การจัดการความรู้ของโรงเรียนเพลินพัฒนา ดำเนินมาครบ ๒ เดือนแล้ว  ความก้าวหน้าที่เห็นได้ชัดเจน คืองานจัดการความรู้ที่เกิดขึ้นกับช่วงชั้นอนุบาล  

          คณะทำงานจัดการความรู้ของช่วงชั้นอนุบาลที่ประกอบด้วยหัวหน้าช่วงชั้น คือ ครูแนน ปัทมา และ แกนนำสำคัญ ๓ คน ได้แก่ ครูหนึ่ง ศรัณธร  ครูเจี๊ยบ ชุตินารถ และครูกบ นวรัตน์ ผู้คอยขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในวงประชุมของระดับชั้นต่างๆ   ได้ถ่ายทอดความรู้สึกของคนทำงานจัดการความรู้ไว้บนบอร์ด "เรื่องดีๆมีไว้แบ่งปัน" ว่า

"หลังจากพวกเราชาวอนุบาลได้นำกระบวนการจัดการความรู้(Knowledge Management - KM ) มาใช้เป็นตัวขับเคลื่อนส่วนอนุบาลทั้งระบบ ผ่านกระบวนการที่สำคัญคือ การแชร์ หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้   โดยใช้ชื่อหัวข้อว่า "เรื่องเล่า ...เร้าพลัง" มาประมาณ ๖ สัปดาห์แล้ว  เรื่องราวดี ๆ ที่ประสบความสำเร็จถูกนำออกมาถ่ายทอด และแบ่งปันให้เพื่อน ๆ ครูด้วยกันได้เรียนรู้

 

ในสัปดาห์แรก ๆ ของการแลกเปลี่ยน มีบ้างที่พวกเรารู้สึกไม่มั่นใจที่จะเล่า

ไม่รู้ว่าจะเล่ายังไงดี  หรือแม้แต่จะหาเรื่องอะไรมาเล่าสู่กันฟังดี .... และอีกมากมายของความรู้สึกที่เกิดขึ้น   แต่เมื่อทุกคนได้ทำซ้ำๆ เรียนรู้ขั้นตอน และกระบวนการที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับบริบทของเรา ประกอบกับท่าทีของผู้ฟังที่ฟังอย่างตั้งใจ   ใส่ใจ   ให้เกียรติ เป็นมิตร และแววตาที่ชื่นชมจากเพื่อน ๆ ที่มีให้แก่กันและกัน  ขณะนี้เรื่องราว เรื่องเล่าต่าง ๆ ของพวกเราก็พร่างพรูออกมามากมาย ก่อนถึงวันที่จะประชุมต่างก็มีเรื่องเตรียมจะมาแลกเปลี่ยน เล่าสู่กันฟัง และแล้วเรื่องราวดี ๆ ก็ได้ถูกจัดเก็บและบันทึกเอาไว้ให้เพื่อนครูได้ศึกษาเรียนรู้ และนำกระบวนการของเพื่อนไปต่อยอดต่อไป "

         บอร์ดเรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปันนี้ ติดอยู่ที่โถงชั้นล่างของอาคารอนุบาล  พื้นที่ส่วนหนึ่งของบอร์ดมีไว้นำเสนอ "เรื่องเล่าเร้าพลัง" ที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนความรู้ปฏิบัติที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน ที่เป็นการ ควัก ความรู้ในคน ซึ่งเป็นเคล็ดลับความสำเร็จที่เกิดขึ้นบนบริบทของโรงเรียนออกมาแบ่งปันให้ได้อ่านกัน  

          อีกส่วนหนึ่งมีไว้เพิ่มพูนความรู้ที่ทางฝ่ายวิชาการ คว้า จากภายนอกเข้ามาให้คุณครู และคุณพ่อคุณแม่ได้ทดลองนำไปปรับใช้ เช่น เมื่อเด็กตั้งคำถาม ควรจะตอบอย่างไรจึงจะไปกระตุ้นให้เกิดการคิดต่อ  เป็นต้น

          อีกงานหนึ่งที่เริ่มต้นได้ด้วยดี คือการพากลุ่มแกนนำของโรงเรียนไปร่วมรับประสบการณ์ของการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการสุนทรียสนทนา กับอาจารย์ณัฐฬส วังวิญญู และคณะ ที่คำแสด รีสอร์ท   จ.กาญจนบุรี     หลังจากที่หัวหน้าช่วงชั้นทุกคนตรากตรำกับปรับเปลี่ยนโครงสร้างเวลา และสร้างวิธีการทำงานใหม่ ให้สอดคล้องกับวิธีการทำงานที่เอื้อให้เกิดการ ลปรร. หรือที่เรียกกันว่าเป็นการ "ปลดพันธนาการ" มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว  จนแทบไม่มีเวลาหยุดพักเพื่อช่วยกันสร้างฐานที่มั่นให้กับก้าวต่อไปของโรงเรียน   บัดนี้จึงถึงเวลาแล้วที่จะทำให้ทุกคนได้ตระหนักว่า

  • ภาวะปกติเป็นสมบัติที่ล้ำค่า  
  • การเปลี่ยนแปลงใดๆก็ตามต้องเริ่่มต้นที่ตัวเองก่อน
  • การรับฟังอย่างลึกซึ้ง ( deep listening) ช่วยสร้างความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้ง (deep connection) ให้เกิดขึ้นกับผู้คนได้
  • กระบวนการสุนทรียสนทนาช่วยให้เราได้หยุดพัก ทบทวน แล้วย้อนมองกลับเข้ามาในตัวเอง ก่อนที่จะเดินหน้าต่อด้วยการรับฟังซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง การไม่ด่วนสรุป แต่ใช้การสืบค้นร่วมกัน การไม่ด่วนตัดสิน และการสื่อสารอย่างกรุณา