วันนี้จึงเป็นโอกาสอันดียิ่ง ที่ได้พบกับผู้รู้หลายท่าน โดยเฉพาะได้พบกับคุณพัชราภา อินทร์ชลิต และคณะ ที่สวนป่าครูบาสุทธินันท์ โดยคณะนี้เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการดำเนินโครงการอาสาสมัครกับการจัดการความรู้ตามแนวเศรษฐกิจพอพียง ที่จะมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่สวนป่าครูบาสุทธินันท์


จากการได้ชมภาพยนตร์จีน หลายเรื่อง ทำให้ได้แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการความรู้ ในหลายเรื่อง  สำนวนจากภาพยนตร์จีนบางเรื่อง ยังอยู่ในความทรงจำและในบางสถานการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต  ก็ได้วิธีคิดดีๆจากสำนวนเหล่านี้ อยู่บ่อยครั้ง 
                    

ในแนวคิดการจัดการความรู้  เช่นเดียวกัน  อาจจะด้วยกระแสแห่งการตื่นตัวและหรือด้วยกระแสใดๆก็ตาม     วันนี้  นักบริหารในทุกวงการต่างพยายามด้วยวิธีการ
ที่หลากหลาย เพื่อให้ได้มาซึ่งการมีการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการบริหารหน่วยงาน     คิดไปแล้วนึกสงสาร KM   ที่กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ                        


ด้วยประสบการณ์ที่พอจะมีบ้าง  แต่มีแบบต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมาย  ได้เกิดแนวคิดว่า  ถ้าหากเราแบ่งส่วนร่างกายคนออกเป็นสองส่วน  ส่วนหนึ่งคือความรู้   อีกส่วนหนึ่งคือความไม่รู้   คำถามคือว่าแล้วเราจะจัดการสองส่วนนี้ได้อย่างไร                        


สำนวนภาพยนตร์จีน   บอกไว้ว่า  ชีวิตกับความตาย  ใกล้กันนิดเดียว  เพียงแค่พลิกเหรียญอีกด้าน ก็พบแล้ว     ผมจึงเกิดแนวคิดว่า    การจัดการความรู้ในอีกแนวคิดหนึ่ง เป็นกระบวนการที่เรานั่งพลิกเหรียญไปมา  เกิดการค้นหา  การเรียนรู้  การนำไปใช้  เกิดการพานพบสิ่งใหม่  เป็นบันไดต่อเนื่อง  ส่งผลให้เรื่องการเรียนรู้เป็นไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด                        


วันนี้จึงเป็นโอกาสอันดียิ่ง  ที่ได้พบกับผู้รู้หลายท่าน  โดยเฉพาะได้พบกับคุณพัชราภา   อินทร์ชลิต และคณะ    ที่สวนป่าครูบาสุทธินันท์     โดยคณะนี้เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการดำเนินโครงการอาสาสมัครกับการจัดการความรู้ตามแนวเศรษฐกิจพอพียง    ที่จะมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้  ที่สวนป่าครูบาสุทธินันท์  ตั้งแต่วันที่ 17 -   19   มีนาคม   2550    ในเบื้องต้นผมเห็นว่าแนวคิดเช่นนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง   ซึ่งผมและคณะที่เม็กดำ คงใช้โอกาสอันดีร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้    ซึ่งเมื่อเหรียญพลิกมาด้านนี้ทำให้เราเห็นชัดว่า  เรามีความไม่รู้อีกมากมาย                      

โอกาสนี้  ในฐานะพยัคฆภูมิพิสัย  เป็นเมืองชายแดนด้านใต้สุดของมหาสารคาม  จึงขอร่วมขบวนการเรียนรู้กับกองกิจการนิสิต   มหาวิทยาลัยมหาสารคาม   ด้วยความยินดียิ่ง