ถึงแม้ว่าเราจะมองไม่เห็นเท่าที่คนอื่นเค้ามองเห็นกัน แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาที่เราจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

 

สองวันมานี้ผมได้เรียนรู้เรื่องใหม่เอี่ยมอ่อง ที่ไม่เคยได้รู้และใกล้ชิดมาก่อน โดยเฉพาะเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเกี่ยวกับเด็กพิเศษ นับว่าโชคดีที่ชมรมเพื่อนแก้วของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  พากันมาเข้าค่ายจัดกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน ผมประทับใจที่ตั้งแต่เธอก้าวลงจากรถบัสคันใหญ่ เดินจูงกันเข้ามาในสวน มาเข้าแถวหน้าอาคารกรมราษฎรส่งเสริม เพื่อจะรอพบปะกับเจ้าบ้านตามธรรมเนียม  รู้สึกดีใจที่สังคมไทยยังทักทอสายใยแห่งความเป็นมนุษย์ ที่รู้ร้อนรู้หนาวเจือจานน้ำใจมาให้เธอเหล่านี้บ้าง ยังไม่เลวร้ายถึงกับปล่อยเกาะ หรือไม่ดูดำดูดีทำบุญเอาหน้า เที่ยวเสนอความช่วยเหลือให้นานาประเทศ แต่หลงลืมลูกหลานตัวเองที่อยู่ในโลกมืด ด้อยโอกาสแม้แต่จะเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นคนไทยของเธอ การที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามจัดให้มีโครงการบัณฑิตพิเศษ ให้โอกาสเยาวชนหญิงชายได้เรียนในมหาวิทยาลัยกับเพื่อนที่ครบอาการสามสิบสอง จึงเป็นความดีงามเชิงสังคมที่จับต้องได้ ขอขอบคุณแทนลูกหลานคนอีสานที่เข้ามาเป็นนิสิตของสถาบันการศึกษาในเมืองตักศิลา แห่งนี้. 

นับเป็นครั้งแรกที่มหาชีวาลัยอีสานได้ต้อนรับอาคันตุกะพิเศษ อะไรที่พอจะทำให้หรือทำให้พวกเธอเหล่านี้ ก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ผมติดตามเฝ้าดูพวกเธออย่างใจจดใจจ่อทั้งที่ง่วงแสนง่วง ก็ยังห่วงว่าจะพลาดเรื่องดีๆที่พวกเธอแสดงออก และแล้วก็ไม่ผิดหวัง ผมดีใจที่ได้พบ ได้เห็น ความดีงามที่มาโลดเต้นอยู่ตรงหน้า..  

 

ในช่วงหัวค่ำ กรรมการชมรมเพื่อนช่วยเพื่อน ได้จัดรายการแสดงวิธีเรียน การทำงาน และแสดงความสามารถพิเศษให้เราชม ผมนั่งปลื้มจนแทบลืมหายใจ ความดีงามที่อยู่ตรงหน้า เด็กหนุ่มตาพิการมาแสดงการพิมพ์หนังสือให้เราชมอย่างคล่องแคล้ว ทำเอาเด็กตาดีอายม้วนต้วน บางคนชวนเพื่อนสนิทมาแสดงการบันทึกเสียงลงในการทำสื่อการเรียน ทั้งน้ำเสียง จังหวะเสียง ความชัดถ้อยชัดคำ ไม่แพ้มืออาชีพแม้แต่น้อย 

 

แต่สิ่งที่ผมไม่เล่าไม่ได้ พอเราประกาศว่าอยากจะฟังเพลง เธอผู้ที่เราเข้าใจว่ามีขีดจำกัดมากมาย เดินจูงมือเพื่อนมาด้านหน้า ไม่ให้เสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว เธอออกมาร้องเพลงคู่กับเพื่อนได้อย่างน่าทึ่ง เนื้อเพลงบอกเล่าถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อคนที่เรียกว่าพ่อ เธอรักพ่อของเธอมากจนผมคาดไม่ถึง ผมบันทึกเพลงนี้ไว้ ฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก ..ไม่ได้ร้องคลอหรอกนะ แต่นั่งน้ำตาคลอ.. โธ่!!ชีวิตและชาตะตากรรม ทำไมมันไม่ยุติธรรมกับคนที่แสนดีเหล่านี้เลย  

ผมมองหาปมด้อยไม่เจอ ทั้งๆที่จับตาดูเธอตลอดเวลา เห็นแต่ความฉับไว การแสดงออกทั้งความคิดเห็นและความสามารถ เธอเป็นนางเอกในใจผมเสียแล้ว ฝันล่วงหน้าไปไกลโพ้น หวังใจไว้สุดๆว่าถ้าเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่านี้ ผมอยากให้เธอได้มองเห็นโลกเหมือนกับผมบ้าง 

ก่อนนอนผมเปิดบล็อกที่เธอเขียน หัวใจผมก็หล่นมากองอยู่หน้าเจอ อ่านทวนไปทวนมาเหมือนคนบ้า ท่านลองอ่านคนที่จิตใจสะอาดเรียงตัวอักษรสะท้อนความงดงามแห่งจิตใจที่ผสมผสานน้ำใจให้กับโลกใบนี้ คนใจงาม คิดงาม เธออยู่กับความงดงามมากกว่าพวกเราเสียอีก..  

