สรุปว่าหากมีการกระจายสิ่งที่ดีๆ ออกไป สิ่งดีๆ ก็จะกระจายทั่วโลก ห่อหุ้มโลกด้วยกัน หากในทางกลับกันท่านก็มองออกครับ

สวัสดีครับผม

         วันนี้ขอเพ้อฝันแล้วกันนะครับ และอยากจะเชิญท่านๆ ที่หลงเข้ามาอ่าน ร่วมเพ้อฝันไปด้วยกันกับผมและช่วยกันขีดฝันกันต่อนะครับ หากบทความไปในทางที่ท่านคิด หรือไม่ก็ตามครับ

          ณ วันนี้คุณมองประเทศไทยของเราเป็นอย่างไรบ้างครับ ผมยังแอบฝันอยากให้ประเทศเราเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้นะครับ ก็ฝันไปแต่ละคน บางฝันอาจจะไปได้ไม่ถึง บางฝันอาจจะไปได้ถึง หากคนในชาติร่วมมือกัน คนละเล็กคนละน้อย

          ที่ผมฝันมากอย่างหนึ่งคือการกระจายความพอเพียงให้ไปอยู่ในใจของคนไทยทุกคน โดยเข้าใจพื้นฐานของตัวเอง ครอบครัวของตัวเอง พยายามรักษาความสมดุลให้เกิดระหว่างสิ่งที่เข้ามากับความเป็นตัวตนหรือรากของตัวเราเอง ดูมันเหมือนจะยากไปหน่อยครับสำหรับหลายคน หรือมันง่ายมากสำหรับหลายๆ คนครับ

          สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเห็นคือการกระจายของการศึกษาไปยังทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ตอนนี้นับว่าเราได้เปรียบแล้วที่มีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เราอาจจะมีมหาวิทยาลัยมากๆ กว่าหลายประเทศ ณ วันนี้ เวลานี้ หากเราร่วมกันพัฒนาให้ทุกๆ มหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของสังคมได้จริงๆ แล้วนักเรียนแต่ละคนก็ไม่ต้องหลั่งไหลเข้าเมืองใหญ่ ประมาณว่าเรียนที่ไหนก็เหมือนกัน เว้นแต่ว่าจะเรียนสาขาเฉพาะทาง ผมเชื่อว่าเรียนตรงไหนก็คงเหมือนกัน หากได้กระจายคน องค์ความรู้ให้กระจายไปอยู่ทั่วประเทศ

         ต่อมาคือการกระจายงานออกไปให้มีโอกาสในการทำงานต่างๆ กระจายและทั่วถึง ทำให้คนต่างจังหวัดไม่จำเป็นต้องวิ่งเข้าเมืองใหญ่ และผมก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เค้าคงไม่อยากเข้ามาจุกกันที่ กทม.แน่นอนหากมีงานกระจายต่างจังหวัด อาจจะมีเงินเดือนน้อยกว่า กทม. แต่ค่าใช้จ่ายก็ต่ำกว่า ในกทม.อาจจะมีเงินเดือนให้เยอะกว่าแต่ก็ต้องจ่ายเยอะกว่า จ่ายทุกๆ อย่างที่ขวางหน้า คงไม่มีแบบยื่นข้าวยื่นแกงกันระหว่างห้องเพื่อนบ้านกันนะครับ เพราะต่างคนต่างไม่รู้จัก ต่างที่มา แต่ละคนก็ต้องหาเงินให้กับตัวเองกัน หรือหาอะไรก็ได้ที่มาหา มาหาในสิ่งที่หายไป ขาดไปในชีวิต

         กระจายความพอเพียงแล้ว กระจายการศึกษาแล้ว กระจายงานออกไปแล้ว จะมีอะไรให้กระจายอีกครับ กระจายอำนาจ จริงๆ อันนี้ก็น่าจะมีอยู่แล้ว ลงไปถึง อบต. แต่ส่วนจะเป็นดาบสองคม สามคม หรือไม่นั่นเราก็เห็นกันอยู่ครับ

        ก่อนจาก เลยขอให้ข้อมูลคุณๆ ท่านๆ นำไปคิดกันเล่นๆ ครับ เกี่ยวกับความจริง ดังต่อไปนี้ ผมอยู่ในเยอรมันตอนนี้ มีสิ่งหนึ่งต่อไปนี้ให้เทียบกันเล่นๆ ครับ

