิตของพ่อกับแม่  .. หลาน ๆ คือยาวิเศษที่ช่วยให้ท่านมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง

ผมรู้และสัมผัสได้ว่าความรักที่ท่านมีต่อหลานทั้งสองไม่น้อยไปกว่าที่มีให้ผม  และเป็นความมหัศจรรย์ยิ่งนักที่ความรักของท่านที่มีต่อผมถูกถ่ายโยงไปสู่ยังเจ้าดินและเจ้าแดนอย่างสม่ำเสมอ  ขณะที่ความรักของท่านที่มีต่อผมก็ไม่เคยลดน้อยถอยลงเลยแม้แต่นิดเดียว

....

ถึงแม้ผมไม่สามารถมีลูกสาวมากำนัลท่านได้  แต่ก็เชื่อมั่นแรงกล้าว่า หลานชายทั้งสองก็เป็นเสมือนแก้วตาดวงใจของท่าน ... และท่านก็รักเสมอเหมือนปู่และย่าพึงรักหลานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

คืนนี้...ห้องนอนของผมเงียบลงถนัด  ไม่มีเสียงอันแสนซนของเจ้าตัวเล็กทั้งสอง  และเชื่อว่าที่กาฬสินธุ์จะคึกครื้นและคึกคักไปด้วยความมีชีวิตชีวาเป็นไหน ๆ

พรุ่งนี้เช้า...เจ้าแผ่นดินจะ "ไปวัด"  กับพ่อปู่...  ส่วนแดนไทจะ "ตำหมาก"  ให้คุณย่า...

....

อีกนานกว่าแผ่นดินและแดนไทจะเติบใหญ่มีครอบครัว  และมีหลานให้ผมได้ชื่นชม.....

และอนาคตอันไกลโพ้น ....ผมก็ยังอยากมีหลานสาวเหมือนที่พ่อกับแม่ของผมรักและปรารถนา

แต่ถ้าเกิดยังอาภัพผู้หญิง..   ผมก็มั่นใจว่า "ผมจะรักเขาประหนึ่งแก้วตา ดวงใจ"  เสมอเหมือนกับที่ "ปู่และย่ารักในตัวแผ่นดินและแดนไท"  เหมือนกันทุกประการ