๒ สัปดาห์ต่อมา กลุ่มมีการกลับมาแลกเปลี่ยนกันเรียนรู้กันในประเด็นของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ดังที่ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าระหว่างการสนทนาในที่ประชุมหัวหน้าช่วงชั้น ดังต่อไปนี้  

 

ครูใหม่ - วิมลศรี  เพื่อให้เราทุกคนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน และได้รู้สึกว่าทุกคนเป็นเพื่อนร่วมทางที่จะคอยดูแลใจของกันและกัน อยากจะขอให้เราทำที่ประชุมนี้ให้เป็นที่ๆ เราจะได้มาสรุปประสบการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นที่ๆ เราจะได้เรียนรู้ไปด้วยกัน ทั้งในเรื่องที่เป็นความสำเร็จ และเป็นปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไขให้ลุล่วง  

 

ครูเหล่น - จันทร์ทิพย์  เป็นคนแรกที่เริ่มเล่าว่าการไปร่วมกระบวนการสุนทรียสนทนาทำให้ตนเกิดทัศนคติในการมองเพื่อนครูใหม่  เพราะใจของเราเปลี่ยนไป แต่เดิมเป็นคนที่มองทะลุครูไปที่ผลที่จะเกิดขึ้นกับตัวเด็ก และพยายามไปคาดคั้นครู ไปกำหนดให้เขาเป็นไปตามความต้องการของเรา แต่ตอนนี้ทำงานให้ครู เพื่อครู แล้วผลก็ไปเกิดขึ้นกับตัวเด็กเอง

 

คำว่า "ทุกคนคือเพื่อนร่วมเรียนรู้" นั้น เป็นสิ่งที่เมื่อก่อนนี้รู้จักเอาจากความคิด แต่เมื่อได้เห็นตัวอย่างในกระบวนการจากกิจกรรมภาวะผู้นำ ๔ แบบก็เกิดสายตาในการมองเห็นความหลากหลายของคนจากจุดยืนใหม่ ทำให้เข้าใจคนอื่นได้ดีขึ้นมองเห็นครูเป็นเพื่อนร่วมเรียนรู้ได้จริงๆ

 

ความรู้สึกใหม่ๆที่เกิดขึ้นในใจคือ ทุกสิ่งแก้ไขได้เสมอ ถ้าหากตัวเรายังอยู่ในภาวะปกติ

 

ครูมิ - รุ่งรวี   ก่อนหน้าที่จะไปร่วมกระบวนการสุนทรียสนทนาก็คิดว่าตัวเองสามารถที่จะคลายจากการถือสาคนที่ไม่ทำตามความคิดของเราได้มากแล้ว คิดว่าเราเข้มแข็งในเรื่องนี้แล้ว  ในการทำงานที่ผ่านมาก็ใช้ทั้งพลังที่จะขับเคลื่อน ใช้ทั้งใจที่มีความมุ่งมั่น เพื่อจะผลักดันงานให้สำเร็จทันเวลาที่กำหนด จึงใส่ความคิดของตัวเองเข้าไปมาก แต่เมื่อได้หยุดพักทำความเข้าใจตัวเองแล้วก็พบว่า ภายใต้การรับฟัง ที่เราคิดว่าเราฟังคนอื่นแล้ว เอาเข้าจริงก็ยังไม่ฟังในบางส่วน   

 

สิ่งที่ได้มาจากสุนทรียสนทนา คือ วิธีการสร้างความปกติให้กับตัวเอง และการมีท่าทีในการมองปัญหาที่ถูกต้อง  

 

ครูปาด - ศีลวัต   ภาระที่รับอยู่ในตอนนี้ค่อนข้างจะมากเกินตัว ทำให้ต้องใช้พลังงานเกิน ๑๐๐%  เพราะคิดเรื่องงานอยู่ตลอดเวลา การไปสุนทรียสนทนาทำให้ได้ไปเคาะสนิม และตอนนี้ก็ตื่นขึ้นมาล้างเทปทุกเช้า น่ายินดีว่าหลายอย่างที่ทำอยู่กำลังดำเนินไปอย่างถูกต้อง    

 

สุนทรียสนทนา คือการเติมความมีชีวิตให้กับตัวโครงสร้างที่ปรุงขึ้นใหม่ คือจิตใจของงาน

 

 

ครูนัท - อรทัย  หลังจากที่กลับมาจากการไปสุนทรียสนทนามา ๓ วัน ๒ คืน รู้สึกว่าจะมีจิตที่นิ่งขึ้น ไม่ด่วนตัดสิน ไม่โกรธเคืองอะไรง่ายๆ   จัดการกับงานได้อย่างมีสติมากขึ้น 

 

 

ครูน้อย - จันทนา   เคยร่วมกระบวนการสุนทรียสนทนาก่อนมาทำงานที่โรงเรียนเพลินพัฒนา เห็นประโยชน์ของการเข้าใจคนอื่น ด้วยท่าทีของการรับฟังอย่างลึกซึ้ง และการสะท้อนความคิดอย่างตรงไปตรงมา 

 

ทุกวันนี้เราต้องทำงานในภาวะเร่งรีบ  ความคิดที่เข้ามาไว ทำให้จับอารมณ์ตัวเองไม่ทัน ดังนั้นจึงต้องสอนให้เด็กเล็กๆ ระบุอารมณ์ของตัวเองให้ได้ เช่น ตอนนี้กำลังเสียใจอยู่ใช่ไหม  

 

คุยกันเรื่องอารมณ์ รับฟังความรู้สึกให้เข้าใจกันก่อน แล้วค่อยหาเหตุหาปัจจัยว่าเรื่องนี้จะเอาอย่างไรกันดี  

 

งานทำงานจัดการความรู้ในเดือนที่สองนี้ จึงเป็นการเติมความงดงามลงไปในตัวระบบ  เป็นการการมองไปที่ปัจจัยภายใน ที่ช่วยให้ชีวิตของการเรียนรู้มีมิติที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น