  1. พื้นที่ประเทศไทย มากกว่าประเทศเยอรมัน ในทางภูมิศาสตร์
  2. ประชากรของประเทศเยอรมัน (80ล้านคน) มากกว่าประเทศไทย (60 ล้านคน) โดยประมาณ
  3. ในเมืองหลวงเยอรมัน กรุงเบอร์ลิน มีคนอาศัยประมาณ 4 ล้านคน ในกทม.เมืองไทย มีคนอาศัย มากกว่า 10 ล้านคน
  4. เยอรมันมีเมืองเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป และมีสถานที่ศึกษากระจายอยู่ทั่วประเทศ เมืองไทยเราก็มีสถานศึกษาใน กทม.ระดับมหาวิทยาลัยก็หลายสถาบัน และมีระดับภูมิภาค แต่ตอนนี้คิดว่า มหาวิทยาลัยในไทยคงมีเกือบ ทุกจังหวัดแล้ว หลังจากยกระดับ ราชภัฏขึ้นมาเป็นมหาวิทยาลัย
  5. รถไฟการสื่อสารทางการคมนาคม ก็จะมีสองเลน เช่นรถไฟรถราง ส่วนเมืองไทยเรา มีหรือเปล่าไม่แน่ใจครับ (ไม่ใช่ว่าต่างชาติจะมีแล้วเราก็จะต้องมีนะคับ ไม่ใช่หมายถึงอย่างนั้น ต้องดูความจำเป็นครับ) ผมนำเสนอถึงความสะดวกสบายในการเดินทางไปไหนมาไหนนะครับ แม้ว่าที่ทำงานจะไกลหน่อยแต่หากไปมาสะดวกคนก็คงยอมครับ
  6. นักศึกษาส่วนใหญ่จะเรียนกันในมหาวิทยาลัยที่ไม่ไกลบ้านตัวเองมากนัก เพราะตรงไหนก็มีศักยภาพเช่นกัน เว้นแต่สาขาเฉพาะทางที่จำเป็น ไม่นับคนที่อยากเข้ามหาลัยดังๆ

     ยังมีความต่างและความเหมือนกันอีกมากครับ แต่ขอยกแค่นี้แล้วกันครับ ผมไม่ได้จะเห่อเยอรมัน แต่พยายามมองจุดดีจุดเด่นของเค้าของเรา ว่าเราควรจะปรับกันอย่างไรบ้าง เราจะกระจายคน 60 ล้านในไทยให้กระจายกันได้อย่างไร แทนที่จะมากระจุกใน กทม. หากกระจายได้ ปัญหารถติดคงไม่มีให้เราแก้กันนะคับผมว่า

     ในอนาคตคงมีโอกาสดีกว่านี้นะครับ ผมเชื่อว่าคนไทยคงหาทางออกไปสู่การแก้ปัญหาที่ดี เว้นแต่ว่าเราจะเดินเส้นทางเดิมๆ ศึกษาต่างประเทศไว้ก็ไม่ได้เสียหาย หากเอาข้อดีๆ แนวทางการคิด ไปปรับใช้ให้เข้ากับสังคมไทยของเรา โดยไม่ลืมรากเหง้าของตัวเอง เพราะผมมาอยู่นี่นานก็ตาม ผมก็ยังทำอาหารไทยกินทุกวัน ก็ปรับและประยุกต์ให้เข้ากับที่เราทำได้ แล้วไม่เกิดความเดือนร้อน

     สำหรับการศึกษาในระดับล่างของบ้านเรา ผมคิดว่าสถานศึกษากระจายอยู่มากแล้ว เพียงแต่จะลดความต่างของการศึกษาได้อย่างไรให้มีอุปกรณ์ที่เป็นสื่อการสอนไม่ต่างกัน และที่สำคัญคือ บุคลากรที่ไม่ต่างๆกัน การกระจายตัวของบุคลากรครูที่มีคุณภาพให้ทั่วประเทศ หากทำได้ก็คงดีมาก

     พูดเพ้อบ้างบ่นบ้าง ถูกบ้างผิดบ้าง โดนใจคุณบ้างไม่โดนบ้าง ก็ขอจบแค่นี้ครับ ท่านมีความเห็นเหมือนต่างอย่างไร ก็บรรเลงกันได้เลยนะครับ ด้านล่าง ผมยินดีรับฟังทุกความเห็น

     ตอนนี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในโลกเริ่มชัดเจนขึ้นมาก คงอีกไม่นานครับ ระดับความรุนแรงอาจจะทวีคุณขึ้นครับ เมื่อใดปัญหาที่รุนแรงมากวิ่งเข้าหัวใจ หัวใจก็จะปั้มปัญหาเหล่านั้นให้แพร่กระจายวิ่งเข้าไปยังทุกส่วนของร่างกาย คราวนั้นหล่ะครับ ภัยก็จะมาเยือน แล้วชีวิตจะอยู่ได้อย่างไร

     ฉันเผาป่าของฉันในพื้นที่ฉัน จะไปเกี่ยวอะไรกับคนอื่น วันนี้หากยังคิดอย่างนี้ ให้กลับความคิดใหม่เสียนะครับ เพราะสภาพอากาศด้านบนไม่ได้แยกว่านี่ควันจากบ้านใคร มันรวมๆ กันหมดเป็นก้อนมลพิษที่จะส่งผลกับคนทั่วโลก ถึงเวลานั้น เราจะได้รับกำไรจากสิ่งที่ได้ก่อ กันอย่างทั่วถึงแน่นอน

    สรุปว่าหากมีการกระจายสิ่งที่ดีๆ ออกไป สิ่งดีๆ ก็จะกระจายทั่วโลก ห่อหุ้มโลกด้วยกัน หากในทางกลับกันท่านก็มองออกครับ

 ขอบพระคุณสำหรับทุกความเห็นครับ

สมพร ช่วยอารีย์