หนูfriendsเขียนในบล็อก หัวข้อเปิดโลกใหม่ ที่เธอสัมผัสด้วยดวงหทัย ได้ใจความว่า..วันนี้เราได้มาที่มหาชีวาลัยอีสาน ทำให้เราได้พบกับสิ่งแปลกๆใหม่ๆที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น วัวพันธุ์ซาฮิวาล และหมูที่แปลกที่สุดคือเป็นหมูที่ใส่ถุงเท้า ชื่อพันธุ์ว่าเหม่ยซานฯลฯ ถึงแม้ว่าเราจะมองไม่เห็นเท่าที่คนอื่นเค้ามองเห็นกัน แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาที่เราจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพราะเรามีอาสาสมัครช่วยอธิบายและช่วยเหลือในสิ่งต่างๆด้วยความเป็นกันเอง

เห็นไหมครับ เข้าใจไหมครับ ตระหนกบ้างไหมครับ ว่าทำไมเธอถึงพร้อมเรียนรู้ พร้อมที่จะสู้ชีวิตในสภาพของผู้ที่ไม่มีความพร้อมแม้แต่น้อย ต้นทุนที่มี เธอมีสิ่งเดียวแท้ๆ คือหัวใจที่มีอานุภาพสูงมาก พลังการเรียนรู้โชติช่วงชัลวาล ใครๆที่พูดเรื่องKM.เล่นๆ ควรจะอ่านข้อเขียนของเธอ  

        " ตั้งแต่จำความได้ เราก็รู้ว่าโลกของเราใบเล็กนิดเดียวคนรอบข้างอาจมองว่าโลกทัศน์ของเราแคบกว่าคนปรกติ สิ่งต่างๆ  ที่เรามองเห็นเป็นเพียงภาพเลือนรางบ้าง  พร่ามัวบ้าง   คนใส่ชุดสีขาวท่าทางใจดีเรียกเราว่า  “คนสายตาเลือนราง”   และเรียกเพื่อนของเราว่า  “คนตาบอด”   พวกเขาบอกกับเราว่า โลกของพวกเขามีเพียงความมืดมิดไม่มีดวงอาทิตย์ในตอนกลางวันและไม่มีดวงจันทร์ในตอนกลางคืน   แต่ชีวิตของพวกเขาก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเรานัก   นั่นคือเราใช้ประสาทสัมผัสที่เหลืออยู่ในการเรียนรู้และทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน  หลายคนมองว่าเราเป็นคนพูดเก่งมากชนิดน้ำไหลไฟดับก็ว่าได้  การได้ยินก็เป็นเลิศเหมือนโซน่าของปลาวาฬใต้มหาสมุทร  ความจำเป็นเยี่ยมเหมือนกับเมมโมรี่การ์ด" น้องมด นางสาวเสาวนีย์ สีสอง เขียนสิ่งที่เรียกว่าวรรคทอง ออกจากใจของเธอ. 

 วันนี้ช่วงเช้า ผมจัดรายการดังนี้ครับ ท่านที่สนใจติดตามอ่านได้ คืนนี้แต่ละกลุ่มจะทยอยเขียนความเห็นเธอผ่านบล็อก..ของแต่ละกลุ่ม

9.00  นิสิตพิเศษ ออกมาทั้งกลุ่ม เล่าประวัติย่อๆของแต่ละคน ความคิด ความฝัน ความตั้งใจ ของแต่ละคน

9.30       เพื่อนสนิทที่ประกบคู่ ออกมาบอกเล่าประสบการณ์ความประทับใจ ความเห็นเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ และความคิดเห็นที่มีต่อเพื่อน

9.31       กลุ่ม/ชมรม/เพื่อนช่วยเพื่อน เขียนแผนเสนอโครงการฯ

·        แผนเชิงโครงสร้าง นโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมเด็กพิเศษ

      ในมหาวิทยาลัย

·        แผนกิจกรรมรายปี

·        แผนกิจการที่จะเลือกทดลอง

·        แผนเชื่อมโยงกับสังคมโลก

11.0          การแสดงออก ร้องเพลง เขียนกลอน การละเล่นอื่นๆ

12.0          รับประทานอาหารกลางวัน

13.0          แบ่งกลุ่มไปศึกษาการเพาะเห็ด กับ การเลี้ยงไก่ไข่

17.0          แต่ละกลุ่มเลือกทำอาหารคนละ1อย่าง

18.0          รับประทานอาหารร่วมกัน

19.0          พักผ่อน

20.0          เสนอแผนงานของชมรมเพื่อนแก้ว

22.0    นอนฝันหวาน